ยินดีต้อนรับ บุคคลทั่วไป สมัครสมาชิก
 
ผู้สนับสนุน


ข้อมูลวิชาการที่น่าสนใจทั่วโลก

การบำบัดแบบย่อสำหรับผู้ที่มีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์

วันที่ : 0000-00-00 / อ่าน : 541

การบำบัดแบบย่อสำหรับผู้ที่มีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์

 

วัตถุประสงค์: ข้อมูลนี้เป็นการทบทวนองค์ความรู้เกี่ยวกับการบำบัดอย่างย่อต่อปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ (brief intervention-BI) ในหน่วยบริการและประชากรกลุ่มต่างๆ ได้แก่ สถานบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ในหน่วยบริการฝากครรภ์ และในระบบยุติธรรม รวมทั้งในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา

มาตรการ: การบำบัดอย่างย่อ (BI) เป็นวิธีการบำบัดที่แตกต่างจากการดูแลรักษาผู้ติดแอลกอฮอล์แบบดั้งเดิมตรงที่ว่า BI เป็นการให้การปรึกษาแบบหนึ่งต่อหนึ่งที่สั้น ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และไม่จำเป็นต้องนัดติดตามผลหลายครั้ง เหมาะสมกับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาหรือแบบอันตรายแต่ไม่ใช่ผู้ติดสุรา

ประเด็นสำคัญของข้อมูล: เป้าหมายของ BI คือการช่วยให้ผู้ที่ดื่มแบบอันตรายลดปริมาณการดื่มลงให้อยู่ในระดับปลอดภัยโดยอาจจะไม่จำเป็นต้องเลิกดื่มสุราโดยเด็ดขาดก็ได้ การดื่มในปริมาณที่ปลอดภัยก็จะทำให้ผู้ดื่มมีปัญหาจากการดื่มลดน้อยลง เช่นปัญหาสุขภาพ การบาดเจ็บ ความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุจราจร การถูกจับหรืออันตรายต่อทารกในครรภ์

BI หมายถึงการให้การปรึกษา 1-4 ครั้งโดยนักบำบัดที่ได้รับการฝึกหัดมา ซึ่งอาจจะเป็นแพทย์ นักจิตวิทยา พยาบาลหรือนักสังคมสงเคราะห์ก็ได้ การเลือกวิธีการบำบัดที่เหมาะสมขึ้นกับความรุนแรงของปัญหาจากการดื่มสุราของผู้ป่วย หรือปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นการสูบบุหรี่ หรือปัญหาทางร่างกายหรือจิตเวช ความชำนาญของผู้บำบัด และลักษณะของสถานบริการที่ให้การบำบัด โดยทั่วไป การบำบัดอย่างย่อจะประกอบด้วยการสะท้อนกลับ (feedback) ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยและการให้การปรึกษาอิงตามความเสี่ยงของการเกิดอันตรายจากการ ดื่มของผู้ป่วย บางครั้งการสะท้อนกลับเพียงอย่างเดียวก็สามารถช่วยให้ผู้ป่วยดื่มน้อยลงได้แล้ว สำหรับผู้ป่วยที่ยังไม่มีแรงจูงใจที่ลดปริมาณการดื่มลง หรือไม่เชื่อว่าการดื่มของตนเองจะทำให้เกิดอันตราย ในการบำบัดอย่างย่ออาจจะใช้วิธีบำบัดเพื่อสร้างแรงจูงใจ (motivational interviewing) ร่วมด้วยก็ได้

ก่อนที่จะทำการบำบัดอย่างย่อ มักจะมีการคัดกรองเป็นอันดับแรก ซึ่งรายละเอียดเรื่องการคัดกรองอยู่ใน Alcohol Alert ฉบับที่ 65/2005 และได้สรุปไว้ในฐานข้อมูลนี้แล้ว นอกจากจะให้การปรึกษาหรือคำแนะนำแล้ว ผู้ให้การบำบัดอาจจะแจกเอกสารสำหรับอ่านเพิ่มเติมหรือเป็นแบบฝึกหัดประจำตัวให้ผู้ป่วยไปด้วย การติดตามผลอาจจะทำโดยการนัดมาพบอีกที่คลินิก หรือทางโทรศัพท์หรือจดหมายก็ได้ หากพบว่าการให้การบำบัดอย่างย่อไม่พอเพียงที่จะทำให้ผู้ป่วยลดปริมาณการดื่มลง ผู้รักษาก็อาจจะแนะนำให้ผู้ป่วยรับการดูแลรักษาที่เข้มข้นมากขึ้น

การบำบัดอย่างย่อในสถานบริการระดับปฐมภูมิ

มีการศึกษาหนึ่งที่พบว่าผู้ป่วยที่มาสถานบริการปฐมภูมิร้อยละ 20 ดื่มแอลกอฮอล์ในระดับสูงกว่าปริมาณที่แนะนำโดย NIAAA ดังนั้นสถานบริการปฐมภูมิจึงเป็นจุดที่เหมาะสมที่จะให้การบำบัดอย่างย่อ วิธีการบำบัดอย่างย่อในสถานบริการระดับนี้อาจจะทำเพียงง่ายๆ สั้นๆ ด้วยคำพูดเพียง 2-3 ประโยค ได้แก่การบอกผู้ป่วยว่าผู้รักษาเป็นห่วงเรื่องการดื่มของผู้ป่วยซึ่งสูงเกินระดับที่แนะนำและอาจทำให้เกิดอันตรายได้ และแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มในปริมาณที่น้อยลงหรือหยุดดื่ม หากผู้ป่วยมีปัญหารุนแรงมากหรือไม่ตอบสนองต่อการบำบัดอย่างย่อก็อาจจะส่งต่อไปรับการรักษาเฉพาะต่อไป ผู้ป่วย alcohol abuse/dependence เองก็อาจจะได้รับประโยชน์จากการบำบัดอย่างย่อในสถานบริการปฐมภูมิ โดยเป็นโอกาสที่แพทย์หรือผู้รักษาจะให้คำแนะนำและการส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาเฉพาะทางต่อไป

Project TrEAT (Trial for early alcohol treatment) เป็นโครงการขนาดใหญ่ในสถานบริการปฐมภูมิ โดยการให้ BI 2 ครั้งห่างกัน 1 เดือน และมีการโทรศัพท์ติดตามในเวลา 2 สัปดาห์หลังการบำบัดแต่ละครั้ง พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดลดปริมาณการดื่มลง เวลาในการรักษาในโรงพยาบาลลดลง และจำนวนครั้งของการมาห้องฉุกเฉินลดลงอีกด้วย และยังพบว่าผลการบำบัดนี้ยังคงอยู่หลังการรักษาถึง 4 ปี

การบำบัดอย่างย่อในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล

ผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินร้อยละ 31 และผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงร้อยละ 50 มีผลการคัดกรองปัญหาการดื่มสุราเป็นบวก คนหนุ่มสาวเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่นิยมมาใช้บริการที่ห้องฉุกเฉินมากที่สุด  คนวัยนี้มักจะดื่มหนักแต่ละครั้ง (binge drinking)  ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการขับขี่ยานพาหนะ ผู้รักษาหลายคนมองว่าช่วงเวลาที่ผู้ป่วยมารับการรักษาเนื่องจากการบาดเจ็บที่เกี่ยวเนื่องกับการดื่มสุราเป็นช่วงเวลาที่ เหมาะสมในการสอนผู้ป่วย เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผู้ป่วยเปิดรับการบำบัดเกี่ยวกับการดื่มสุรา การให้ BI ในเวลานั้นจะช่วยให้ผู้ป่วยลดการดื่มลงและลดความเสี่ยงลงด้วย

ปัจจุบันได้มีการพัฒนา computer-based approaches เพื่อช่วยในการให้การบำบัดในห้องฉุกเฉินอีกด้วย

การบำบัดอย่างย่อในคลินิกฝากครรภ์

ผู้หญิงร้อยละ 14-22.5 ดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงตั้งครรภ์ ทารกแรกเกิด ประมาณร้อยละ 1มีความผิดปกติที่เกิดจากการดื่มสุราของมารดา BI เป็นวิธีการรักษาอันดับแรกที่แนะนำให้กับสตรีตั้งครรภ์ที่มีปัญหาจากการดื่มสุราระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง เนื่องจากผู้หญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักมีปัญหาไม่รุนแรงและมักที่จะพร้อมที่จะรับการบำบัด การให้ BI แก่ผู้หญิงกลุ่มนี้จึงได้ผลมากที่สุด และเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมาก นอกจากนั้นการวิจัยพบว่าหากให้คู่สมรสมารับการบำบัดด้วย จะทำให้การรักษาได้ผลมากยิ่งขึ้น

โครงการ Protecting the Next Pregnancy Project เป็นโครงการใหม่เพื่อบำบัดสตรีที่ตรวจพบว่าเคยดื่มสุราในระหว่างการตั้งครรภ์ครั้งที่แล้ว เพื่อป้องกันการดื่มสุราในระหว่างการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป ผลของโครงการนี้พบว่า นอกจากผ็หญิงเหล่านี้จะลดการดื่มสุราลงในระหว่างการตั้งครรภ์แล้ว ยังลดจำนวนทารกน้ำหนักตัวน้อยและการคลอดก่อนกำหนดลงด้วย และทารกที่เกิดจากสตรี ที่ได้รับการบำบัดยังมี neurobehavior performance ที่อายุ 13 เดือนดีกว่าทารกในกลุ่มเปรียบเทียบอีกด้วย

การบำบัดแบบย่อสำหรับผู้ต้องโทษในกระบวนการยุติธรรม

การศึกษาผลกระทบจากการบำบัดอย่างย่อสำหรับกลุ่มประชากรผู้ต้องโทษยังมีน้อย มีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้ต้องหาที่ได้รับ feedback มีโอกาสมากขึ้นที่จะมารับการรักษาตามนัดกว่าผู้ต้องหากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างไรก็ตามการศึกษาในผู้ที่ถูกจับเนื่องจากการขับรถขณะเมาสุรา (DWI) พบว่า BI ได้ผลดีเฉพาะในกลุ่ม DWI ที่มีอาการซึมเศร้าร่วมด้วยเท่านั้น

การบำบัดอย่างย่อในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา

การทบทวนการศึกษาเรื่องการบำบัดนักศึกษาที่ดื่มสุราแบบรายตัวระหว่างปีค.ศ. 1984-1999 พบหลักฐานยืนยันประสิทธิภาพของ BI ในกลุ่มนักศึกษา การบำบัดแบบนี้เป็นวิธีการที่เหมาะสมมากในกลุ่มนักศึกษาเพราะมีเป้าหมายที่จะช่วยให้นักศึกษารู้จักการดื่มในระดับที่เหมาะสมปลอดภัย โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงการดื่มแบบ binge เพื่อจะได้ไม่เกิดอันตรายตามมา BI อาจจะทำให้ศูนย์สุขภาพ ศูนย์ให้การปรึกษาในวิทยาเขต หรือโรงพยาบาลใกล้เคียง การผสมผสาน BI ลงไปในกระบวนการยุติธรรมภายในสถานศึกษาจะมีประโยชน์หลายด้าน สถานศึกษาหลายแห่งจะมีนโยบายอยู่แล้วเกี่ยวกับการลงโทษผู้กระทำผิดหรือละเมิดกฎระเบียบเกี่ยวกับการดื่มสุราของนักศึกษา

การให้การปรึกษาเรื่องการดื่มสุราโดยเพื่อนเป็นวิธีการที่ประสบผลสำเร็จพอสมควร (Peer counseling) แต่ต้องเป็นเพื่อนที่ได้รับการฝึกหัดมาอย่างดีและมีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เช่นมีการพบนักบำบัดเพื่อให้การดูแลแนะนำทุกสัปดาห์ เป็นต้น ปัญหาที่พบในการบำบัดในสถานศึกษาคือ จะทำอย่างไรเพื่อให้นักศึกษายอมมารับการบำบัด การสร้างแรงจูงใจเพื่อให้นักศึกษาที่มีปัญหาการดื่มมารับการบำบัดจะทำให้ลดปัญหาการดื่มสุราในสถานศึกษาลงได้ ผลจากการวิจัยพบว่า การใช้วิธีทางการตลาดสังคมเป็นวิธีการที่ดีที่จะชักจูงให้นักศึกษาที่มีปัญหามารับการบำบัด การโทรศัพท์ตามเมื่อนักศึกษาไม่มาตามนัดและใช้วิธีการเตือนรูปแบบอื่นๆ ร่วมด้วยจะช่วยเพิ่มอัตราการรับการรักษาได้มากขึ้น นอกจากนั้นได้มีการพัฒนาการบำบัดรูปแบบต่างๆ มากขึ้นเป็นขั้นตอนสำหรับนักศึกษาที่มีปัญหาจากการดื่มสุรา เช่นเริ่มต้นด้วยการประเมินและให้คำแนะนำทางอินเตอร์เน็ต แล้วเพิ่มขึ้นมาเป็นการบำบัดแบบตัวต่อตัวในรายที่มีปัญหารุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการบำบัดขั้นต้น

 

ความเห็นของผู้สรุป 

ข้อมูลนี้มาจากเอกสาร Alcohol Alert ของ NIAAA ซึ่งเป็นเอกสารที่ออกรายสามเดือน เป็นการสรุปทบทวนความก้าวหน้าและข้อมูลสำคัญด้านต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ และมีการปรับให้ทันสมัยอยู่เสมอ จึงเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ น่าเชื่อถือ ทันสมัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะได้ความรู้รวบยอดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ในเวลาอันสั้น สำหรับการบำบัดอย่างย่อสำหรับผู้ดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยเริ่มมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ และจัดเป็นนโยบายที่สำคัญอันหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีการวางแผนนโยบาย และฝึกหัดผู้ปฏิบัติงานในระบบสาธารณสุขให้รู้จักการบำบัดแบบย่อสำหรับผู้ดื่มสุราต่อไป จึงคาดว่าในอนาคตสถานบริการสาธารณสุขเกือบทุกแห่งในประเทศไทยจะมีการให้บริการบำบัดอย่างย่อแก่ผู้ป่วยทุกรายที่มา

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

มีบทความที่เขียนโดยนักวิชาการไทยเกี่ยวกับเรื่องการบำบัดอย่างย่อ และการดูแลรักษาผู้ดื่มสุราในเวชปฏิบัติทั่วไป ซึ่งบอกขั้นตอนวิธีการให้การบำบัดอย่างย่อไว้ สามารถอ่านได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเบื้องต้นในเรื่องนี้ ได้แก่

สาวิตรี อัษณางค์กรชัย. การดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์ในเวชปฏิบัติทั่วไป. คลินิก 2547;20:701-708.

จิรวัฒน์ มูลศาสตร์, สาวิตรี อัษณางค์กรชัย. การบำบัดแบบย่นย่อสำหรับผู้ดื่มแอลกอฮอล์. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2548;14:413-422.

เอกสารอื่นๆ ของ NIAAA ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการบำบัดผู้มีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านได้ฟรีจาก www.niaaa.nih.gov

Assessing Alcohol Problems: A Guide for Clinicians and Researchers. Second Edition, Revised 2003, NIH Publication No. 03-3745. อธิบายเกี่ยวกับเครื่องมือคัดกรองต่างๆ ประชากรเป้าหมาย ความเที่ยงตรง แม่นยำ ประโยชน์ในการใช้ทางคลินิก และในงานวิจัย

Helping Patients Who Drink Too Much: A Clinician’s Guide. 2005 Edition.NIH Publication No. 05-3769. ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับวิธีการคัดกรอง การประเมิน และการบำบัดอย่างย่อ รวมทั้งข้อมูลทางการแพทย์ที่สำคัญ และคู่มือฉบับกระเป๋า

 

Keywords: Brief intervention, alcohol consumption, alcohol-related problems, hazardous drinking, harmful drinking, motivational interviewing, safe-limit drinking, moderation of drinking, primary care, emergency department, prenatal care, justice system, college settings

ที่มา: ที่มา: National Institute of Alcohol Abuse and Alcoholism, National Institute of Health. Brief intervention. Alcohol Alert 2005;66:1-7.

Link: http://pubs.niaaa.nih.gov/publications/AA66/AA66.htm