ข้อมูลนี้เป็นงานวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบ cohort study ในชุมชนแมนฮัตตันเหนือ เมืองนิวยอร์ค สุ่มเลือกจากประชากรวัย 65 ปีขึ้นไป ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ถึงค.ศ. 1996 จำนวน 1422 คนที่สุขภาพปกติ จากฐานประชากรวัย 65 ปีขึ้นไปที่มีประกันสุขภาพชนิด Medicare จำนวนทั้งสิ้น 2126 คน วัตถุประสงค์ของการศึกษา คือ การหาความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์ชนิดต่างๆ กับการเกิดโรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ (ใช้ชื่อย่อว่า AD) และสมองเสื่อมจากปัญหาเส้นเลือดในสมอง (stroke)(ใช้ชื่อย่อว่า DAS) ผู้วิจัยนัดติดตามกลุ่มตัวอย่างทุกปี โดยใช้การสัมภาษณ์ด้วยแบบสอบถามเกี่ยวกับอาหารและการดื่มแอลกอฮอล์ และการตรวจร่างกาย การตรวจสภาพจิต และการทำแบบทดสอบทางจิตประสาทวิทยาโดยประสาทแพทย์, จิตแพทย์ และนักประสาทจิตวิทยา การวินิจฉัยโรคใช้เกณฑ์ของ DSM-IV อาสาสมัครจำนวน 230 คนถูกคัดออกเพราะมีโรคสมองเสื่อมอยู่ก่อนแล้ว อาสาสมัคร 210 คนขาดการติดต่อ และมี 2 คนที่ข้อมูลไม่สมบูรณ์ ข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์มาจาก 980 คนของกลุ่มตัวอย่าง ปัจจัยเสี่ยงอื่นที่เกี่ยวข้องกับโรค AD (ซึ่งได้แก่ เพศ ชาติพันธุ์ (ethnic) ระดับการศึกษา Apolipoprotein- epsilon 4 (APOE-e4 ) allele genotype และประวัติโรคหัวใจ) ถูกนำมาพิจารณาร่วมด้วยโดยใช้สถิติชนิด Cox proportional hazards multiple regression analysis

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่าง 980 คน มีอายุเฉลี่ย 73.3 ปี ร้อยละ 67 เป็นหญิง เมื่อติดตามไป 4 ปี อุบัติการณ์โรคของ AD เท่ากับ 4.9 รายต่อ 100 คน-ปี อุบัติการณ์โรคของ DAS เท่ากับ 1.5 รายต่อ 100 ราย-ปี กลุ่มตัวอย่างมีอัตราการดื่มเบียร์เท่ากับร้อยละ 15 ดื่มสุรากลั่นเท่ากับร้อยละ 14 ดื่มไวน์เท่ากับร้อยละ 17 และไม่ดื่มเลยเท่ากับร้อยละ 70 เมื่อวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของการดื่มแอลกอฮอล์กับการเกิดโรค AD และ DAS โดยคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย เช่น เพศ อายุ การมี APOE-e4 ระดับการศึกษา พบว่า การดื่มไวน์ไม่เกิน 3 แก้วต่อวันช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค AD (hazard ratio = 0.55; 95%CI = 0.34-0.89,p =0.015) แต่ไม่ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค DAS (hazard ratio = 0.42; 95%CI = 0.15-1.15,p =0.091)

 

สำหรับการดื่มเบียร์ สุรากลั่น และอื่นๆ ไม่ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ และเมื่อแยกวิเคราะห์ย่อยระหว่างการมี APOE-e4 และไม่มี พบว่า การดื่มไวน์ ไม่เกิน 3 แก้วต่อวันสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค AD เฉพาะในคนที่ไม่มี APOE-e4  allele เท่านั้น การลดความเสี่ยงดังกล่าวอาจอธิบายได้ว่าไวน์มีสาร polyphenols ซึ่งเป็น antioxidant effects ในกระแสเลือด ทำให้ระดับ HDL-cholesterol เพิ่มขึ้น ระดับ platelet adhesiveness ลดลง และระดับ endothelial function เพิ่มขึ้น 

 

Keywords: dementia, Alzheimer disease

ที่มา: Luchsinge JA,. Tan M-X,. Saddiqui M, Shea S, Mayeux R. Alcohol intake and risk of dementiaJ Am Geriatr Soc 2004;52:540-6.

Link: http://www.blackwell-synergy.com/doi/abs/10.1111/j.1532-5415.2004.52159.x