เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1878 ว่า สุราเป็นปัจจัยเสี่ยงประการหนึ่งสำหรับโรคตับอ่อนอักเสบ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยด้านระบาดวิทยาในเรื่องนี้ยังมีอยู่น้อยมาก บางการศึกษาพบว่า ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นพบในผู้ชายเท่านั้น นอกจากนี้ ยังไม่มีงานวิจัยศึกษาในมิติอื่นของการดื่มสุราด้วย เช่น ชนิดของเครื่องดื่ม ความถี่ของการดื่ม จุดตัดของการเพิ่มความเสี่ยง (ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ระดับการดื่มที่น้อยกว่าจุดตัดนี้ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ) ผู้วิจัยจึงทำการศึกษาแบบไปข้างหน้าเพื่อหาความสัมพันธ์ของการดื่มสุรากับความเสี่ยงของโรคตับอักเสบในประชากรทั่วไปทั้งชายและหญิงของประเทศเดนมาร์ก

ผู้วิจัยใช้ข้อมูลที่ได้จากการงานวิจัยโรคหัวใจของเมืองโคเปนเฮเกน (Copenhagen City Heart Study) ซึ่งทำการสำรวจไว้ 4 ครั้งในช่วงปี ค.ศ. 1976-1978 1981-1983 1991-1994 และ 2001-2003 ข้อมูลของประชากรจำนวน 17,905 ราย (หญิง 9,573 ราย ชาย 8,332 ราย) ถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อหาปัจจัยเสี่ยง ผลจากการศึกษา พบว่า ผู้เข้าร่วมวิจัย 235 ราย (หญิง 113 ราย ชาย 122 คน) ป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ โดย 171 รายป่วยแบบเฉียบพลัน และ 97 รายป่วยแบบเรื้อรัง จากการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์กับปัจจัยต่างๆ ผู้วิจัยพบว่า ความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบที่เพิ่มขึ้นพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง (แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติในหญิง) ปริมาณการดื่มสุราสัมพันธ์กับการป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง) โดยความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติผู้ที่ดื่มมากกว่า 35 แก้วมาตรฐานต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังพบอีกด้วยว่า ปริมาณการดื่มที่เพิ่มมากขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อป่วยมากขึ้นเรื่อยๆ การดื่มมากขึ้น 1 แก้วมาตรฐาน/วัน เพิ่มความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคตับอักเสบราว 1.13 เท่า (95% CI: 1.06-1.21) เนื่องจากจำนวนผู้ดื่มไวน์และสุราในปริมาณมากมีเพียงเล็กน้อยในงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยจึงพบเพียงแต่ว่า เบียร์เป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ ผู้วิจัยไม่พบว่าความถี่ของการดื่มสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคตับอ่อนอักเสบ

งานวิจัยนี้พบว่า ปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ เพิ่มความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคตับอ่อนอักเสบในประชากรชายและหญิง

 

Key words: beverages, risk, pancreatitis

ที่มา: Kristiansen L, Gronbaek M, Becker U, Schurmann J, Tolstrup S. Risk of pancreatitis according to alcohol drinking habits: a population-based cohort study. Am J Epidemiol. 2008;168:932-7.

Link: http://aje.oxfordjournals.org/cgi/content/abstract/168/8/932