หนุ่มเมาชนโกดังเฟอร์นิเจอร์วอด 80 ล้าน – โจ๋เมาบุกโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์

#ภัยเหล้ามือสอง

ถึงเวลาสังคมไทยทบทวนภัยจากเหล้ามือสอง

สองข่าวที่เรียกความสนใจจากคนในสังคมในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ ข่าวหนุ่มหาดใหญ่ เมาแล้วขับ รถพุ่งชนโกดังเฟอร์นิเจอร์ของบังอัชอารีย์ นักธุรกิจที่ทำธุรกิจเครื่องเรือนมานาน จนทำให้ไฟลุกลามเผาโกดังเกลี้ยงจนเหลือแต่ตอตะโก ประเมินมูลค่าความเสียหาย 80 ล้าน และ กรณีที่สองคือวัยรุ่นเมาจากการฉลองแห่นาค และปะทะคารมกับโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ที่กำลังจัดสอบ GAT PAT ซึ่งเป็นการสอบระดับชาติของนักเรียน ม.6 จนลุกลามบานปลายกลายเป็นเหตุบุกโรงเรียนและทำร้ายร่างกายครู นักเรียน เจ้าหน้าที่ รปภ. จนทำให้ต้องยกเลิกการสอบในวันนั้น สร้างผลกระทบต่อตัวนักเรียน ผู้จัดสอบ และ อีกหลายกระบวน ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องนี้กลายเป็นปรากฎการณ์การปะทะกันของเด็กดี (นักเรียนที่กำลังสอบ) และ เด็กเกเร ซึ่งเร่งเร้าความรู้สึกของสังคมได้มหาศาล เป็นเรื่องที่สำนักข่าวใหญ่ ๆ รายงานข่าวชนิดที่เรียกว่านาทีต่อนาที ทุกรายละเอียดในเหตุการณ์ถูกเก็บเอามาทำเป็นข่าวได้หมด

หากพิจารณาอีกสักนิด เราจะพบว่าทั้งสองเหตุการณ์นั้นมีปัจจัยหนึ่งที่ร่วมกันทำให้เกิด นั่นคือ การมึนเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

ทั้งสองกรณีนี้แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และ จิตใจของคนในสังคมอย่างมาก คำหนึ่งคำที่จะนำเสนอให้ผู้อ่านได้เห็นภาพว่าแอลกอฮอล์ได้ทำร้ายสังคมแม้จะมีสัดส่วนคนไม่ดื่มมากกว่าคนดื่ม นั่นคือ คำว่า “ภัยเหล้ามือสอง”

หลายท่านคงคุ้นเคยกับคำว่า “บุหรี่มือสอง” ซึ่งมีการประชาสัมพันธ์ใช้กันมาพอสมควร เพื่อให้ผู้ไม่สูบบุหรี่ตระหนักถึงสิทธิของตนเองที่ถูกละเมิดจากผู้สูบบุหรี่ ในการปล่อยควันบุหรี่ออกมาในที่สาธารณะ ซึ่งควันบุหรี่นี่เองก็มีภัยต่อผู้ไม่สูบไม่น้อยกว่าที่มันเป็นภัยต่อผู้สูบเลย เมื่อประชาชนตระหนักถึงสิทธิของตนเองในการได้รับอากาศที่ไม่มีพิษภัย การรณรงค์เรื่องภัยบุหรี่มือสองจึงกระจายไปได้อย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะกลายเป็นเรื่องผิดมารยาทในสังคมไทยไปแล้ว

เรื่องการดื่มสุรานั้น เรามีบัญญัติคำว่า “ภัยเหล้ามือสอง” มานาน แต่น้อยคนจะรู้ว่าความจริงแล้ว คนไม่ดื่มสุราตกอยู่ในความเสี่ยงที่เกิดจากพิษสุรา แม้ว่าสุราจะไม่ได้ทำให้เกิดมลพิษในอากาศก็ตาม ภัยเหล้ามือสอง นั้นมีพื้นที่ครอบคลุมถึง

– สวัสดิภาพความปลอดภัยของผู้ขับขี่บนถนนน้อยลงเมื่อมีคนเมาขับรถร่วมถนนเดียวกัน ถนนไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางจราจรมากที่สุดในโลกที่ 36 ราย/ 100,000 ประชากร และ 50% ของอุบัติเหตุบนท้องถนนสัมพันธ์กับการดื่มสุรา

– สวัสดิภาพของชีวิตลดลง สังคมไหนที่มีการปล่อยปละให้มีการดื่มแอลกอฮอล์อย่างเสรี มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาชญากรรมมากขึ้น มีการเก็บข้อมูลในประเทศสหรัฐอเมริกา 86% ของการฆาตกรรมเกิดจากฆาตกรที่มึนเมา, 40% ของการทารุณกรรมเด็กเกิดจากการเสพแอลกอฮอล์, 37% ของการข่มขืนและการล่วงละเมิดทางเพศ เกิดจากผู้มึนเมา, 40% ของอาชญากรรมสัมพันธ์กับการใช้แอลกอฮอล์ และ ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นถึง 90% เมื่อพิจารณาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถาบันการศึกษา (1,2)

– สวัสดิภาพของทรัพย์สินลดลง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็จากกรณีหนุ่มเมาแล้วชนโกดังเฟอร์นิเจอร์ ความสูญเสียทางทรัพย์สินที่ไม่สามารถคาดเดาได้

– สวัสดิการของการใช้ชีวิตอย่างสงบในสังคมลดลง
ในประเทศไทยเอง เคยมีการสำรวจถึงภัยจากเหล้ามือสอง และพบข้อมูลที่น่าตกใจว่า 8 ใน 10 ของคนในสังคมไทยนั้น เคยมีประสบการณ์ได้รับผลกระทบจากภัยเหล้ามือสอง ซึ่งกรณีที่พบบ่อยได้แก่ เหตุทะเลาะวิวาท การทำร้ายร่างกาย และ การถูกคุกคามทางเพศ (3)

เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก แม้จะมีหลักฐานทางวิชาการและทางสถิติมากมายที่บอกว่าภัยจากเหล้ามือสองนั้น กระทบต่อคนในสังคมโดยรวมมากขนาดไหน แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดภัยจากเหล้ามือสองขึ้นมาจริง ๆ ความรับผิดชอบทั้งหมดของภัยนั้นเกิดแก่ผู้ดื่มอย่างเดียว
ในหลายประเทศที่เจริญแล้ว ได้พิจารณาว่า เมื่อเหล้านั้นเป็นภัยต่อผู้ไม่ดื่มด้วย ดังนั้นจึงตั้งบทลงโทษที่เกิดขึ้นจากแอลกฮอล์ไว้สูงมาก และนอกจากนั้นยังมีมาตรการให้คนที่เกี่ยวข้องกับการดื่มทั้งหมด มาร่วมรับผิดชอบความเสียหายจากการดื่มด้วย ซึ่งกฎหมายแบบนี้เราเรียกว่า Social liability ผมจะขอยกตัวอย่างกฎหมายเกี่ยวกับการดื่มในประเทศญี่ปุ่น เทียบกับไทย (4)

หัวข้อเปรียบเทียบ

ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ถือว่าเมา ไทย 20 mg% ญี่ปุ่น 15 mg%

เมาแล้วขับ ไทย จำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ญี่ปุ่น จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท

ผู้ให้ยืมรถ หรือ ผู้ให้ใช้รถ ไทย ไม่มีบทลงโทษ ญี่ปุ่น จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท

ผู้จัดหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไทย ไม่มีบทลงโทษ ญี่ปุ่น จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 150,000 บาท

ร่วมนั่งในรถคันเดียวกันกับคนเมาแล้วขับ ไทย ไม่มีบทลงโทษ ญี่ปุ่น จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 150,000 บาท

เราจะเห็นได้ว่า โทษทางอาญาของการเมาแล้วขับในญี่ปุ่นนั้นสูงกว่าไทยมาก และถ้าหากเกิดการเมาแล้วขับจริง ผู้มีส่วนร่วมในการทำให้เกิดการดื่มแล้วขับขี่ จะต้องมาร่วมรับผิดชอบด้วย แม้ว่าจะยังไม่เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเลยก็ตาม

กลับมาดูสองกรณีสำคัญที่เกิดขึ้นในบ้านเรา กรณีของบังอัชอารีย์แห่งบางกอกลิฟวิ่งมอลล์ มีความเป็นไปได้สูงว่าบังจะไม่ได้รับการชดเชยความเสียหายใด ๆ เลย จากคู่กรณี หรือ จากหน่วยงานใดก็ตาม เนื่องจากคู่กรณีไม่มีสินทรัพย์ที่จะชดใช้ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตดังนั้นความผิดเดียวที่เกิดขึ้นในกรณีนี้คือ โทษเมาแล้วขับ ซึ่งมีโทษแค่จำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท ค่าปรับนี้บังจะไม่ได้รับนะครับ เพราะจ่ายให้รัฐ และตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายใดที่จะให้ผู้มีส่วนร่วมในการดื่มแล้วขับมารับผิดชอบเลย

กรณีต่อมาคือเรื่องของโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ กรณีนี้ผมคิดว่าเป็นกรณีที่เป็นตัวอย่างที่คลาสสิคมากของภัยเหล้ามือสองในประเทศไทย จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้มาไม่กี่สิบปี ผมพบเหตุการณ์คนเมาเหล้าแล้วทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สินบ่อยมาก เพียงแต่ภัยคุกคามจากเหล้ามือสองในครั้งนี้มีประเด็นให้พูดถึงมากมาย เนื่องจากได้ก้าวข้ามกำแพงชนชั้นทางสังคม กำแพงความดี – ไม่ดี ในเรื่องศาสนา เพราะเหตุเกิดจากการจัดขบวนในการแห่นาค ซึ่งเป็นพิธีทางศาสนา แต่กลับนำสิ่งที่เป็นของต้องห้ามในพุทธศาสนามาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของพิธี ซึ่งแบบนี้ผิดทั้งหลักการศาสนาและผิดกฎหมาย (พรบ.ควบคุมแอลกอฮอล์ 2551) และทั้ง ๆ ที่สังคมต่างรับทราบโดยถ้วนหน้าว่ากรณีที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความคึกคะนองและมีปัจจัยร่วมที่ทำให้กลุ่มวัยรุ่นขาดความยั้งคิดคือ การดื่มเหล้าจนเมาขาดสติ แต่จนแล้วจนรอดตำรวจที่พิจารณาทำคดีก็ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์เลย และความผิดที่เกิดขึ้นมีคนพูดถึงปัจจัยที่เกิดจากเหล้ามือสองน้อยมาก

ในฐานะนักระบาดวิทยา เมื่อใดที่เกิดปัญหาขึ้น เราถูกสอนให้มองไปที่การแก้ปัญหาที่ต้นตอ ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาที่ประหยัดแรงงาน และคุ้มค่าในการลงทุนมากที่สุด

เราต้องการให้คนดื่มเหล้ามีสติยั้งคิด ก่อนที่จะตัดสินใจดื่มเหล้า แต่ปัญหามากมายที่เกิดขึ้นจากเหล้าในสังคมไทยทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า กระบวนการต่าง ๆ ที่จะทำให้คนยั้งคิดก่อนจะเกิดกระบวนการดื่มเหล้า (ตั้งแต่การซื้อ – ขาย – ดื่ม – อื่น ๆ ) ในปัจจุบันนั้นเพียงพอหรือไม่? กฎหมายที่ลงโทษผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับความมึนเมานั้นรุนแรงพอจะให้คนฉุกคิดก่อนจะดื่มหรือไม่? คนขายที่ไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายใด ๆ เลยที่ผู้ดื่มแล้วเมาก่อขึ้น เขาจะฉุกคิดและตระหนักถึงผลที่อาจจะตามมาจากการมึนเมาของลูกค้าเขาได้หรือไม่? ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะทำให้งานบุญงานศาสนานั้นปลอดจากเหล้าอย่างจริงจัง?

เหล่านี้คือคำถามสำคัญที่จะทำให้สังคมไทยเราแสดงออกว่า เมื่อเจอปัญหาแล้ว เรามีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ในระยะยาวหรือไม่ มีคำสุภาษิตหนึ่งที่ผมขอยกมาเปรียบเทียบว่า “มีแต่คนโง่เท่านั้นที่หวังผลลัพธ์ที่ดีกว่า ด้วยการทำงานแบบเดิม”

อ้างอิง
1. Alcohol, Violence, and Aggression – Alcohol Alert No. 38-1997 [Internet]. [cited 2019 Feb 27]. Available from:https://pubs.niaaa.nih.gov/publications/aa38.htm
2. Alcohol Facts and Statistics | National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism (NIAAA) [Internet]. [cited 2019 Feb 27]. Available from: https://www.niaaa.nih.gov/…/ov…/alcohol-facts-and-statistics
3. เหล้ามือสอง มหันตภัยร้ายของคนร้อบข้าง – Thaihealth.or.th | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) [Internet]. [cited 2019 Feb 27]. Available from:https://www.thaihealth.or.th/Content/35749-’%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87’%20%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87.html
4. กฎหมายดื่มไม่ขับในญี่ปุ่น [Internet]. stopdrink.com/. [cited 2019 Feb 27]. Available from: http://stopdrink.com/contents/view/15590