ยินดีต้อนรับ บุคคลทั่วไป สมัครสมาชิก
 
ผู้สนับสนุน


ข้อมูลวิชาการที่น่าสนใจทั่วโลก

การจัดการบุคลิกภาพแบบมุ่งเป้าช่วยให้วัยรุ่นเริ่มดื่มสุราช้าลงและหลีกเลี่ยงการดื่มหนัก

วันที่ : 0000-00-00 / อ่าน : 750

การจัดการบุคลิกภาพแบบมุ่งเป้าช่วยให้วัยรุ่นเริ่มดื่มสุราช้าลงและหลีกเลี่ยงการดื่มหนัก

 

สาระสำคัญของบทความ

ผลการศึกษาในหลายประเทศ พบว่า การเริ่มต้นการดื่มสุราก่อนวัยอันควรทำให้ผู้ดื่มมีพฤติกรรมเสี่ยงสูงขึ้นทั้งในด้านการใช้สารเสพติดสารและการมีเพศสัมพันธ์ อีกทั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านการติดสุราในวัยผู้ใหญ่ด้วย Grant, Stinson และ Harford (2001) พบว่า โอกาสของการติดสุราจะลดลงถึงร้อยละ 10 ต่อปี ถ้าเยาวชนสามารถชะลอการเริ่มต้นการดื่มสุราของตนได้ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาที่พบว่า บุคลิกภาพเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการดื่มสุราของวัยรุ่นและเยาวชน ลักษณะทางพฤติกรรม (behavioral profile) บางอย่างอาจส่งผลต่อการเริ่มต้นการดื่มสุราก่อนวัยอันควรและการติดสุราในอนาคต ลักษณะทางพฤติกรรมที่มีการกล่าวถึงกันมาก คือ การมีปัญหาเรื่องขาดความยับยั้งชั่งใจ/โทษคนอื่น (disinhibited/externalizing problem) และ การมีปัญหาเรื่องวิตกกังวล/โทษตนเอง (neurotic/internalizing problems) ส่วนพฤติกรรมและบุคลิกภาพที่ได้มีการศึกษาว่ามีผลกระทบต่อการดื่มสุราและการดื่มหนักของเยาวชน คือ ความหุนหันพลันแล่น (impulsivity) การแสวงหาประสบการณ์ใหม่โดยไม่ยับยั้งช่างใจ (sensation seeking) (ซึ่งมักแสดงออกด้วยการมีกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่, การขับรถเร็ว) การไวต่อความวิตกกังวล (anxiety sensitivity) และแนวโน้มที่จะซึมเศร้า (depression proneness)

ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาว่าการจัดการบุคลิกภาพแบบมุ่งเป้า (personality-targeted intervention) ในช่วงเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นสามารถชะลอการเริ่มดื่มสุรา การเพิ่มปริมาณการดื่มสุรา และการดื่มหนัก (binge drinking) ในกลุ่มวัยรุ่นที่มีความเสี่ยงสูงได้หรือไม่

งานวิจัยนี้เป็นแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (randomized-controlled trial) ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 4 ซึ่งมีอายุเฉลี่ยประมาณ 14 ปี ผู้เข้าร่วมการศึกษามี 368 คน โดยทั้งหมดเป็นนักเรียนที่มีปัจจัยเสี่ยงด้านบุคลิกภาพซึ่งมีคะแนนของ Substance Use Risk Profile Scale (SURPS) ที่แสดงให้เห็นว่ามีบุคลิกภาพแบบความคิดแง่ลบ (negative thinking) การไวต่อความวิตกกังวล การหุนหันพลันแล่น และการแสวงหาประสบการณ์ใหม่โดยไม่ยับยั้งช่างใจ ครึ่งหนึ่งของนักเรียนเหล่านี้ถูกสุ่มให้ได้รับกลุ่มจิตบำบัดในลักษณะของการจัดการบุคลิกภาพแบบมุ่งเป้า ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ การให้ความรู้ทางจิตใจ (psycho-education) การสัมภาษณ์เพื่อเพิ่มแรงจูงใจ (motivation interviewing) และการฝึกความชำนาญด้านกระบวนการคิดที่มีผลต่อพฤติกรรม (cognitive-behavior skill training) นักเรียนอีกครึ่งหนึ่งถูกสุ่มให้เป็นกลุ่มควบคุมซึ่งไม่ได้รับการจัดการใดๆ ผู้วิจัยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการดื่มสุรา 6 และ 12 เดือนหลังการเริ่มต้นวิจัย

                ผลการศึกษาพบว่า ทั้งสองกลุ่มดื่มสุราเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนหลังการบำบัดรักษา โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรก แต่กลุ่มควบคุมดื่มเพิ่มขึ้นมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการศึกษานี้ยังพบอีกด้วยว่า ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการดื่มสุราเพิ่มขึ้นและเป็นตัวบ่งชี้ว่าจะมีการดื่มหนัก คือ การมีบุคลิกภาพแบบแสวงหาประสบการณ์ใหม่โดยไม่ยับยั้งช่างใจ ซึ่งการดื่มเพิ่มขึ้นและการดื่มหนักนี้ไม่พบในนักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบอื่น (การไวต่อความวิตกกังวล, ความคิดในแง่ลบ และความหุนหันพลันแล่น) สำหรับการวิเคราะห์การดื่มในกลุ่มที่มีบุคลิกภาพแบบแสวงหาประสบการใหม่โดยไม่ยับยั้งช่างใจพบว่า กลุ่มย่อยที่ได้รับการจัดการบุคลิกภาพแบบมุ่งเป้ามีการดื่มสุราน้อยกว่ากลุ่มย่อยที่ไม่ได้รับการจัดการใดๆ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ การจัดการในลักษณะนี้ยังช่วยป้องกันการดื่มหนักได้ด้วย โดยผู้วิจัยพบว่าร้อยละ 41 ของนักเรียนที่ได้รับการจัดการแบบนี้มีการดื่มหนัก เมื่อเทียบกับร้อยละ 61 ของกลุ่มที่ไม่ได้รับการจัดการมีการดื่มหนัก

                ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า การจัดการบุคลิกภาพแบบมุ่งเป้าช่วยชะลอการเริ่มดื่มสุรา การดื่มที่มักจะเพิ่มขึ้นในช่วงอายุนี้ก็เพิ่มขึ้นน้อยกว่า และมีการดื่มหนักที่น้อยกว่าด้วย การจัดการนี้ค่อนข้างได้ผลดีในนักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบแสวงหาประสบการณ์ใหม่โดยไม่ยับยั้งชั่งใจ

 

ความเห็นของผู้แปล

                เป็นที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบัน เยาวชนจำนวนมากเริ่มดื่มสุราตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นการป้องกันการติดสุราและการดื่มหนักจึงมักเริ่มดำเนินการในวัยรุ่น โดยเฉพาะวัยรุ่นตอนต้น (ส่วนใหญ่กำลังเรียนในชั้นมัธยมต้น) นอกจากนี้ ยังเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า การป้องกันดีกว่าการรักษา ในแง่ของการติดสุราและการดื่มหนักก็เช่นกัน มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่า การจัดการ (intervention) ที่ออกแบบขึ้นสามารถป้องกันการติดสุราและการดื่มหนักได้ โดยเฉพาะในวัยรุ่น

                แม้ว่าจะมีการศึกษาจำนวนมากเกี่ยวกับการป้องกันการติดสุราและการดื่มหนัก แต่มีการศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (randomized-controlled trial) (ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานทางวิชาการที่น่าเชื่อถือที่สุด) จำนวนน้อยมากที่สามารถแสดงให้เห็นว่า การจัดการดังกล่าวสามารถป้องกันการติดสุราและการดื่มหนักได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในหลายๆ ปัจจัยที่ทำให้ไม่สามารถแสดงถึงประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการจัดการที่ออกแบบขึ้น ระดับของการป้องกันจัดว่าเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งเช่นกัน

                การจัดการเพื่อป้องกันการติดสุราและการดื่มหนักอาจแบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ

1. การป้องกันแบบครอบจักรวาล (universal prevention) คือ การจัดการกับประชากรทั่วไป ตัวอย่างที่พบบ่อย เช่น โปรแกรมลดการใช้บุหรี่ สุรา และยาเสพติดในโรงเรียน การรณรงค์เพื่อลดการใช้สารต่างๆ ซึ่งมีข้อดี คือ ค่าใช้จ่ายต่ำแต่สามารถเข้าถึงประชากรครั้งละหลายหมื่นหรือหลายแสนคนได้อย่างรวดเร็ว แต่มีข้อเสีย คือ มักจะไม่สามารถแสดงให้เห็นประโยชน์ของการป้องกันในลักษณะนี้

2. การป้องกันแบบเลือก (selected prevention) คือ การจัดการกับกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มที่มีบุคลิกภาพบางอย่างที่ง่ายต่อการเริ่มหรือติดสารเสพติด

3. การป้องกันตามข้อบ่งชี้ (indicated prevention) คือ การจัดการกับกลุ่มที่เริ่มมีลักษณะบางอย่างของการติดสาร ซึ่งในแง่ของสุรา คือ กลุ่มที่เริ่มมีอาการบางอย่างของการติดสุรา (แต่ยังไม่ครบเกณฑ์การวินิจฉัย) หรือการดื่มหนักนานๆ ครั้ง

สำหรับการศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม ความยากลำบากในการที่จะแสดงให้เห็นถึงประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการป้องกันแบบครอบจักรวาล คือ การที่มีประชากรจำนวนมากที่เป็นกลุ่มคนปกติ ดังนั้นเมื่อให้การป้องกันใดๆ ในคนกลุ่มนี้ คนกลุ่มนี้จึงไม่ค่อยดีขึ้น (เพราะแทบจะไม่มีความผิดปกติเลยตั้งแต่ก่อนให้การป้องกันแล้ว จึงไม่มีอะไรให้ดีขึ้น) การจะพิสูจน์ว่าการป้องกันแบบนี้มีประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจึงต้องการผู้เข้าร่วมการศึกษาหลายหมื่นคน ซึ่งทำได้ยากมากหากต้องการศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม การจะแสดงให้เห็นถึงประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจะง่ายขึ้นสำหรับการป้องกันแบบเลือก และง่ายที่สุด สำหรับการป้องกันตามข้อบ่งชี้

การจัดการแบบมุ่งเป้าที่บุคลิกภาพในการศึกษานี้ จัดได้ว่าเป็นการป้องกันแบบเลือก โดยเลือกจัดการเฉพาะนักเรียนที่มีบุคลิกภาพแบบเสี่ยงที่จะติดสุราหรือดื่มหนัก ผลการศึกษาที่พบว่าการจัดการชนิดนี้สามารถชะลอการเริ่มดื่ม ลดปริมาณการดื่ม และลดการดื่มหนักแสดงให้เห็นถึงประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญของการป้องกันชนิดนี้

                ความเข้าใจด้านชนิดของการป้องกันและสถิติเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ที่ออกแบบการป้องกันต่างๆ สามารถชั่งใจได้ว่าจะออกแบบการป้องกันแบบครอบจักรวาลซึ่งสามารถป้องกันได้อย่างกว้างขวางแต่มักจะพิสูจน์ได้ยาก หรือออกแบบการป้องกันแบบเลือกหรือตามข้อบ่งชี้ซึ่งสามารถดำเนินการได้ในวงแคบกว่าแต่สามารถพิสูจน์ถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นได้

 

Key words: interventions, personality, follow-up studies, adolescence

ที่มา: Conrod PJ, Castellanos N, Mackie C. Personality-targeted interventions delay the growth of adolescent drinking and binge drinking. J Child Psychol Psychiatry. 2008;49:181-90.

Link: http://www3.interscience.wiley.com/journal/119392215/abstract