ยินดีต้อนรับ บุคคลทั่วไป สมัครสมาชิก
 
ผู้สนับสนุน


ข้อมูลวิชาการที่น่าสนใจทั่วโลก

ปัจจัยเสี่ยงต่อการดื่มสุราในเด็กและวัยรุ่น

วันที่ : 0000-00-00 / อ่าน : 3029

ปัจจัยเสี่ยงต่อการดื่มสุราในเด็กและวัยรุ่น 

 

วัตถุประสงค์: เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงต่อการดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่เด็กโตไปถึงวัยรุ่นตอนกลางโดยติดตามพฤติกรรมการดื่มสุราที่เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่อายุ 9 ถึง 16 ปี 

ประชากรเป้าหมาย: เด็ก 3 กลุ่มอายุ คือ อายุ 9 ปีจำนวน 139 คน  อายุ 11 ปีจำนวน 138 คน และอายุ 13 ปีจำนวน 128 คน รวมทั้งสิ้น 405 คนและครอบครัว โดยสุ่มเลือกจากระบบการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย (computer-assisted telephone interviewing system) จากหมายเลขทั้งหมด 72,412 สายใช้เวลามากกว่า 12.5 เดือน มีคนรับสายร้อยละ 45.5 มีเพียงร้อยละ 1.3 ที่เข้าเกณฑ์ ในจำนวนนี้มีร้อยละ 75 ที่ยินยอมเข้าร่วมโครงการ   

 วิธีการศึกษา: เป็นงานวิจัยแบบศึกษาไปข้างหน้า มีการติดตามทุกปี นาน 4 ปี และมีการเยี่ยมบ้านทุกปี

กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กหญิงร้อยละ 48.4 ส่วนใหญ่มีเชื้อชาติแอฟริกัน-อเมริกัน ร้อยละ 50.4 รองมาคือผิวขาว (ร้อยละ 49.6) จากการติดตามและสร้างสมการ cohort sequential latent growth model คือ การดื่ม/ไม่ดื่มสุราของเด็กเริ่มจากวัย 9 ปีไปจนถึง 16 ปี ขึ้นกับปัจจัยดังต่อไปนี้ คือ เพศ, เชื้อชาติ, สถานภาพสมรสของพ่อแม่, เศรษฐานะของครอบครัว, การดื่มสุราของพ่อแม่, ประวัติครอบครัวมีปัญหาการดื่มสุรา, ความผูกพันของสมาชิกในครอบครัว, การให้คำปรึกษาแนะแนวของพ่อแม่, การคบเพื่อนไม่ดี, การดื่มสุราในกลุ่มเพื่อน และการกระตุ้นจากหมู่เพื่อนฝูงให้มีการดื่มสุรา

เริ่มจากปี 1999 ผู้วิจัยทำการสำรวจสุขภาพเด็กวัยรุ่นในเมืองใหญ่เขตตะวันตกเฉียงเหนือ (Northwest) ของสหรัฐอเมริกา เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มสุราในระยะ 30 วัน และ 1 ปี คำตอบมีได้ตั้งแต่ 0 (ไม่ดื่ม) จนถึง 8 (ดื่มเท่ากับหรือมากกว่า 2-3 ครั้งต่อวัน), พฤติกรรมการดื่มของพ่อแม่/ผู้ปกครอง คำตอบมีได้ตั้งแต่ 0 (ไม่ดื่ม) จนถึง 9 (ดื่มเท่ากับหรือมากกว่า 2-3 ครั้งต่อวัน), ประวัติครอบครัวญาติพี่น้องมีปัญหาการดื่มสุรา คำตอบ คือ 0 (ไม่มี) หรือ 1 (มี), ความผูกพันของสมาชิกในครอบครัวและการให้คำปรึกษาแนะแนวของพ่อแม่ คำตอบมีได้ตั้งแต่ 0 (ไม่เคย ) จนถึง 5 (เกือบตลอดเวลา), การคบเพื่อนไม่ดี คำตอบมีได้ตั้งแต่ 1 (ไม่ทำเลย ) จนถึง 5 (ทำบ่อยมาก), การดื่มสุราในกลุ่มเพื่อน คำตอบมีได้ตั้งแต่ 0 (ไม่ดื่ม) จนถึง 8 (ดื่มเท่ากับหรือมากกว่า 2-3 ครั้งต่อวัน), การกระตุ้นจากหมู่เพื่อนฝูงให้มีการดื่มสุรา คำตอบมีได้ตั้งแต่ 1 (ห้ามปรามมาก) จนถึง 5 (กระตุ้นอย่างมาก), ค่านิยมเกี่ยวกับการดื่มในกลุ่มเพื่อน คำตอบมีได้ตั้งแต่ 1 (น้อยมาก ) จนถึง 5 (เกือบทั้งหมด), สถานภาพสมรสของพ่อแม่ คำตอบคือ 0 (อยู่คนเดียว) หรือ 1(อยู่ด้วยกัน) และเศรษฐานะของครอบครัว คำตอบมีได้ตั้งแต่ 1 (รายได้น้อยกว่า $5000) จนถึง 11 (มากกว่า $90,000)

สถิติวิจัย ใช้ latent variable growth modeling (LGM) approach เป็น cohort-sequential LGM, testing fit model ใช้ Chi-square goodness of fit test and root mean square error of approximation

 

ผลการศึกษาวิจัย: พบว่า อัตราการดื่มสุราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ (ตาราง 1)

อายุ

9

10

11

12

13

14

15

16

ร้อยละของผู้ที่มีการดื่มอยู่ (percentage of current alcohol users)

กลุ่มอายุ 9   ปี

12.9

9.8

8.5

10.9

 

 

 

 

กลุ่มอายุ 11 ปี

 

 

13.0

15.0

23.1

27.0

 

 

กลุ่มอายุ 13 ปี

 

 

 

 

28.1

28.0

38.2

44.2

 

ปัจจัยเสี่ยงที่มีนัยสำคัญทางสถิติ คือ เพศหญิง และพ่อแม่ดื่มสุราซึ่งมีผลต่ออายุที่เริ่มดื่ม ยิ่งพ่อแม่ดื่มมาก, เด็กก็ยิ่งดื่มตั้งแต่อายุยังน้อย ตรงข้ามกับแรงยั่วยุจากเพื่อนซึ่งจะทำให้มีการดื่มสุราเมื่ออายุมากขึ้น ยิ่งมีเพื่อนไม่ดีและชักชวนให้ดื่มจะยิ่งเพิ่มการดื่มมากขึ้นตามอายุ นอกจากนี้ปัจจัยเสี่ยงด้านเชื้อชาติผิวขาวและครอบครัวไม่สมบูรณ์ (พ่อแม่หย่าร้าง) มีอัตราการดื่มมากขึ้นด้วย

 

ความเห็นของผู้สรุป

ข้อมูลนี้เป็นงานวิจัยแบบไปข้างหน้า (cohort study) กลุ่มตัวอย่างมีขนาดใหญ่ ผลการวิจัยนี้สนับสนุนทฤษฎีการเรียนรู้จากสังคม (social learning theories) กล่าวคือ การดื่มสุราของเด็กเกิดจากเลียนแบบพ่อแม่และเพื่อนที่ดื่มสุรา ครอบครัวที่มีปัญหาการดื่มยิ่งส่งผลให้เด็กมีการดื่มสุรา เด็กเล็กที่เริ่มดื่มสุราครั้งแรกมักตั้งต้นที่บ้าน นอกจากนี้บรรยากาศในครอบครัว การเลี้ยงดูของพ่อแม่มีผลต่อพัฒนาการของเด็กวัยรุ่น โดยเฉพาะพฤติกรรมการดื่มสุราก็พัฒนาไปด้วย ยิ่งถ้าครอบครัวขาดความอบอุ่นพ่อแม่เลี้ยงลูกไม่เป็น (ขาดระเบียบวินัย, ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน, ไม่มีการลงโทษเมื่อทำผิด และขาดการติดตามดูแล) เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการดื่มสุราในเด็กวัยรุ่น นอกจากนี้ อิทธิพลของกลุ่มเพื่อนโดยเฉพาะเพื่อนไม่ดี เป็นเหตุกระตุ้นให้เด็กวัยรุ่นดื่มสุราหรือใช้สารเสพติดในระยะวัยรุ่นตอนกลางและใกล้เป็นผู้ใหญ่

 ข้อพิจารณาอคติที่อาจเกิดขึ้น คือ การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างและเครื่องมือวัด ในการศึกษานี้ กลุ่มตัวอย่างเป็นแอฟริกัน-อเมริกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมักเป็นชนชั้นกลางถึงยากจน มีสภาพครอบครัวและบริบททางสังคมต่างจากคนผิวขาว ปัจจัยเสี่ยงที่ได้จากงานวิจัยนี้ อาจมีข้อจำกัดในการขยายผล เครื่องมือที่ใช้ อาจมีอคติในการตอบสนองแบบลบ (negative response bias) ผู้ตอบอาจเลี่ยงที่จะตอบตามความเป็นจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มสุราของตน

ปัจจัยเสี่ยงต่อการดื่มสุราในเด็กวัยรุ่น มีทั้งมาจากพ่อแม่และกลุ่มเพื่อน ที่น่าสนใจ คือ จากพ่อแม่ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเริ่มดื่มตั้งแต่อายุยังน้อย ส่วนอิทธิพลของกลุ่มเพื่อนมีผลต่อพฤติกรรมการดื่มสุราเมื่อเด็กอายุมากขึ้น

ประโยชน์ที่ได้จากงานวิจัยนี้ อาจนำไปใช้ในการป้องกันการดื่มสุราในวัยรุ่น โดยเน้นครอบครัวและโรงเรียน มีการคัดกรองและช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงสูง(เด็กหญิงที่ครอบครัวแตกแยก, ดื่มตั้งแต่อายุยังน้อย และคบเพื่อนไม่ดี) มีการคัดกรองเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ในเด็กวัยรุ่นเป็นระยะ

 

Keywords: alcohol use, youth, latent growth modeling, cohort-sequential design

ที่มา: Duncan SC, Duncan TE, Strycker LA. Alcohol use from 9 to 16: A cohort-sequential latent growth model. Drug Alcohol Depend 2006;81:71-81.

Linkhttp://www.ncbi.nlm.nih.gov/entrez/query.fcgi?db=pubmed&cmd=Retrieve&dopt=AbstractPlus&list_uids=16006054&query_hl=10&itool=pubmed_docsum