Picture1

การประชุมวิชาการสุราระดับชาติ ครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ “ทศวรรษแห่งการเรียนรู้และการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อลดปัญหาแอลกอฮอล์ในสังคมไทย” ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ในระหว่างวันที่ 1-2 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อนำไปสู่การแสวงหานโยบาย มาตรการ กฎหมาย และกลไกการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีประสิทธิผล ตลอดจนถึงมีแนวทางการขยายระบบบำบัดรักษาผู้มีปัญหาการดื่มสุราที่ครอบคลุมการให้บริการได้ทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมมากกว่า 1,100 คน จากหลายหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ และมีวิทยากรจำนวน 60 ท่าน มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ในการประชุมครั้งนี้

ในปัจจุบัน สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮออล์ของเยาวชนไทยช่วงอายุ 15-19 ปี นั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัย อาทิ ราคาของสุราที่ค่อนข้างถูกและมีจุดจำหน่ายจำนวนมาก ทำให้เยาวชนสามารถซื้อและเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย ตัวอย่างพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของบุคคลใกล้ชิด รวมทั้งสภาพแวดล้อมในบ้านและในชุมชนของเยาวชน เป็นต้น ทางด้านอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เองก็มีการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบใหม่ในการโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านช่องทางต่างๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือเยาวชน ที่ประชุมจึงได้มีการทบทวนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้บทเรียนทั้งในและต่างประเทศเพื่อหาทางปกป้องและลดจำนวนเยาวชนที่จะกลายเป็นนักดื่มหน้าใหม่ รวมทั้งลดผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อเศรษฐกิจและสังคมที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคตหากไม่มี มาตรการควบคุม

ตัวอย่างมาตรการที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิผลสูงสุด (best buy interventions) และถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ มาตรการทางด้านภาษี มาตรการการจำกัดจุดจำหน่าย และมาตรการที่เป็นประเด็นสำคัญคือมาตรการควบคุมการโฆษณา เนื่องจาก อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีกลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาทิ การโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ การตลาดผ่านบรรจุภัณฑ์ โดยเน้นให้เกิดการรับรู้ จดจำ และสร้างความหมายในเชิงสัญลักษณ์เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการบริโภค เป็นต้น แต่มาตรการควบคุมการโฆษณาของประเทศไทยในปัจจุบันนั้นยังไม่เข้มงวดเพียงพอและยังไม่ครอบคลุมการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ การควบคุมการตลาดและการโฆษณาโดยสิ้นเชิง (total advertising ban) จึงกลายมาเป็นนโยบายทางเลือกที่ได้รับความสนใจในขณะนี้ อย่างไรก็ดี หากมีนโยบายห้ามโฆษณาโดยสิ้นเชิงก็อาจส่งผลให้มีการโฆษณาทางอ้อมหรือโฆษณาในสื่อกระแสรองที่ควบคุมได้ยากแทน จนทำให้การดำเนินมาตรการควบคุมการตลาดและการโฆษณาโดยสิ้นเชิงมีประสิทธิภาพจำกัด

บทเรียนทั้งในและต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า ไม่มีมาตรการใดที่จะลดปริมาณการบริโภคและผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ทั้งหมด มาตรการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงจำต้องมีการบังคับใช้แบบบูรณาการ ไม่เฉพาะเพียงแต่นโยบายด้านอุปทาน (supply side control) ทั้งสามมาตรการดังที่ได้ยกตัวอย่างมาข้างต้น แต่นโยบายด้านอุปสงค์ (demand side control) ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย เช่น นโยบายด้านการศึกษา การปลูกฝังค่านิยมที่ดี เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทำกิจกรรมและแสดงออกในเชิงที่สร้างสรรค์ ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่เยาวชน เป็นต้น พร้อมทั้งคำนึงถึงบริบทและผลกระทบต่อสังคมอย่างรอบด้าน

การดำเนินงานในทศวรรษที่ผ่านมาของศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) แผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา (ผรส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้แนวคิดสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขานั้นนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาแอลกอฮอล์ในสังคมไทยให้แก่ประชาชน ภายหลังจากนี้ การขับเคลื่อนนโยบายแอลกอฮอล์ยังนับเป็นวาระสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกหน่วยงานข้างต้นและภาคีเครือข่าย ตลอดจนอาศัยความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อร่วมกันผลักดันนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สนับสนุนการควบคุม ป้องกัน และแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างสังคมไทยที่ปลอดอันตรายจากการบริโภคสุราต่อไป

สูจิบัตรงานประชุมวิชาการสุราระดับชาติครั้งที่ 8

สรุปภาพรวมของการประชุม ที่จัดทำโดย สำนักงานวิจัยโนบายสร้างเสริมสุขภาพ (สวน.)