ยินดีต้อนรับ บุคคลทั่วไป สมัครสมาชิก
 
ผู้สนับสนุน


ข้อมูลวิชาการที่น่าสนใจทั่วโลก

มาตรการป้องกันการดื่มสุราในเยาวชนอายุก่อนเกณฑ์

วันที่ : 0000-00-00 / อ่าน : 816

มาตรการป้องกันการดื่มสุราในเยาวชนอายุก่อนเกณฑ์ 

 

วัตถุประสงค์: เพื่อทบทวนองค์ความรู้เกี่ยวกับมาตรการป้องกันการดื่มสุราในเยาวชนที่มีอายุก่อนเกณฑ์ที่จะดื่มสุราได้ตามกฎหมาย เนื่องจากการดื่มสุราในเยาวชนกลุ่มนี้ได้ก่อให้เกิดปัญหาสาธารณสุขและสังคมมากสำหรับประเทศชาติ และแอลกอฮอล์ก็เป็นสารเสพติดที่เยาวชนใช้มากที่สุด จึงมีการพัฒนาโครงการและมาตรการต่างๆ ขึ้นมามากมายเพื่อป้องกันการดื่มสุราในเยาวชนกลุ่มนี้

มาตรการ: มาตรการในการป้องกันการดื่มสุราในเยาวชนอายุก่อนเกณฑ์ ซึ่งประกอบด้วย มาตรการในโรงเรียนที่มีเป้าหมายในการป้องกันการใช้สุรา บุหรี่ และกัญชา มาตรการนอกหลักสูตรซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมนอกโรงเรียนใช้รูปแบบของการฝึกทักษะชีวิตและสังคมหรือกิจกรรมทางเลือกอื่นๆ มาตรการซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของครอบครัว มาตรการเชิงนโยบาย เช่นการเพิ่มอายุต่ำสุดที่จะดื่มสุราได้ให้สูงขึ้น ลดโอกาสทางการค้าและสังคมในการเข้าถึงสุราได้ของเยาวชน และมาตรการระดับชุมชนซึ่งใช้มาตรการหลายด้านร่วมกัน

ประเด็นสำคัญของข้อมูล:

ก่อนที่จะพัฒนาโครงการป้องกันการดื่มสุราในเยาวชน จำเป็นต้องทราบสาเหตุของการดื่มสุราก่อน ทฤษฎีสามประสาน (Triadic influence; TTI) เป็นทฤษฎีหนึ่งเกี่ยวกับสาเหตุการดื่มสุราในเยาวชน ซึ่งบูรณการทฤษฎีทางพฤติกรรมหลายๆ อันเข้าด้วยกันเป็นทฤษฎีมหภาคของพฤติกรรมสุขภาพ (mega-theory) ซึ่งกล่าวว่า พฤติกรรมต่างๆ เกิดจากอิทธิพลของปัจจัยสามด้าน คือ บุคลิกลักษณะส่วนบุคคลของคนนั้น สถานการณ์ทางสังคมในปัจจุบัน และสิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรม

มาตรการในโรงเรียนมีเป้าหมายในการลดการเริ่มต้นดื่มสุราและความชุกของการดื่ม โดยลดปัจจัยเสี่ยงส่วนบุคคลและทางสังคม และเสริมปัจจัยป้องกันส่วนบุคคลและสังคม โครงการป้องกันการดื่มสุราและการใช้บุหรี่ กัญชาที่ประสบผลสำเร็จมีมากมาย เช่น หลักสูตรอบรมทักษะชีวิต (Life Skills Training), Project Northland, Project ALERT, Midwestern Prevention Project, และ Project SMART เป็นต้น ปัจจัยที่ทำให้โครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จ คือ การพัฒนาโปรแกรมอิงตามทฤษฎีพฤติกรรมและความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยป้องกัน ข้อมูลที่ให้กับนักเรียนเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก โดยมีข้อมูลของผลกระทบจากการดื่มสุราทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป็นการพัฒนาทักษะส่วนตัว สังคมและทักษะการปฏิเสธ เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถค้นหาแรงกดดันภายใน (ความวิตกกังวลและความเครียด) และแรงกดดันภายนอก (แรงกดดันจากเพื่อนและการโฆษณา) ในการใช้สารเสพติด และทำให้นักเรียนสามารถต่อต้านแรงกดดันเหล่านี้ในขณะที่นักเรียนก็ยังสามารถรักษามิตรภาพเอาไว้ได้ การเน้นที่การให้ความรู้เกี่ยวกับบรรทัดฐานของสังคมว่าเยาวชนส่วนใหญ่ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่หรือใช้สารเสพติดอื่นๆ การฝึกอบรมทักษะหลายด้าน เช่นการตั้งเป้าหมาย การจัดการความเครียด การสื่อสาร ทักษะสังคมทั่วไป และทักษะในการแสดงสิทธิอย่างเหมาะสม (assertiveness) รูปแบบการสอนเป็นแบบมีปฏิสัมพันธ์ เช่นการแสดงบทบาท กิจกรรมกลุ่มย่อยเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วม การจัดกิจกรรมหลายครั้งเป็นระยะเวลาหลายปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงชั้นมัธยมศึกษา ครูได้รับการฝึกอบรมและสนับสนุนจากผู้จัดโครงการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกัน ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ กิจกรรม/เนื้อหาเหมาะสมกับวัฒนธรรม

มาตรการนอกหลักสูตร เนื่องจากเยาวชนใช้เวลาช่วงตื่นร้อยละ 40 อยู่นอกห้องเรียน การใช้เวลาช่วงนี้โดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแลมักจะสัมพันธ์กับการดื่มสุราและการใช้สารเสพติด การให้เยาวชนมีกิจกรรมนอกหลักสูตรที่เหมาะสมจะช่วยลดอัตราการมีพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เช่น การใช้สารเสพติด ดื่มสุรา พฤติกรรมเกเรและรุนแรง หนีเรียน และเพิ่มทักษะชีวิตและการสื่อสาร และทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอีกด้วย กิจกรรมนอกหลักสูตรมีสองรูปแบบคือกิจกรรมกับเพื่อน (peer programs) ซึ่งได้แก่กิจกรรมที่มีการฝึกทักษะชีวิต สังคมและการปฏิเสธ และกิจกรรมทางเลือก (alternative programs) ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมอื่นๆ เช่นกีฬา เป็นต้น ให้เด็กแทนที่การใช้สารเสพติด การวิจัยแบบมหวิเคราะห์พบว่ากิจกรรมทางเลือกได้ผลน้อยกว่ากิจกรรมกับเพื่อน กิจกรรมทางเลือกจะได้ผลดีที่สุดสำหรับเด็กที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งอาจจะไม่ได้รับการดูแลจากผู้ใหญ่เพียงพอหรือไม่ค่อยมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน นอกจากนั้น กิจกรรมทางเลือกจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อเยาวชนมีส่วนร่วมในการวางแผนและจัดกิจกรรม เป็นกิจกรรมแบบเข้มข้น และมีเนื้อหาเกี่ยวกับการฝึกทักษะต่างๆ ด้วย

มาตรการครอบครัว ให้ความสำคัญกับการให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในกิจกรรมป้องกันการดื่มสุรา ปัจจัยด้านครอบครัวเช่น ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่-ลูก วิธีการอบรมวินัย การติดต่อสื่อสาร การกำกับดูแล และการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ในกิจกรรมต่างๆ จะมีอิทธิพลต่อการดื่มสุราของเด็ก มาตรการครอบครัวที่ประสบผลสำเร็จในการป้องกันการดื่มสุราและการใช้สารเสพติดอื่นๆ ได้แก่ การจัดกิจกรรมร่วมภายในบ้านระหว่างพ่อแม่-ลูกแบบมีโครงสร้าง การฝึกอบรมทักษะครอบครัว การฝึกอบรมพฤติกรรมการเป็นพ่อแม่ และพฤติกรรมบำบัดในครอบครัว การฝึกอบรมทักษะครอบครัวที่เสริมทักษะการเป็นพ่อแม่โดยการเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่-ลูก โดยการใช้การเสริมแรงทางบวก ทักษะการฟัง การติดต่อสื่อสารและการแก้ปัญหา การจัดกฎระเบียบวินัยแบบเสมอต้นเสมอปลาย การกำกับดูแลกิจกรรมของลูกในช่วงวัยรุ่น และการเสริมความผูกพันธ์ในครอบครัว มีความสำคัญมากในการป้องกันการดื่มสุรา ตัวอย่างของโครงการด้านครอบครัว ได้แก่ Preparing for the Drug-Free Years (PDFY) และ the Iowa Strengthening Families Program (ISFP) นอกจากนั้นยังมีโครงการระดับชุมชนซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของครอบครัวเพียงบางส่วนอีกด้วย ได้แก่ Project Northland

มาตรการเชิงนโยบาย สิ่งแวดล้อมทางสังคม เช่น กฎหมาย เศรษฐกิจ ความสามารถในการเข้าถึงสุราทั้งทางกายภาพและทางสังคมมีอิทธิพลต่อการดื่มสุราของเยาวชนอย่างมาก มาตรการเชิงนโยบายจึงมีเป้าหมายที่จะลดโอกาสของเยาวชนในการเข้าถึงแอลกอฮอล์ ซึ่งประกอบด้วย การเพิ่มอายุที่จะดื่มสุราได้ตามกฎหมาย (Minimum legal drinking age; MLDA) การจำกัดโอกาสของเยาวชนในการซื้อหาสุรา เช่น การรณรงค์ให้มีการตรวจสอบอายุของผู้ซื้อสุราจากร้านค้าต่างๆ และการอบรมให้พนักงานบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้รู้จักการตรวจจับการปลอมอายุของผู้ซื้อ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการลดโอกาสทางสังคมของเยาวชนในการเข้าถึงสุรา เช่น การออกกฎของชุมชนจำกัดการจัดงานบันเทิงที่มีการเลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการเพิ่มภาษีเครื่องดื่มสุราเพื่อทำให้ราคาเครื่องดื่มสุราแพงขึ้น เป็นการจำกัดโอกาสทางเศรษฐกิจของเยาวชนในการเข้าถึงสุราอีกเช่นกัน

มาตรการเชิงชุมชน เป็นการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดื่มสุราของเยาวชนในชุมชน  ตัวอย่างเช่น โครงการ Communities Mobilizing for Change on Alcohol (CMCA) ซึ่งมีเป้าหมายหลักที่จะลดโอกาสของเยาวชนในการเข้าถึงสุรา โครงการ Community Trials Project (CTP) และ Saving Lives Program ซึ่งนอกจากจะมีเป้าหมายในการลดการดื่มสุราของเยาวชนอายุก่อนเกณฑ์แล้วยังมีเป้าหมายในการลดการบาดเจ็บและการตายที่เกี่ยวข้องกับการดื่มสุราในทุกกลุ่มอายุ โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ การให้สื่อมีส่วนร่วมในการสร้างความตระหนัก การอบรมร้านค้าปลีกที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ การตรวจจับร้านค้าต่างๆ ที่ขายสุราว่าปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่โดยการไม่แอบขายสุราให้กับเยาวชนอายุก่อนเกณฑ์ การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการขับรถหลังดื่มสุรา และการลดโอกาสของเยาวชนในการเข้าถึงสุรา

นอกจากมาตรการแต่ละด้านจะได้ผลดีในการป้องกันการดื่มสุราของเยาวชนแล้ว โครงการที่ใช้มาตรการหลายด้านร่วมกันจะยิ่งได้ผลดีขึ้น ตัวอย่างของโครงการแบบนี้ ได้แก่ Midwestern Prevention Project และ Project Northland

 

ความคิดเห็นของผู้สรุป

ข้อมูลนี้เป็นการทบทวนแบบพรรณนา (narrative review) ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ในการป้องกันการดื่มสุราของเยาวชนที่มีอายุก่อนเกณฑ์ โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ และตัวอย่างโครงการ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องและประสิทธิภาพของโครงการ เป็นการทบทวนตามหลักฐานทางวิชาการและวิจัยที่มีอยู่ในช่วงนั้น โดยคณะผู้จัดทำซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานด้านนี้ และเป็นเอกสารวิชาการที่ออกมาในนามของสถาบันแห่งชาติที่รับผิดชอบงานวิชาการด้านแอลกอฮอล์ของประเทศสหรัฐอเมริกา (NIAAA) จึงเป็นข้อมูลวิชาการที่มีคุณค่ายอมรับได้

 

ข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์วิชาการสุรา โดยนายแพทย์บัณฑิต ศรไพศาล ได้ศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการปรับวิธีการคิดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศ และผลิตเป็นเอกสารวิชากรเพื่อประกอบในการผลักดันนโยบาย

 

Keywords: underage drinking; prevention strategy; school-based prevention; curriculum; prevention through alternative activities; skills building; family focused prevention; alcohol or other drug (AOD) public policy strategy; minimum drinking age; availability or accessibility to minors; community-based prevention

ที่มา: Komro KA and Toomey TL. Strategies to prevent underage drinking. National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism Publication, August 2002. accessed 8/31/2005.

Link: http://pubs.niaaa.nih.gov/publications/arh26-1/5-14.htm