แอลกอฮอล์ อุปสรรค ของ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal)

ก่อนจะเขียนเรื่องแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในบทความชุดนี้ จะขอเกริ่นก่อนว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goal ซึ่งถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งในเวทีระดับชาติและนานาชาติ มีที่มาและความสำคัญอย่างไร

ณ กาลปัจจุบัน โลกใบนี้มีประชากรชาวโลกรวมกันประมาณ 7.7 พันล้านคน มนุษย์โลกแยกกระจายกันอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก และอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลที่บริหารประเทศอย่างน้อย 195 ประเทศ และในแต่ละประเทศก็มีระบบการปกครองย่อยอีกมากมาย ความจริงทางวิทยาศาสตร์ประการหนึ่งคือ มนุษย์ทั้งโลกนั้นนับเป็นสิ่งมีชีวิตแค่ 1 สายพันธ์ (สปีชีส์) มนุษย์ที่มีสปีชีส์เดียวกันย่อมมีความต้องการพื้นฐานเหมือนกัน เราต้องการน้ำสะอาดสำหรับดื่ม อากาศสะอาดสำหรับหายใจ ความรู้พื้นฐานที่ทำให้เราอยู่ในสังคมมนุษย์ที่เต็มไปด้วยระเบียบและกฎหมาย ต้องการเงินรายได้เพื่อใช้ในการยังชีพ แต่ความแตกต่างของภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ระบบการปกครอง ผู้ปกครอง ศาสนา วัฒนธรรมเป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างความแตกต่างและเหลื่อมล้ำในด้านการเข้าถึงความต้องการพื้นฐานแห่งชีวิตระหว่างพลเมืองแต่ละพื้นที่ ด้วยความอาทรต่อประชากรโลกที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีพของกลุ่มผู้นำโลก จึงมีการตั้งเป้าหมายของประชาคมโลกร่วมกัน ที่จะทำให้ให้มนุษยชาตินั้นอยู่รอดและมีชีวิตที่ดีจากการเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานแห่งชีวิต องค์กรสหประชาชาติ ซึ่งถือเป็นองค์กรร่วมของมนุษยชาติที่มีบทบาทมากที่สุดจึงได้กำหนดวาระแห่งการพัฒนาร่วมกันทั้งโลก โดยครั้งแรกได้เริ่มต้นจาก แผนปฏิบัติการ 21 หรือ Agenda 21 (ค.ศ. 1991–1999 หรือ พ.ศ. 2534-2542) ซึ่งเป็นแผนแม่บทของโลกสำหรับการดำเนินงานที่จะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม และในเวลาต่อมาได้มีการจัดทำเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals: MDGs) จำนวน 8 เป้าหมาย ครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี (ค.ศ 2000 -2015 หรือ พ.ศ. 2543-2558) โดยเพิ่มกรอบของเป้าหมายมากขึ้น เช่น การขจัดความยากจนและความหิวโหย การส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและบทบาทสตรี และการรักษาและจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เป็นต้น

เมื่อสิ้นสุดปี พ.ศ. 2558 ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติจึงได้เริ่มต้นแผนสำคัญที่จะพัฒนาโลกให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงได้ประกาศเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) โดยมีระยะเวลาของเป้าหมายนี้ 15 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 – 2573 โดยมีการตั้งเป้าหมายทั้งสิ้น 17 เป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายเกือบทั้งหมดสอดคล้องกับแผนพัฒนาประชาคมโลกทั้งสองฉบับก่อนหน้า มีบางเป้าหมายที่บรรลุไปแล้วเช่น การขจัด HIV/AIDs และ มาเลเรีย และมีบางเป้าหมายที่เพิ่มเติม เช่น เป้าหมายที่ 7 การเข้าถึงพลังงานที่ทันสมัย เป้าที่ 16 การเสริมสร้างสันติภาพและยุติธรรมแก่ชาวโลก เป็นต้น ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจว่า SDGs นั้นมีความสำคัญระดับไหนในโลกของเรา ถ้าให้นิยามสั้น ๆ คงอธิบายได้ว่า SDGs คือ “แผนพัฒนาโลกที่ประชาคมทั้งโลกตกลงร่วมกัน”

ขออนุญาตเลี้ยวหักศอก กลับมาพูดเรื่องแอลกอฮอล์ต่อ เนื่องจากปัจจุบันงานวิจัยทางวิชาการเกี่ยวกับแอลกอฮอล์เดินทางไปไกลมาก จากที่เคยศึกษาผลกระทบต่อเรื่องสุขภาพกายและจิตเพียงมิติเดียว ตอนนี้งานวิจัยเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ได้ศึกษาผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม อาชญากรรม สิ่งแวดล้อม มานุษยวิทยา กฎหมายภายในประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การคมนาคม และ อีก ๆ หลายด้าน ซึ่งการลงลึกและกว้างของวิชาการแอลกอฮอล์ ทำให้เราได้ทราบว่าแอลกอฮอล์นอกจากส่งผลกระทบต่อผู้ดื่มโดยตรงแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสังคมมากขนาดไหน และแน่นอนว่าผลกระทบของแอลกอฮอล์ได้ส่งผลโดยตรงต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่คนทั้งโลกกำลังจะพัฒนาไปร่วมกันด้วย ในการรวบรวมข้อค้นพบทางวิชาการ พบว่าแอลกอฮอล์ เป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายใน SDGs มากถึง 13 เป้าหมายจาก 17 เป้าหมาย ได้แก่ ไร้ความยากจน ไร้ความหิวโหย สุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี การศึกษาที่มีคุณภาพ ความเท่าเทียมทางเพศ น้ำสะอาดและปลอดภัย งานและผลผลิตทางเศรษฐกิจที่มั่นคง ความไม่เท่าเทียมลดลง เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน การบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ การจัดการกับสภาพดินฟ้าอากาศ สันติภาพและความยุติธรรม ความร่วมมือโดยปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งผมจะทยอยเขียนผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อ SDGs ทั้ง 13เป้าหมาย

เป้าหมายที่ 1 ยุติความยากจนในทุกรูปแบบและทุกแห่งหน
องค์การสหประชาชาติได้นิยามความยากจนอย่างรุนแรงไว้คือ ผู้ที่อยู่ด้วยเงินน้อยกว่า 1.25 ดอลลาร์สหรัฐ (40 บาท) ต่อวัน ในข้อค้นพบจากการวิจัยเรื่องความสัมพันธ์ของแอลกอฮอล์และความยากจน พบว่าแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในสาเหตุของความยากจน และ ความยากจนก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้คนบริโภคแอลกอฮอล์ ตัวอย่างการวิจัยจากหลายประเทศทั่วโลกในประเด็นนี้ เช่น
– ในประเทศกลุ่มลาตินอเมริกา แอลกอฮอล์ได้กลายเป็นสาเหตุหลักของการตาย ความเจ็บป่วย และพิการของประชากรชาย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการผลิตของประเทศ ทำให้เกิดภาวะบั่นทอนความเจริญก้าวหน้า และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ
– การศึกษาในประเทศศรีลังกา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามชายมากกว่าร้อยละ 10 ใช้จ่ายเงินไปกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่ารายได้ที่เขาได้รับ
– ในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2557 เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับแรกที่ทำให้ชายไทยสูญเสียจำนวนปีที่มีสุขภาพดีในชีวิตไปเนื่องจากการตายก่อนวัยอันควร และการอยู่ด้วยความเจ็บป่วยหรือพิการซึ่งบั่นทอนประสิทธิภาพในการทำงานและการหารายได้ อันนำไปสู่ความยากจน
– ในประเทศไทย พ.ศ. 2560 นักดื่มสุราเสียค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการดื่มสุราเฉลี่ย 1,114 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งมากถึงร้อยละ 10 ของรายได้ต่อเดือน แต่สำหรับผู้ที่ดื่มหนักจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการดื่มมากกว่านักดื่มทั่วไปเกือบ 2 เท่า โดยนักดื่มหนักเสียค่าใช้จ่าย 2,078 บาทต่อเดือนหรือ 24,936 บาทต่อปี

เป้าหมายที่ 2 หยุดความหิวโหย มีความมั่นคงทางอาหาร
ภายในปี 2573 ประชาคมโลกต้องยุติความหิวโหย และต้องมั่นใจได้ว่าคนยากจน และ กลุ่มคนเปราะบางทุกคนในโลก ได้รับอาหารเพียงพอ ความยากจนและหิวโหยมีผลส่วนหนึ่งจากการบริหารค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ความหิวโหยจะไม่เกิดขึ้น หากประชาชนมีความมั่งคั่ง หรือ หากไม่มีความมั่งคั่ง ก็ต้องจัดลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้เพียงพอต่อการหาอาหาร แต่ข้อค้นพบจากการสำรวจประเทศรายได้น้อย และรายได้ปานกลาง พบว่าครัวเรือนมักจะใช้จ่ายเงินไปกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มากกว่าค่าใช้จ่ายสำหรับของจำเป็น และมีประโยชน์ ตั้งแต่ อาหาร ไปจนถึงเรื่องสุขภาพและการศึกษา
นอกจากนั้นยังมีการศึกษาที่พบว่าประชากรที่มีฐานะทางเศรษฐกิจต่ำมักจะได้รับผลกระทบทางลบของแอลกอฮอล์มากกว่า และมีความเปราะบางต่อปัญหาในชีวิต ความยากจน ความเปราะบางของชีวิตเป็นเหมือนมรดกที่จะถูกส่งต่อไปรุ่นสู่รุ่น ดังนั้น แอลกอฮอล์จึงทำให้เกิดวงจรต่อเนื่องของความขัดสน ความเปราะบางต่อปัญหา และความหิวโหย และเมื่อชีวิตได้รับผลกระทบทางลบจากแอลกอฮอล์ (เช่น สุขภาพ หรือ อุบัติเหตุ) ผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจต่ำมักจะหลีกเลี่ยงผลกระทบอันเลวร้ายได้ยากขึ้น เนื่องจากพวกเขามักจะขาดแคลนทุนสำรอง ซ้ำร้ายการเผชิญหน้ากับผลกระทบทางลบนั้นหากเกิดขึ้นในกลุ่มคนยากจนแล้วมักจะถูกทอดทิ้งให้เผชิญหน้าโดยลำพัง เนื่องจากขาดระบบเกื้อหนุนทางสังคม ทั้งในภาวะที่ประสบปัญหาแล้ว หรือ ก่อนที่จะประสบปัญหาจากแอลกอฮอล์

ตอนแรกนี้คงชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อภาวะความยากจนและหิวโหย ซึ่งเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดในหลายสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงเป็นสิ่งที่พบได้ไม่ยากในสังคมไทย ผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อคนชั้นกลางและคนร่ำรวยนั้นคงไม่มากเท่ากับที่แอลกอฮอล์สร้างผลกระทบต่อกลุ่มคนรายได้ต่ำ ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของสังคมไทย ดังนั้นหากประเทศไทยต้องการจะพัฒนาประเทศตามแผนการพัฒนาให้ทัดเทียมกับประชาคมโลก และ ต้องการลดความเลวร้ายของวงจรความยากจน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อความยากจนและคนยากจน และนำไปสู่นโยบายเชิงปฏิบัติที่จะช่วยลดผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อความยากจนและความหิวโหย

อ้างอิง
SDG 1 End poverty in all its forms
[1] Regional Status Report on Alcohol and Health in the Americas, PAHO and WHO, 2015
[2] Baklien, B., Samarasinghe, D.: Alcohol and Poverty in Sri Lanka, 2003
[2] Bakke, O., Endal, D.: Alcohol and Development, 2014

SDG 2 End hunger, achieve food security
[3] Samarasinghe, D.: Alcohol and Poverty: some connections, 2014
[3] Bakke, O.: Alcohol: health risk and development issue, in Cholewka, P. and Motlagh, M.M. Health Capital and Sustainable Socioeconomic Development, 2008