ในประเทศอังกฤษ ผู้ที่ติดเชื้อเอดส์ใหม่จำนวนมากเป็นประชากรในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรกลุ่มนี้มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน คือ การใช้สารระเหยประเภทไนไตรท (nitrite inhalant) การเป็นผู้รับน้ำเชื้อ และการมีเพศสัมพันธ์กับหลายคน ในงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยมีความประสงค์ที่จะศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศในประชากรกลุ่มนี้ด้วยวิธีการที่เรียกว่า “การวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative study)” ซึ่งอาศัยการสัมภาษณ์และสรุปผลการสัมภาษณ์เป็นหลัก อาสาสมัครวิจัย คือ ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายที่เคยได้รับการตรวจหาเชื้อเอดส์จากคลินิกสุขภาพจำนวน 48 คน

ผลการวิจัยพบว่า อาสาสมัครส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการมีเพศสัมพันธ์แบบปลอดภัย และเชื่อว่าตนเองไม่ได้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์ เพราะตนเองมีเพศสัมพันธ์ไม่บ่อย เป็นการกระทำที่นุ่มนวล หรือมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ดูสะอาดสะอ้านและมีการดูแลตัวเองดี การใช้สารระเหยประเภทไนไตรททำให้อาสาสมัครระมัดระวังและการป้องกันตนเองลดลง การใช้ถุงยางอนามัยระหว่างการร่วมเพศถือว่าเป็นการกระทำที่ทำให้ความใกล้ชิดระหว่างคนทั้งสองลดลงหรือขาดหายไป ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน คือ การดื่มสุรา การมีอาการซึมเศร้า การเสียใจเพราะสูญเสียบางอย่าง และการว่างงาน นอกจากนี้ เมื่อผลการตรวจเชื้อเอดส์เป็นลบ ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าตนเองไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์

 

Key words: risk factors, sexual, sexuality, gay, homosexual, alcohol, HIV

ที่มา: Elam E, Macdonald M, Hickson FCI, et al. Risky sexual behaviour in context: qualitative results from an investigation into risk factors for seroconversion among gay men who test for HIV. Sex Transm Infect. 2008;84:437-77.

Link: http://sti.bmj.com/cgi/content/abstract/84/6/473