ร้อยละ 20-25 ของการสมรสมีปัญหาเกี่ยวกับการไม่ซื่อสัตย์ต่อคู่ครองของตน ปัญหานี้เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นอกจากผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่คู่ครองของตนจะเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แล้ว คู่ครองของบุคคลคนนั้นยังเสี่ยงที่จะติดโรคด้วยเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากรายงานที่ว่าผู้หญิงที่ติดเชื้อไวรัสเอดส์ส่วนใหญ่ได้รับเชื้อมาจากคู่ของตน นอกจากนี้ Fals-Stweard และคณะยังพบอีกด้วยว่า ร้อยละ 71 ของภรรยาของผู้ติดยาไม่รู้ว่าตนเองเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ ภรรยาของผู้ติดสุราจึงอาจเป็นหนึ่งในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อันเป็นผลมาจากพฤติกรรมเสี่ยงของสามีของตน

ในการศึกษานี้ ผู้วิจัยทำการศึกษาเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ต่อคู่ครองในผู้ติดสุรา 125 รายที่มาขอรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก โดยเปรียบเทียบกับชายที่แต่งงานแล้วซึ่งมีอายุและสถานะทางสังคมที่ใกล้เคียงกันแต่ไม่มีการติดสารใดๆ (กลุ่มควบคุม) ในจำนวนที่เท่ากัน ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลประชากร การมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่คู่ครอง การติดสาร และความพึงพอใจต่อชีวิตสมรส แม้ว่าผู้วิจัยจะพยายามหากลุ่มควบคุมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มที่ศึกษา         แต่ก็พบว่าผู้ติดสุรามีคุณภาพของชีวิตสมรสต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ติดสุรานอกจากจะมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มิใช่คู่ครองมากกว่ากลุ่มควบคุมแล้ว ยังปกปิดพฤติกรรมทางเพศดังกล่าวของตนกับภรรยาด้วย ผู้วิจัยพบว่ามีภรรยาของผู้ติดสุราเพียง 2 รายและภรรยาของกลุ่มควบคุม 1 รายที่ทราบถึงพฤติกรรมทางเพศของสามีตนเอง และทั้งสองกลุ่มไม่มีการใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอกับภรรยาของงตน คุณภาพของชีวิตสมรสเป็นปัจจัยสำคัญในการบ่งชี้ถึงการไม่ซื่อสัตย์ของผู้ติดสุรา

จากผลการศึกษานี้ ผู้วิจัยแนะนำว่าผู้ติดสรุาและภรรยาควรได้รับความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ติดสุราและสัญญาด้านความปลอดภัย (safety contract) เพื่อนำไปสู่การใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอ

Key words: risk behaviors, marriage, sexually transmitted infection (STIs)

ที่มาHall JH, Fals-Stewart W, Fincham FD. Risky sexual behavior among married alcoholic men. J Fam Psychol. 2008;2:287-92.

Link: http://psycnet.apa.org/journals/fam/22/2/287/