วัตถุประสงค์: เพื่อทบทวนวรรณกรรมแบบเรียงร้อยถ้อยคำ (narrative reviews) เพื่อหาความความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์กับปฏิกิริยาภูมิแพ้ของร่างกาย

วิธีการศึกษา: ผู้นิพนธ์ค้นหาเอกสารงานวิจัยจากบทความวิจัยที่ตีพิมพ์จำนวน 250 ชิ้น ระหว่างปี 1979 ถึง 2002 ไม่มีเกณฑ์คัดเลือกเอกสารงานวิจัย   ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการวิเคราะห์ด้านคุณภาพและสถิติของชิ้นงานวิจัย

ผลการศึกษา: การดื่มแอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาภูมิแพ้ ดังนี้ 1) flushing syndrome พบได้ร้อยละ 50 ของคนเชื้อสายมองโกล หรือผู้ที่รับประทานยา antabuse เชื่อว่ากลไกเกิดจากการเพิ่มระดับของ acetaldehyde ซึ่งเป็นผลจากยีนส์alcohol dehydrogenase ในคนมองโกลแตกต่างจากเผ่าพันธุ์อื่น 2) anaphylactoid rections (urticaria/ angioedema and even shock) พบได้น้อยมาก มีแต่บทความรายงานผู้ป่วย เชื่อว่าจากส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่เป็น histamine-liberating effect 3) เป็นตัวกระตุ้นอาการหืดหอบกำเริบในโรคหืด ซึ่งพบได้ร้อยละ 30 ของผู้ป่วยโรคหืดเชื้อสาย caucasian เชื่อว่ากลไกซับซ้อนยังไม่ทราบแน่ชัด อาจเป็นผลของส่วนผสมในแอลกอฮอล์เช่น sulphites, histamine ใน wine หรือ beer 4) โรคแพ้อาหารเกิดเมื่อดื่มแอลกอฮอล์พร้อมอาหาร พบได้ร้อยละ 10 ของคนแพ้อาหาร  ยังไม่ทราบกลไกแน่ชัด แต่เชื่อว่าสารอาหารที่แพ้มีการดูดซึมเพิ่มขึ้นตามการดูดซึมของแอลกอฮอล์ 5) โรคแพ้การออกกำลังกาย (exercise-induced anaphylaxis, EIA)พบได้ร้อยละ 10 ของคนแพ้การออกกำลังกาย ยังไม่ทราบกลไกแน่ชัด จากงานวิจัยทดลองหลายชิ้นพบว่าแอลกอฮอล์มีบทบาทเป็นตัวการสร้าง IgE ที่สัมพันธ์กับการแพ้สารอื่นๆ (promoter of development of immunoglobulin-E (IgE)-mediated hypersensitivity to different allergens) มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณปานกลาง (70-140 g/week or 1-2 standard drink/day) หรือดื่มหนัก คนที่ดื่มจนเกิดโรคตับแข็งจะมีระดับ IgE ในเลือดสูงกว่าคนปกติ 5-7 เท่า แม้ว่าจะพิจารณาตัวแปรด้านอื่นๆ ด้วยแล้ว เช่น อายุ เพศ การสูบบุหรี่ ภาวะโภชนาการ ติดเชื้อพยาธิ หรือมีโรคภูมิแพ้มาก่อน นอกจากนี้ IgE มีค่าครึ่งชีวิต (half-life) 2-7 วัน เมื่อหยุดดื่มระดับ IgE ก็ลดลง ลูกที่เกิดจากแม่ที่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะตั้งครรภ์เมื่อตรวจเลือดที่สายสะดือจะพบระดับ IgE สูง เมื่อทดลองให้หนูดื่มแอลกอฮอล์แล้วเจาะเลือดจะพบระดับ IgE สูงเช่นกัน อีกทั้งอาจมีส่วนทำให้คนนั้นเกิดโรคภูมิแพ้ต่อสิ่งแวดล้อม จากหลักฐานการศึกษาวิจับแบบ nested case-control study ในCopenhagen Allergy Study พบอัตราความชุกของการแพ้สารต่างๆ จาก skin prick tests to allergens ในคนดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าคนไม่ดื่ม ยิ่งดื่มมากยิ่งแพ้มาก จากการศึกษาในประเทศ Spain โดยเจาะเลือดผู้ป่วยภูมิแพ้ฝุ่นไรบ้าน เกสรดอกไม้ และสารอาหาร จำนวน 325 ราย  ตรวจพบ specific IgE ในเลือดของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้สูงและดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าคนไม่ดื่ม มีอุบัติการณ์การเกิดความไวต่อสารแพ้ในคนดื่มมากกว่าคนไม่ดื่ม กลไกที่แอลกอฮอล์มีผลกับ IgE ยังไม่ทราบแน่ชัด ผู้วิจัยพยายามอธิบายกลไกว่า แอลกอฮอล์เป็นสารที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและเพิ่มความไวต่อระบบการสร้าง IgE (powerful immunomodulatory agent) กล่าวคือ แอลกอฮอล์มีผลโดยตรงต่อ B cell ที่ beta-2 receptor ทำให้เพิ่มการทำงานของ T helper cell 2 (Th2) cytokine (IL10, IL13 , IL4, IL5) หรือลดการทำงานของ Th1 cytokine (interferon gamma, IFN-gamma) ไปกระตุ้นการสร้าง IgE เพิ่มขึ้น อีกกลไกหนึ่งเชื่อว่าเกิดจากการดูดซึมสารแพ้จากทางเดินอาหารเพิ่มขึ้นเพราะแอลกอฮอล์ช่วยเพิ่มการดูดซึม เมื่อสารแพ้ (lipopolysaccaride หรือ endotoxin) เข้าสู่กระแสเลือดจำนวนมาก (increased antigen load) จะจับกับ CD-14 receptors ของ monocyte กระตุ้นการหลั่ง IL2 ออกไปกระตุ้นการทำงานของ T elper cell 1 cytokine ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสมดุลของการทำงานของ cytokine ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการสร้าง IgE เพิ่มขึ้น

กล่าวโดยสรุป การดื่มแอลกอฮอล์มีบทบาทต่อการกระตุ้นการสร้าง IgE เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นเหตุกระตุ้นโรคภูมิแพ้หลักฐานงานวิจัยมีความน่าเชื่อถือปานกลาง กลไกการเกิดยังไม่ทราบแน่ชัด จึงมีความจำเป็นต้องศึกษาต่อไปในอนาคตเพื่อให้เข้าใจโรคภูมิแพ้ และแอลกอฮอล์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบภูมิคุ้มกันอย่างชัดเจน

 

ความเห็นของผู้สรุป

เป็นงานทบทวนงานวิจัยจำนวน 91 ฉบับที่เป็นงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Allergy เป็นส่วนมาก ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การคัดเลือกผลงานวิจัย ไม่มีการวิจารณ์ความน่าเชื่อถือของระเบียบวิธีวิจัยของแต่ละชิ้นงานวิจัย ไม่มีการวิเคราะห์สถิติแบบ meta-analysis ไม่ทราบรายละเอียดของแหล่งฐานข้อมูลที่สืบค้น ดังนั้นงานวิจัยที่ไม่ได้รับการตีพิมพ์ไม่ได้นำมาพิจารณาด้วย แสดงถึงอาจมีอคติด้านการตีพิมพ์ (publication bias) เกิดขึ้น การทบทวนวรรณกรรมแบบเรียงร้อยถ้อยความ (narrative review) มีอคติเกิดขึ้นได้หลายอย่าง รวมทั้งเกิดจากผู้วิจัยเองเลือกเขียนเฉพาะสิ่งที่ตนสนใจ และยากที่นักวิจัยอื่นจะทำซ้ำได้ (less reproducible)

อย่างไรก็ตามผลสรุปของการศึกษานี้อาจเป็นความจริงบ้างในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ เพราะงานวิจัยทดลองในสัตว์และงานวิจัยเชิงวิเคราะห์ทั้ง case-control และ cohort study ให้ผลไปในทิศทางเดียวกัน สามารถอ้างอิงทฤษฎีทางชีวเคมีและภูมิคุ้มกันวิทยาอธิบายผลได้น่าเชื่อถือว่า การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณปานกลางถึงมากอย่างสม่ำเสมอจะไปมีผลต่อ B cell และ T helper cell ซึ่งส่งผลต่อการสร้าง IgE ทำให้เกิดอาการโรคภูมิแพ้มากขึ้น

 

Keywords: alcohol, allergy, IgE

ที่มา: Gonzalez-Quintela AVidal CGude F. Alcohol, IgE and allergy. Addict Biol 2004;9:195-204.

Linkhttp://www.ncbi.nlm.nih.gov/entrez/query.fcgi?cmd=Retrieve&db=pubmed&dopt=Abstract&list_uids=15511713&query_hl=36&itool=pubmed_docsum