วัตถุประสงค์เพื่อทบทวนวรรณกรรมเรียงร้อยถ้อยความ (narrative reviews) เพื่อหาความแตกต่างระหว่างหญิงและชายเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์

วิธีการศึกษา: ผู้นิพนธ์ค้นหาเอกสารงานวิจัยจากบทความวิจัยที่ตีพิมพ์จำนวน 250 ชิ้น ระหว่างปี 1979 ถึง 2002 ไม่มีเกณฑ์คัดเลือกเอกสารงานวิจัย   ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการวิเคราะห์ด้านคุณภาพและสถิติของชิ้นงานวิจัย

ผลการศึกษาวิจัย: พบว่า ผู้หญิงดื่มแอลกอฮอล์น้อยกว่าแต่เกิดปัญหาจากการดื่มมากกว่าผู้ชาย จากงานวิจัยด้านระบาดวิทยาหลายชิ้นพบว่า ทั้งหญิงและชายมีการดื่มแอลกอฮอล์มากในวัยหนุ่มสาว แต่ในรายงานของ National Comorbidity Survey ปี ค.ศ. 1994 ผู้ชายมีอัตราความชุกชั่วชีวิต (lifetime prevalence) ของ alcohol abuse เท่ากับร้อยละ 12.5 แต่ผู้หญิงมีเพียงร้อยละ 6.4 ส่วน alcohol dependence ในผู้ชายพบร้อยละ 20.1 เทียบกับผู้หญิงพบร้อยละ 8.2 การสำรวจอีกครั้งโดย Grant ในปี ค.ศ. 1997 ก็พบความแตกต่างระหว่างเพศอยู่ โดยอัตราความชุกของ alcohol dependence ในผู้ชายเท่ากับร้อยละ 18.6เทียบกับผู้หญิงซึ่งพบร้อยละ 8.4 ผู้หญิง และนอกจากนี้ ผู้หญิงยังมีความผิดปกติทางจิตที่สัมพันธ์กับการดื่มน้อยกว่าผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยเสี่ยงต่อการดื่มและเกิดปัญหา ทั้งด้านชีวะ-จิต-สังคม ไม่ชัดเจนเท่าผู้ชาย กล่าวคือ ด้านพันธุกรรมของโรคติดแอลกอฮอล์ ผู้ชายมีความเสี่ยงสูงชัดเจนกว่าผู้หญิง  เนื่องจากมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อแอลกอฮอล์ต่ำกว่าทำให้ดื่มในปริมาณมากกว่าจะเมา ตรงข้ามกับผู้หญิงซึ่งดื่มน้อยแต่เมาง่ายกว่า  ปัจจัยด้านจิตสังคมเป็นตัวป้องกันปัญหาการดื่มในผู้หญิงมากกว่า กล่าวคือ ผู้หญิงมีความภูมิใจในตน (self-esteem) ต่ำกว่าผู้ชาย มุมมองทางสังคมไม่ยอมรับการดื่มของผู้หญิงมีมากกว่า โดยเฉพาะลักษณะการดื่มแบบเมาอาละวาด ควบคุมพฤติกรรมไม่ได้ การดื่มเพื่อต้องการความคึกคะนอง แก้กลุ้ม และวู่วามต่อต้านสังคมพบได้น้อยในผู้หญิง  อีกทั้งผู้หญิงมีความเป็นแม่สูง คือ ชอบให้บริการ ต้องการเป็นคนคอยดูแลช่วยเหลือคนอื่นทำให้ปกป้องตนเองจากการดื่มหนัก   นอกจากนี้ผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักมีผลเสียต่อสุขภาพรุนแรงมากกว่าทั้งที่ดื่มปริมาณน้อยกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะด้านสติปัญญาและการเคลื่อนไหว  การถูกทำร้ายร่างกายและทางเพศพบในผู้หญิงได้มากกว่า หลังจากติดตามไประยะหนึ่งมักเกิดปัญหาด้านระบบสืบพันธุ์

จากการศึกษาผลกระทบทางร่างกาย พบว่า ผู้หญิงมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่าผู้ชายในขณะที่ดื่มในปริมาณที่เท่ากัน ซึ่งอาจอธิบายได้ว่า ผู้หญิงตัวเล็กกว่า ปริมาณน้ำในร่างกายน้อยกว่า ทำให้แอลกอฮอล์ที่กระจายในเลือดมีความเข้มข้นสูงกว่า การเผาผลาญแอลกอฮอล์ที่กระเพาะอาหารโดยเอนไซม์ alcohol dehydrogenase (ADH) ซึ่งสกัดกั้นไม่ให้แอลกอฮอล์ถูกดูดซึม ในผู้หญิงมี gastric ADH ต่ำกว่าผู้ชายสองเท่า ทำให้แอลกอฮอล์ถูกดูดซึมเข้าไปในเลือดสูง แต่ระดับ   gastric ADH ในคนสูงอายุจะลดน้อยลงมากโดยเฉพาะผู้ชาย ทำให้ผู้ชายสูงอายุเมื่อดื่มแอลกอฮอล์จะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่าผู้หญิง

ปัญหาสุขภาพร่างกายจากการดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า ผู้หญิงที่ดื่มหนัก มีอัตราตายสูงกว่าผู้ชาย 4 เท่า ตายเพราะโรคตับแข็งสูงกว่า 2 เท่า เนื่องจากผู้หญิงมีความไวต่อโรคตับสูงกว่าเพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนมีผลต่อสารชีวเคมีในตับ เช่นcytochrome P450, hepatic acid binding protein, Na+, K+, ATPase   เกี่ยวกับโรคหัวใจ ผู้หญิงที่ดื่มหนักมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจรวมถึง cardiomyopathy, dysrhythmia และความดันโลหิตสูง แม้ว่าผู้หญิงที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณน้อยก็ไม่ได้รับผลประโยชน์จากมันเหมือนผู้ชาย   นอกจากนี้ ผู้หญิงที่ดื่มแอลกอฮอล์มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมเช่นเดียวกับการกินยาเม็ดคุมกำเนิด  มีสมองฝ่อมากกว่าแสดงถึงแอลกอฮอล์เป็นพิษต่อเซลล์สมองผู้หญิงมากกว่า

หญิงที่ดื่มแอลกอฮอล์มีความบกพร่องทางเพส ขาดประจำเดือน ไข่ไม่ตก และหมดประจำเดือนก่อนวัยมากกว่าหญิงที่ไม่ดื่ม มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่า หญิงที่ดื่มปานกลางถึงหนักเป็นหมันสูงกว่า การดื่มแม้เพียงเล็กน้อยในขณะตั้งครรภ์เป็นผลเสียต่อทารกในครรภ์ (fetal alcohol syndrome) คือ เด็กเติบโตช้าและสมองพิการ เกิดการแท้งหรือตายขณะคลอด นอกจากนี้มีการศึกษาติดตามเด็กที่เกิดจากแม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะตั้งครรภ์ ไป 10 ปี พบว่าเด็กโตช้า มีปัญหาด้านความจำและการเรียนรู้

กล่าวโดยสรุป ผู้หญิงดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่น้อยกว่า  ทำให้พัฒนาไปจนถึงขั้นติดแอลกอฮอล์น้อยกว่าผู้ชาย เพราะมีปัจจัยเสี่ยงด้านชีวะ-จิต-สังคมน้อยกว่าผู้ชาย ด้านพันธุกรรมมีผลน้อย แต่ผลการศึกษาแต่ละชิ้นยังมีข้อจำกัด เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงติดแอลกอฮอล์มีน้อย  ที่เห็นชัดเจน คือ ผู้หญิงไวต่อแอลกอฮอล์ การดื่มเพียงเล็กน้อยก็เมาเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัว ทำให้ผู้หญิงระมัดระวังการดื่ม  นอกจากนี้บุคลิกภาพที่สัมพันธ์กับการดื่มหนัก เช่น นิสัยก้าวร้าว วู่วาม คึกคะนอง ดื่มแก้กลุ้ม พบได้น้อยในผู้หญิง ปัจจัยที่ช่วยป้องกันปัญหาการดื่มในผู้หญิง คือ การรับรู้ว่าสังคมรังเกียจผู้หญิงที่ดื่ม  ค่านิยมเกี่ยวกับความเป็นหญิงที่อยากช่วยเหลือคนอื่น เป็นต้น ผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพผู้หญิงรุนแรงกว่าผู้ชาย แม้ว่าจะดื่มในปริมาณน้อยกว่า  ผลกระทบรวมถึงปัญหาทางเพศ  ปัญหาการเรียนรู้ รวมถึงการถูกทำร้ายร่างกายและทางเพศ  การให้กำเนิดทารกพิการ   ดังนั้นการให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพผู้หญิงจึงมีความจำเป็น แม้สื่อจะนำเสนอการดื่มอย่างปลอดภัย ก็ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิง   

 

ความเห็นของผู้สรุป

เป็นงานทบทวนวรรณกรรมหลายร้อยฉบับที่เป็นงานวิจัยเชิงระบาดวิทยา ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การคัดเลือกผลงานวิจัย ไม่มีการวิจารณ์ความน่าเชื่อถือของระเบียบวิธีวิจัยของแต่ละชิ้นงานวิจัย ไม่มีการวิเคราะห์สถิติแบบ meta-analysis ไม่ทราบรายละเอียดของแหล่งฐานข้อมูลที่สืบค้นเห็นแต่ www.drugabuse.statistics.samhsa.gov ส่วนมากเป็นเอกสารที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่  ดังนั้นงานวิจัยที่ไม่ได้รับการตีพิมพ์ไม่ได้นำมาพิจารณาด้วย แสดงถึงอาจมีอคติด้านการตีพิมพ์ (publication bias) เกิดขึ้น  การทบทวนวรรณกรรมแบบเรียงร้อยถ้อยความ (narrative review) มีอคติเกิดขึ้นได้หลายอย่าง รวมทั้งเกิดจากผู้วิจัยเองเลือกเขียนเฉพาะสิ่งที่ตนสนใจ  โอกาสที่นักวิจัยอื่นๆ ทำซ้ำได้ยาก (less reproducible)

อย่างไรก็ตามผลสรุปของการศึกษานี้อาจเป็นจริงอยู่บ้างในผู้หญิง เพราะงานวิจัยด้านระบาดวิทยาเกือบทุกแห่งทั่วโลกที่ศึกษา แม้แต่ประเทศไทยก็พบอัตราความชุกของ alcohol abuse และ alcohol dependence ในผู้หญิงน้อยกว่าผู้ชาย สามารถนำทฤษฎีทางชีวเคมีมาอธิบายผลได้ว่า แม้ว่าผู้หญิงดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณน้อย แต่ก็ทำให้ระดับความเข้มข้นในเลือดสูง เนื่องจากรูปร่างเล็ก ปริมาณน้ำน้อย และการทำงานน้อยของ gastric ADH ระดับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ที่สูงย่อมทำลายอวัยวะภายในโดยเฉพาะตับและสมองได้มาก ทำให้ผู้หญิงได้รับผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรงกว่าผู้ชาย

 

Keywords: alcohol , gender, women , risk factors, consequences

ที่มา: Nolen-Hoeksema S. Gender differences in risk factors and consequences for alcohol use and problems. Clin Psychol Rev 2004 ;24:981-1010.

Linkhttp://www.ncbi.nlm.nih.gov/entrez/query.fcgi?cmd=Retrieve&db=pubmed&dopt=Abstract&list_uids=15533281&query_hl=33&itool=pubmed_docsum