สาระสำคัญของบทความ

การดื่มสุราเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคเรื้องรังต่างๆ มากมาย รวมทั้งการได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยมีการกล่าวถึงมาก่อนว่าการดื่มสุราเพิ่มความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคติดเชื้อ แม้ว่าจะมีหลักฐานทางวิชาการจำนวนไม่น้อยที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ในลักษณะนี้

ในปี ค.ศ. 2008 นักวิชาการหลายแขนงจำนวน 25 ท่านจาก 8 ประเทศ (ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน แอฟริกาใต้ แทนซาเนีย ไทย และสหรัฐอเมริกา) รวมทั้งตัวแทนจากองค์การอนามัยโลกและ Joint United Nations Programmed on Human Immunodeficiency Virus/Acquired Immune Deficiency Syndrome (UNAIDS) ได้ร่วมประชุมกันที่เมืองเคปทาวน์ (ประเทศแอฟริกาใต้) เพื่อทบทวนหลักฐานทางวิชาการอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มสุรา วัณโรค และโรคเอดส์ รวมทั้งศึกษาผลกระทบของการดื่มสุราต่ออุบัติการณ์โรคและการดำเนินโรคของวัณโรคและโรคเอดส์

ผลการวิเคราะห์ทางระบาดวิทยาพบว่ามีหลักฐานมากพอที่จะสรุปได้ว่า การดื่มสุราหนักและ/หรือโรคติดสุราสัมพันธ์กับอุบัติการณ์ของวัณโรค และทำให้การดำเนินโรควัณโรคและโรคเอดส์เลวลง แม้ที่ประชุมจะพบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มุสรากับความชุกและอุบัติการณ์ของโรคเอดส์ แต่ผู้ร่วมประชุมต่างมีความเห็นว่าหัวข้อนี้ควรได้รับการศึกษาเพิ่มเติมก่อนที่จะสรุปว่าการดื่มสุราเป็นปัจจัยที่เพิ่มความชุกและอุบัติการณ์ของโรคเอดส์

เป็นที่ทราบมานานแล้วว่า การดื่มหนักและโรคติดสุราเป็นปัจจัยหนึ่งที่สัมพันธ์กับวัณโรค ผลการศึกษาแบบ meta-analysis พบว่า ความเสี่ยงของการป่วยเป็นวัณโรคเพิ่มขึ้น 3 เท่าในผู้ที่ดื่มสุรามากกว่า 40 กรัมต่อวันหรือผู้ติดสุรา การดื่มสุราทำให้เสี่ยงต่อการป่วยเป็นวัณโรคเพิ่มมากขึ้นสามารถอธิบายได้ด้วย 2 แนวทาง คือ แนวทางด้านชีวภาพ และแนวทางด้านสังคม ในด้านชีวภาพ การดื่มสุราหนักมีผลต่ออวัยวะหลายระบบในร่างกาย รวมถึงการทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อวัณโรคและทำให้การดำเนินโรคของโรคนี้เลวลง ในด้านสังคมและพฤติกรรม การดื่มสุราหนักเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ดื่มไม่สนใจที่จะรับการบำบัดรักษาโรคต่างๆ (รวมทั้งวัณโรค) และไม่ร่วมมือในการรับประทานยาตามกำหนด แม้ว่าจะควบคุมปัจจัยอื่นๆ แล้ว เช่น การไร้ที่อยู่อาศัย การว่างงาน ผลการศึกษาก็ยังพบว่า ผู้ที่ดื่มหนักมีผลการรักษาวัณโรคที่ไม่ดี นอกจากนี้ยังพบอีกด้วยว่า การดื่มหนักเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดการดื้อยารักษาวัณโรคหลายตัว

แนวทางที่สุราเป็นสาเหตุของวัณโรคก็พบเช่นกันว่า การดื่มสุราทำให้การดำเนินโรคของโรคเอดส์เลวลง โดยเฉพาะการที่สุราทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและทำให้เกิดโรคร่วมอื่น นอกจากนี้ การดื่มสุราหนักยังทำให้ผู้ป่วยโรคเอดส์รับประทานยาไม่ต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่การรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอเป็นหัวใจสำคัญของการรับประทานยารักษาโรคเอดส์

แม้จะพบความเป็นไปได้ว่าสุรามีผลต่อการติดเชื้อเอดส์ แต่ที่ประชุมก็สรุปแต่เพียงว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มสุรากับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศเป็นเรื่องซับซ้อน มีหลายขบวนการทั้งที่เป็นสาเหตุและไม่เป็นสาเหตุเข้ามาเกี่ยวข้อง” ยังมีอีกหลายคำถามที่ต้องการคำตอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ดังกล่าว เช่น “ผู้ที่ดื่มสุราหนักมีพฤติกรรมทางเพศแตกต่างจากผู้ที่ไม่ดื่มสุราหนักหรือไม่?” “เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่มสุราหนัก ผู้ที่ดื่มสุราหนักมีแนวโน้มที่จะมีคู่นอนหลายคนในเวลาเดียวกันหรือไม่?” และ “การดื่มหนักมีส่วนทำให้มีการใช้ถุงยางอนามัยไม่ถูกต้องหรือไม่?”

นอกจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ที่ประชุมยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการดำเนินการการศึกษาวิจัยแบบข้างหน้าและมีขนาดตัวอย่างที่ใหญ่ในประเทศที่มีความชุกของโรคเอดส์สูง เพื่อศึกษาถึงผลและการมีปฏิกิริยาระหว่างกันของปัจจัยเสี่ยงของโรคเอดส์หลายๆ ตัว รวมทั้งการเกี่ยวข้องกับวัณโรคด้วย การศึกษาวิจัยในลักษณะนี้มีความสำคัญในการพัฒนาวิธีการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อใหม่

การเข้าใจว่าการดื่มสุราเป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อจัดว่าเป็นเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น ขั้นตอนสำคัญต่อจากนี้ คือ การหาวิธีการที่มีประสิทธิผลในการลดภาระโรคของวัณโรคที่เกิดจากการดื่มสุรา ผู้เกี่ยวข้องควรพัฒนาแนวทางการจัดการปัญหาสุราเพื่อลดผลกระทบในแง่ลบต่อการบำบัดรักษาวัณโรคและโรคเอดส์ การบำบัดรักษาผู้ติดสุราซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการที่มีประสิทธิผลที่สุดในการลดภาระโรค โดยเฉพาะในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง ควรถูกนำมาใช้และเชื่อมโยงกับการควบคุมโรคติดเชื้อเหล่านี้

 

ความเห็นของผู้สรุป

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าการดื่มสุราเป็นสาเหตุสำคัญของการป่วยเป็นโรคทางกายเรื้อรัง (เช่น โรคตับแข็ง) และการได้รับบาดเจ็บ การเป็นเหตุและผลดังกล่าวเข้าใจได้ไม่ยากเนื่องจากเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัด แต่การที่สุราเป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อยังเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ง่ายนัก เพราะความเป็นเหตุและผลไม่ชัดเจนเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างสุราและการได้รับบาดเจ็บ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวจึงใช้วิธีการทางสถิติอื่นเข้ามาช่วย เช่น meta-analysis ซึ่งเป็นการรวมหลายผลการวิจัยเข้าด้วยกันทางสถิติ ซึ่งข้อดีของ meta-analysis คือ การทำให้ขนาดตัวอย่างใหญ่ขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสพบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มสุราและโรคติดเชื้อ เช่น วัณโรค โรคเอดส์ เพิ่มมากขึ้น

จากบทความดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการดื่มสุรามีผลต่ออุบัติการณ์และการดำเนินโรคของวัณโรคค่อนข้างชัดเจน แม้ว่านักวิชาการกลุ่มนี้จะยังเห็นว่า การดื่มสุรากับอุบัติการณ์และการดำเนินโรคของโรคเอดส์ แต่หลักฐานทางวิชาการยังมีอยู่น้อย แต่นักวิชาการกลุ่มอื่นก็มีความเห็นว่าคล้ายคลึงกันว่า การดื่มสุรามีผลต่อการป่วยเป็นโรคเอดส์ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ว่า (http://www.add-resources.org/hivaids.76600.en.html)

1.            การดื่มหนักมีส่วนทำให้เกิดการระบาดของโรคเอดส์ โดยเฉพาะการมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศภายหลังการเมาสุรา

2.            การดื่มหนักทำให้พัฒนาการของโรคเอดส์เร็วขึ้น และเสี่ยงต่อการติดเชื้ออื่น เช่น โรคปอดบวม เนื่องจากการดื่มสุราทำให้เกิดความอ่อนแอของภูมิต้านทานโรค

3.            การดื่มหนักทำให้ผลการรักษาโรคเอดส์ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากการดื่มหนักมักทำให้ผู้ป่วยโรคเอดส์รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ และมีโภชนการที่ไม่ดี

 

Key words: alcohol, infectious disease, HIV, tuberculosis

ที่มา: Parry CRehm JPoznyak VRoom R. Alcohol and infectious diseases: an overlooked causal linkage? Addiction. 2009;104:331-2.

Link: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/19207335