คำค้นหา : การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

คำค้นหา : การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

คำนี้ค้นหามาแล้ว : 1886 ครั้ง
รายงานวิจัย การประมาณการผลกระทบและต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์จากมาตรการลดภาษีไวน์และสุราแช่
https://cas.or.th/content?id=1124
Tags : -

การประมาณการผลกระทบและต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์จากมาตรการลดภาษีไวน์และสุราแช่

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของมาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าไวน์และการลดภาษีสรรพสามิตไวน์และสุราแช่ของประเทศไทยที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 โดยวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงด้านราคา การนำเข้า และพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงประเมินต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์และผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลให้การบริโภคไวน์และสุราแช่เพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจต่อสังคมในระดับที่มีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายภาษีและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคต


The Impact and Economic Cost of Wine and Local Liquor Tax Reduction

This study examines the effects of Thailand’s wine import tariff exemption and excise tax reductions on wine and local fermented alcoholic beverages implemented in February 2024. The research analyzes changes in alcohol prices, wine imports, and consumption patterns, and estimates the economic and social costs associated with increased alcohol consumption. The findings indicate that the tax reduction measures contributed to higher consumption of wine and local alcoholic beverages, leading to substantial economic and social costs. The study provides evidence to support policymaking on alcohol taxation and alcohol control measures in Thailand.

รายงานวิจัย การศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพในประเด็นเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
https://cas.or.th/content?id=1128
Tags : -

การศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพในประเด็นเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย: กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

งานวิจัยนี้สำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พฤติกรรมการบริโภค ความคิดเห็นต่อนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และประสบการณ์จากการบังคับใช้กฎหมายของประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 3,924 คน ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังศึกษาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกระบบภาษี เพื่อสะท้อนระดับความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติของประชาชนต่อผลกระทบจากการดื่มและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนานโยบาย การสื่อสารสาธารณะ และการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนไทย


Health Literacy on Alcohol-Related Issues and Alcohol Control Policies among Thai People: A Case Study of Individuals Aged 15 Years and Older in 12 Provinces Across Thailand

This research examines health literacy related to alcoholic beverages, drinking behaviors, public attitudes toward alcohol control policies, and experiences with law enforcement among Thai people aged 15 years and older. The survey collected data from 3,924 respondents across 12 provinces representing all regions of Thailand. The study also investigates the consumption of untaxed and informal alcohol products to better understand public knowledge, perceptions, and attitudes regarding alcohol-related harms and regulatory measures. The findings provide valuable evidence for strengthening alcohol control policies, public communication strategies, and health promotion efforts in Thailand.

รายงานวิจัย โครงการสํารวจผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อบุคคลรอบข้าง (ภัยเหล้ามือสอง) : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
https://cas.or.th/content?id=1125
Tags : -

โครงการสำรวจผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อบุคคลรอบข้าง (ภัยเหล้ามือสอง): กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลรอบข้าง หรือ “ภัยเหล้ามือสอง” ในประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 3,927 คน จาก 12 จังหวัดทั่วประเทศ โดยสำรวจทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นในครอบครัว ชุมชน สถานที่ทำงาน และต่อเด็ก รวมถึงการได้รับผลกระทบจากผู้ดื่มหนักและคนแปลกหน้าที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผลการศึกษาเป็นข้อมูลสำคัญที่สะท้อนภาระทางสังคมและสุขภาพจากการดื่มของผู้อื่น เพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในประเทศไทย


Survey of Alcohol’s Harm to Others (AHTO): A Study of People Aged 15 Years and Older in 12 Provinces Across Thailand

This study examined the impacts of alcohol consumption on people other than the drinkers themselves, commonly referred to as “Alcohol’s Harm to Others (AHTO)” or secondhand alcohol harm. The survey included 3,927 respondents aged 15 years and older from 12 provinces across Thailand. It explored the effects of others’ drinking on families, communities, workplaces, and children, as well as harms associated with heavy drinkers and intoxicated strangers. The findings provide important evidence on the social and health burdens caused by alcohol use and can support the development of more effective alcohol control policies and public health interventions in Thailand.

รายงานวิจัย การศึกษาแนวโน้ม กลยุทธ์และวาทกรรมในการสื่อสาร การตลาดออนไลน์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
https://cas.or.th/content?id=1122
Tags : -

การศึกษาแนวโน้ม กลยุทธ์ และวาทกรรมในการสื่อสารการตลาดออนไลน์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


งานวิจัยนี้ศึกษารูปแบบ แนวโน้ม กลยุทธ์ และวาทกรรมที่ใช้ในการสื่อสารการตลาดออนไลน์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ การใช้ผู้มีอิทธิพลทางออนไลน์ (Influencers) การสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ และการใช้ภาษาเพื่อส่งเสริมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลการศึกษาช่วยสะท้อนพลวัตของการตลาดดิจิทัลและสนับสนุนการพัฒนานโยบายและมาตรการกำกับดูแลการสื่อสารการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในยุคดิจิทัล


A Study of Trends, Strategies, and Discourses of Alcohol Online Marketing Communication


This research investigates the trends, strategies, and discourses used in online marketing communication for alcoholic beverages in Thailand. The study analyzes content from social media and digital platforms to understand how alcohol brands build awareness, utilize influencers, employ symbolic communication, and use language to shape consumer perceptions and behaviors. The findings provide insights into the evolving dynamics of digital alcohol marketing and contribute to the development of effective policies and regulatory measures for alcohol marketing communication in the digital age.

รายงานวิจัย การศึกษาผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
https://cas.or.th/content?id=1120
Tags : -

การศึกษาผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
(The Impact of Alcohol Consumption on Economic Growth in Thailand)

รายงานวิจัยฉบับนี้ศึกษาผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลรายปีระหว่างปี ค.ศ. 1990–2019 และวิเคราะห์ทั้งการบริโภคในภาพรวมและจำแนกตามประเภท ได้แก่ เบียร์ สุรา และไวน์ ผลการศึกษาพบว่า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์และสุรา มีผลเชิงลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว สะท้อนถึงภาระทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรการควบคุมและส่งเสริมสุขภาพเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน


Research Report: The Impact of Alcohol Consumption on Economic Growth in Thailand This research report examines the impact of alcohol consumption on Thailand’s economic growth using annual data from 1990–2019. The analysis covers overall alcohol consumption as well as specific beverage categories, including beer, spirits, and wine. The findings indicate that alcohol consumption, particularly beer and spirits, has a significant negative effect on long-term economic growth. The study highlights the substantial social and economic costs associated with alcohol consumption and emphasizes the importance of effective alcohol control measures and public health policies for sustainable economic development.

รายงานวิจัย การทำความเข้าใจประสบการณ์การบริโภคเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ในผู้ใหญ่ตอนต้น ในประเทศไทยจากมุมมองจิตวิทยาการเมือง
https://cas.or.th/content?id=1105

งานวิจัยเรื่อง “การทำความเข้าใจประสบการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในผู้ใหญ่ตอนต้น ในประเทศไทยจากมุมมองจิตวิทยาการเมือง” ศึกษาประสบการณ์การดื่มของผู้ใหญ่ตอนต้นผ่านมุมมองด้านจิตวิทยาการเมือง เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการดื่ม อำนาจของรัฐ นโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และภาวะความอยู่ดีมีสุขของผู้ดื่ม ผลการศึกษาช่วยสะท้อนมิติทางสังคมและจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการดื่ม และสนับสนุนการพัฒนานโยบายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีความละเอียดอ่อนและสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยมากยิ่งขึ้น


The study “Understanding Alcohol Consumption Experiences among Young Adults in Thailand from a psychopolitical perspective explores the drinking experiences of young adults through a psychopolitical perspective. It examines the relationships between alcohol consumption, state power, alcohol control policies, and the well-being of drinkers. The findings provide insights into the social and psychological dimensions of drinking and contribute to the development of more context-sensitive and effective alcohol control policies and interventions in Thailand.

ข้อเท็จจริงและตัวเลขเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย พ.ศ. 2565–2568: ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
https://cas.or.th/content?id=1099

ข้อเท็จจริงและตัวเลขเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย พ.ศ. 2565–2568: ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นหนังสือที่รวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย ในช่วงปี พ.ศ. 2565–2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญทั้งด้านนโยบาย กฎหมาย เศรษฐกิจ และสังคมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

บรรณาธิการ

  • ศ.ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย
  • รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร
  • ชฎาบุญ เจียรธนกฤติ

วัตถุประสงค์ของหนังสือ

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและบริบททางสังคมอย่างสำคัญ โดยครอบคลุมทั้งพฤติกรรมการบริโภค ผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ การตลาดและวาทกรรมทางสังคม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับนักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงสนับสนุนการกำหนดนโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน

เนื้อหาภายในหนังสือ

หนังสือประกอบด้วย 6 บทหลัก ได้แก่

  1. พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
    • ปริมาณการบริโภคต่อหัว
    • ความชุกของนักดื่ม
    • พฤติกรรมการดื่มในวัยรุ่น
    • การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกระบบภาษี
  2. ผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ภาวะผิดปกติจากการดื่มสุรา
    • การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
    • ภาระโรคและการเสียชีวิต
    • ผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น (ภัยเหล้ามือสอง)
  3. อุตสาหกรรมและตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สถานการณ์ระดับโลกและในประเทศไทย
    • สถานการณ์ตลาดโลกและประเทศไทย
    • แนวโน้มอุตสาหกรรม
    • การตลาดออนไลน์
    • การปรับตัวของผู้ผลิตรายใหญ่และรายย่อย
  4. พลวัตของนโยบายแอลกอฮอล์ในประเทศไทย
    • ความเคลื่อนไหวด้านนโยบาย พ.ศ. 2565–2568
    • กฎหมายและระเบียบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  5. ผลของนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย
    • ประสิทธิผลของมาตรการควบคุม
    • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สุขภาพ และสังคม
    • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษี
    • การผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการขายและการผลิตสุรา
  6. ความคิดเห็นและความรอบรู้ของประชาชนไทยต่อสถานการณ์และนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ความคิดเห็นต่อนโยบายภาครัฐ
    • ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์
    • วาทกรรมทางสังคมเกี่ยวกับนโยบายแอลกอฮอล์

 


Facts and Figures on Alcohol in Thailand 2022–2025: Amidst the Evolution of Alcohol Control Policies provides a comprehensive overview of alcohol-related situations in Thailand during 2022–2025, a period marked by significant changes in alcohol policies, legislation, economic conditions, and social contexts. The book compiles and analyzes the latest evidence to support informed policy discussions and public health decision-making.

Editors

  • Prof. Dr. Sawitri Assanangkornchai
  • Assoc. Dr. Prof. Polathep Vichitkunakorn
  • Chadaboon Jiaratanakrit

Objectives

The book was developed to compile, analyze, and present up-to-date information on alcohol consumption, alcohol-related harms, market dynamics, social discourse, and policy developments in Thailand. It aims to serve as a key reference for researchers, policymakers, government agencies, civil society organizations, and other stakeholders working to prevent and reduce alcohol-related harm through evidence-based policies and interventions.

Contents

The publication is organized into six main chapters:

  1. Alcohol Consumption Patterns: Current Situation and Trends
    • Per capita alcohol consumption
    • Prevalence of alcohol use
    • Youth drinking behaviors
    • Unrecorded alcohol consumption
  2. Impacts of Alcohol Consumption
    • Alcohol use disorders
    • Hospital admissions
    • Alcohol-attributable diseases and deaths
    • Harm to others from drinking
  3. Alcohol Industry and Market Trends
    • Global and Thai alcohol markets
    • Industry developments
    • Online alcohol marketing
    • Adaptation strategies of major and small-scale producers
  4. Dynamics of Alcohol Policy in Thailand
    • Policy developments during 2022–2025
    • New alcohol-related laws and regulations
  5. Effects of Alcohol Control Policies
    • Policy effectiveness
    • Economic, health, and social impacts
    • Excise tax reforms
    • Regulatory changes related to alcohol sales and production
  6. Public Opinions and Alcohol Literacy in Thailand
    • Public attitudes toward alcohol policies
    • Knowledge and awareness of alcohol-related harms
    • Social discourse surrounding alcohol control policies

This book serves as an important evidence-based resource for understanding the evolving alcohol landscape in Thailand and the challenges of balancing economic interests with public health priorities.

แบบประเมินปัญหาการดื่มสุรา ASSIST กับ AUDIT
https://cas.or.th/content?id=1096
Tags : -

แบบประเมินปัญหาการดื่มสุรา ASSIST กับ AUDIT

ผู้เขียน: รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร 

เผยแพร่เมื่อ: พฤษภาคม 2569


1. Highlight

ในแวดวงสาธารณสุขและการแพทย์ปฐมภูมิ เครื่องมือ ASSIST และ AUDIT ถือเป็นมาตรฐานระดับสากลที่ใช้ในการคัดกรองพฤติกรรมการบริโภคแอลกอฮอล์อย่างแพร่หลาย แม้ว่างานวิจัยเชิงระบาดวิทยาจะชี้ชัดว่า คะแนนที่ได้จากเครื่องมือทั้งสองชิ้นมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูงมาก (r = 0.82 - 0.83, p < 0.001) ซึ่งสะท้อนความสอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญในระดับกลุ่มประชากร อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติระดับบุคคล มีข้อจำกัดทางเทคนิคที่ไม่สามารถนำคะแนนดิบมาเปรียบเทียบ เทียบเคียง หรือแปลงค่าแปรผันตรงร่วมกันได้โดยตรง เนื่องด้วยความแตกต่างทางโครงสร้างและกรอบเวลาการประเมิน

2. บทนำ: เครื่องมือ ASSIST และ AUDIT คืออะไร?

การคัดกรองผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันและบำบัดรักษาในระบบสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) จึงได้พัฒนาเครื่องมือมาตรฐานขึ้นมา 2 ชนิด ซึ่งได้รับการแปลและทดสอบความเที่ยงตรงในบริบทประเทศไทยแล้ว ได้แก่:

  • ASSIST (Alcohol, Smoking and Substance Involvement Screening Test): เป็นแบบคัดกรองที่ออกแบบมาเพื่อประเมินการใช้สารเสพติดและสารกระตุ้นทุกประเภทแบบองค์รวมในชุดคำถามเดียว โครงสร้างประกอบด้วยคำถาม 8 ข้อ ครอบคลุมสารเสพติด 10 ชนิด (เช่น ยาสูบ แอลกอฮอล์ กัญชา ยาบ้า สารระเหย ฯลฯ) โดยมุ่งเน้นการให้คะแนน "ระดับการเกี่ยวข้องกับสาร" (Specific Substance Involvement Score) เพื่อจำแนกผู้รับการประเมินออกเป็นกลุ่มความเสี่ยงระดับต่ำ ปานกลาง และสูง
  • AUDIT (Alcohol Use Disorders Identification Test): เป็นแบบคัดกรองที่จำเพาะเจาะจง (Specific เครื่องมือ) ต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะ ประกอบด้วยชุดคำถาม 10 ข้อ ที่มุ่งเจาะลึก 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ปริมาณและความถี่ในการดื่ม (คำถามข้อ 1-3), อาการของการติดสุรา (คำถามข้อ 4-6) และผลกระทบหรือปัญหาที่เกิดจากการดื่ม (คำถามข้อ 7-10) เครื่องมือนี้ได้รับยอมรับว่ามีความไว (Sensitivity) และความจำเพาะ (Specificity) สูงในการคัดกรอง ตั้งแต่ผู้ดื่มระดับเสี่ยงไปจนถึงผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงหรือติดแอลกอฮอล์

3. ความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนของ ASSIST และ AUDIT

จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยเชิงประจักษ์เพื่อทดสอบความเที่ยงตรง (Validation Studies) พบหลักฐานที่สอดคล้องกันทั่วโลก โดยงานวิจัยชิ้นสำคัญของ Humeniuk และคณะ (2008) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้พัฒนาเครื่องมือ ASSIST ได้แสดงให้เห็นว่า คะแนน ASSIST ในส่วนที่ประเมินแอลกอฮอล์ มีค่าสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson's r) กับคะแนนรวมของ AUDIT สูงถึง 0.82 (p < 0.001)

นอกจากนี้ การศึกษาในบริบทวัฒนธรรมอื่น ๆ เช่น การทดสอบความเที่ยงตรงของเครื่องมือฉบับภาษาฝรั่งเศสโดย Khan และคณะ (2011) ก็ยืนยันผลลัพธ์ในทิศทางเดียวกัน โดยพบค่าสหสัมพันธ์สูงถึง 0.83 (p < 0.001) ข้อค้นพบเหล่านี้นำมาสู่ข้อสรุปทางสถิติว่า เครื่องมือทั้งสองชิ้นสามารถประเมินแนวโน้มพฤติกรรมปัญหาของผู้บริโภคสุราได้สอดคล้องกันประมาณ 82-83% ในระดับภาพรวมประชากร กล่าวคือ หากกลุ่มประชากรใดได้คะแนน ASSIST ด้านแอลกอฮอล์สูง ก็มักจะมีแนวโน้มได้คะแนน AUDIT สูงตามไปด้วย

4. ข้อจำกัดและข้อควรระวังในการใช้คะแนนข้ามเครื่องมือ

แม้เครื่องมือทั้งสองจะให้ผลลัพธ์ที่สอดประสานกันในทางสถิติ แต่ในทางคลินิกหรือการประเมินรายบุคคล ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องตระหนักถึงข้อจำกัดและไม่ควรนำคะแนนมาคำนวณทดแทนกันเนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้:

  • กรอบเวลาการประเมินที่แตกต่างกัน: เครื่องมือ ASSIST มุ่งสำรวจพฤติกรรมการใช้สารในช่วง 3 เดือนล่าสุด เพื่อสะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย ขณะที่ AUDIT มุ่งประเมินพฤติกรรมการดื่มย้อนหลังตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งยาวนานกว่า

  • ระบบการให้คะแนนและช่วงคะแนนดิบ: ช่วงคะแนนรวมของเครื่องมือทั้งสองไม่เท่ากัน (ASSIST แอลกอฮอล์ มีช่วงคะแนน 0-39 ส่วน AUDIT มีช่วงคะแนน 0-40) และมีโครงสร้างการถ่วงน้ำหนักคะแนนรายข้อที่ไม่เหมือนกัน จึงไม่มีสูตรคณิตศาสตร์มาตรฐานในการแปลงคะแนนจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่งได้โดยตรง

  • ความคลาดเคลื่อนในระดับบุคคล: รูปแบบพฤติกรรมการดื่มเฉพาะบุคคล (เช่น ผู้ที่เพิ่งหยุดดื่มหนักมา 4 เดือน หรือผู้ที่ดื่มเฉพาะช่วงเทศกาล) อาจทำให้คะแนน ASSIST อยู่ในระดับความเสี่ยงหนึ่ง แต่คะแนน AUDIT ตกอยู่ในอีกระดับหนึ่ง การแปรผลจึงต้องอาศัยดุลยพินิจทางคลินิก และข้อมูลปัจจัยร่วม เช่น อายุ เพศ โรคร่วม และบริบททางสังคม

5. ควรเลือกใช้ ASSIST หรือ AUDIT เมื่อใด?

เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการคัดกรองในชุมชนหรือสถานพยาบาล ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มีข้อเสนอแนะในการเลือกใช้เครื่องมือตามบริบท ดังนี้:

  • บริบทที่ควรเลือกใช้ ASSIST:

    1. งานคัดกรองสุขภาพองค์รวมที่ต้องการตรวจหาการใช้สารเสพติดหลายชนิดร่วมกันในคราวเดียว เช่น การตรวจสุขภาพประจำปีของกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มเสี่ยง

    2. บริบทที่ผู้คัดกรองหรือผู้ตอบแบบสอบถามไม่มีความคุ้นเคยกับการคำนวณหน่วย "ดื่มมาตรฐาน" (Standard Drink) เนื่องจากข้อคำถามของ ASSIST ไม่ได้เจาะลึกเรื่องปริมาณและขนาดภาชนะโดยตรง

  • บริบทที่ควรเลือกใช้ AUDIT:

    1. งานสร้างเสริมสุขภาพและบำบัดรักษาที่เน้นแก้ไขปัญหาพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว

    2. ในสถานพยาบาลที่บุคลากรมีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับการแปลงปริมาณการดื่มของชาวบ้านให้เป็นหน่วยดื่มมาตรฐาน (เช่น การเทียบปริมาณเป็นฝา เหล้าแบน เหล้ากลม หรือจำนวนกระป๋อง/ขวดเบียร์)

    3. การคัดกรองกลุ่มประชากรที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ แต่มีพฤติกรรมการดื่มหนักเป็นช่วง ๆ หรือดื่มตามเทศกาล (Binge Drinking) เนื่องจากกรอบเวลา 1 ปีของ AUDIT จะช่วยดักจับพฤติกรรมเหล่านี้ได้ดีกว่า

6. บทสรุป

สรุปได้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีสูตรมาตรฐานในการแปลงคะแนนดิบระหว่าง ASSIST และ AUDIT อย่างไรก็ดี ผู้ปฏิบัติงานสามารถใช้ "เกณฑ์ระดับความเสี่ยง" ของเครื่องมือแต่ละชิ้นมาอนุมานระดับความรุนแรงเพื่อวางแนวทางการช่วยเหลือ (Intervention) ที่สอดคล้องกันได้ เช่น การใช้คะแนน ASSIST ตั้งแต่ 11 คะแนนขึ้นไป หรือคะแนน AUDIT ตั้งแต่ 8 คะแนนขึ้นไป เป็นจุดตัดในการเริ่มให้การบำบัดแบบสั้น (Brief Intervention: BI) ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกบริบท ยึดหลักเกณฑ์ความเสี่ยงของเครื่องมือนั้น ๆ เป็นหลัก และใช้ดุลยพินิจทางคลินิกร่วมด้วยเสมอ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวผู้ป่วยและการตัดสินใจด้านสาธารณสุข

7. References

  • World Health Organization ASSIST Working Group. The alcohol, smoking and substance involvement screening test (ASSIST): development, reliability and feasibility. Addiction. 2002;97(9):1183-94.
  • Saunders JB, Aasland OG, Babor TF, de la Fuente JR, Grant M. Development of the alcohol use disorders identification test (AUDIT): WHO collaborative project on early detection of persons with harmful alcohol consumption-II. Addiction. 1993;88(6):791-804.
  • Humeniuk R, Ali R, Babor TF, et al. Validation of the alcohol, smoking and substance involvement screening test (ASSIST). Addiction. 2008;103(6):1039-47.
  • Khan R, Chatton A, Nallet A, Broers B, Thorens G, Achab-Arigo S, Poznyak V, Fleischmann A, Khazaal Y, Zullino D. Validation of the French version of the alcohol, smoking and substance involvement screening test (ASSIST). Eur Addict Res. 2011;17(4):190-7.

เผยแพร่โดย: ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

งานชิ้นนี้ได้รับอนุญาตภายใต้ครีเอทีฟคอมมอนส์ (CC BY-NC-ND) อนุญาตให้คัดลอกและเผยแพร่โดยไม่ดัดแปลง ต้องระบุแหล่งที่มา และห้ามใช้เพื่อการค้า

Conference Proceedings การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ภาคเหนือ
https://cas.or.th/content?id=1091
Tags : -

เอกสาร Proceedings ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมสาระสำคัญจากการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ภาคเหนือ ภายใต้หัวข้อ “สมดุลแห่งอนาคต: พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สถานการณ์ และข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับภูมิภาค ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนผ่านกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ของประเทศไทย

เนื้อหาภายในเล่มครอบคลุมทั้งการปาฐกถาพิเศษ การบรรยายสถานการณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภาคเหนือ เวทีเสวนาเชิงนโยบาย กรณีศึกษาการใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนงานระดับจังหวัด ตลอดจนบทคัดย่อผลงานวิจัยและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศจากหน่วยงานและเครือข่ายในพื้นที่ โดยมุ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างมิติสุขภาพ ความปลอดภัย การท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และการพัฒนานโยบายสาธารณะอย่างสมดุลและยั่งยืน

เอกสารฉบับนี้ยังนำเสนอข้อมูลสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภาคเหนือ ทั้งด้านพฤติกรรมการดื่ม การเข้าถึงจุดจำหน่าย ผลกระทบต่อเยาวชนและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงประเด็นด้านความปลอดภัยทางถนนและผลกระทบทางสังคม พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายที่เน้นการใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นฐานในการกำหนดมาตรการระดับพื้นที่ นอกจากนี้ ยังสะท้อนบทบาทของภาคีเครือข่าย ภาคประชาสังคม หน่วยงานรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการร่วมกันสร้างกลไกการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัด

Proceedings เล่มนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงบันทึกกิจกรรมของการประชุม หากแต่เป็นฐานองค์ความรู้และพื้นที่รวบรวมบทเรียนสำคัญสำหรับนักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงาน และเครือข่ายภาคสังคม ในการนำไปใช้ต่อยอดสู่การพัฒนานโยบาย มาตรการ และการขับเคลื่อนงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ อันจะนำไปสู่สังคมที่ปลอดภัย มีสุขภาวะ และมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่รับผิดชอบและยั่งยืน

“เวลาพูดถึงโรคมะเร็ง หลายคนอาจนึกถึงพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม หรืออาหารการกิน แต่มีปัจจัยหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด นั่นคือ ‘แอลกอฮอล์’ ซึ่งในทางการแพทย์ เรามีหลักฐานชัดเจนว่าแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด”
https://cas.or.th/content?id=1038
Tags : -

“เวลาพูดถึงโรคมะเร็ง หลายคนอาจนึกถึงพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม หรืออาหารการกิน แต่มีปัจจัยหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด นั่นคือ ‘แอลกอฮอล์’ ซึ่งในทางการแพทย์ เรามีหลักฐานชัดเจนว่าแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด”
------------

 

รศ.ดร.พญ.ภัทรพิมพ์ สรรพวีรวงศ์
หน่วยมะเร็งวิทยา สาขาวิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผู้แทนจาก มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย (TSCO)
ร่วมให้ข้อมูลในเวทีเสวนา “แอลกอฮอล์: ตัวเร่งโรค NCDs และทางออกเพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย” เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมเบสเวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพฯ

รศ.ดร.พญ.ภัทรพิมพ์ กล่าวว่า จากงานวิจัยจำนวนมากพบว่า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งที่พบได้บ่อยในคนไทย ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งช่องปากและลำคอ มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ

ในเชิงกลไกทางชีวภาพ แอลกอฮอล์ที่เราดื่มเข้าไปไม่ได้หายไปเฉย ๆ แต่จะถูกเปลี่ยนเป็นสารที่ชื่อว่า อะซีทัลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งโดยตรง สารนี้สามารถทำลายสารพันธุกรรมหรือ DNA ของเซลล์ และยังไปรบกวนกระบวนการซ่อมแซม DNA ของร่างกาย พูดง่าย ๆ คือ แอลกอฮอล์ทำให้เซลล์เสียหาย และทำให้ร่างกายซ่อมตัวเองได้แย่ลง นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายเพิ่มขึ้น ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งเต้านม รวมถึงทำให้ระบบต่อต้านอนุมูลอิสระของร่างกายทำงานได้ลดลง เซลล์จึงถูกทำลายได้ง่ายขึ้น และยังเพิ่มความเสี่ยงทางอ้อมผ่านภาวะน้ำหนักเกินจากการได้รับแคลอรีส่วนเกิน

ข่าวดีคือ งานวิจัยพบว่า การลดหรือเลิกดื่มแอลกอฮอล์สามารถช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งบางชนิดได้จริง โดยเฉพาะมะเร็งช่องปากและมะเร็งหลอดอาหาร นั่นหมายความว่า ความเสี่ยงของมะเร็งไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ แต่การตัดสินใจลดหรือเลิกดื่ม คือการลดความเสี่ยงให้ตัวเองอย่างแน่นอน

ในขณะเดียวกัน ความเชื่อที่ว่า “ไวน์แดงหรือไวน์ขาวดีต่อสุขภาพ” ก็ไม่สอดคล้องกับหลักฐานทางวิชาการในเรื่องโรคมะเร็ง เพราะการดื่มไวน์ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งต่อมลูกหมากแต่อย่างใด

สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง แอลกอฮอล์ไม่เพียงแต่เพิ่มความเสี่ยงของโรค แต่ยังอาจทำให้อาการข้างเคียงจากการรักษารุนแรงขึ้น ลดประสิทธิภาพของยา ทำให้ตับทำงานหนัก และเพิ่มความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำ หรือการเกิดมะเร็งชนิดใหม่

การป้องกันมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระดับบุคคล แต่ต้องอาศัยการสร้างความตระหนักในสังคม ทั้งในประชาชนทั่วไป ผู้ป่วย และผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง เพื่อให้เข้าใจความเสี่ยงอย่างถูกต้อง

“การลด ละ เลิกแอลกอฮอล์ ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพส่วนตัว แต่เป็นการลดภาระโรคของทั้งสังคม”

แอลกอฮอล์กับสุขภาพจิต: ความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม
https://cas.or.th/content?id=991
Tags : -

แอลกอฮอล์กับสุขภาพจิต: ความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม

เนื่องในโอกาสวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์ปราการ ถมยางกูร นายกสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายไทย ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับพฤติกรรมเสี่ยงทางจิตใจ โดยระบุว่าแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลให้ผู้ดื่มสูญเสียความสามารถในการควบคุมตนเองและเกิดพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น โดยเฉพาะในผู้ที่มีความคิดฆ่าตัวตายอยู่แล้ว การดื่มอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ลงมือกระทำจริง แม้ในบางกรณีจะไม่ได้มีเจตนาโดยตรง แต่การขาดสติอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรง เช่น การพลัดตกจากที่สูงโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกที่ระบุว่า ทุก 40 วินาทีมีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย และทุก 10 วินาทีมีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นจากอุบัติเหตุหรือพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ

ในบริบทของประเทศไทย รายงานจากพื้นที่ภาคเหนือ พบว่า การลดการบริโภคแอลกอฮอล์ในบางจังหวัดส่งผลให้จำนวนการฆ่าตัวตายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เผชิญกับความผิดหวังทางอารมณ์ เช่น ความรักหรือความเครียดจากชีวิตส่วนตัว การดื่มเพื่อหลีกหนีความทุกข์กลับกลายเป็นการเปิดช่องให้เกิดพฤติกรรมทำร้ายตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคแอลกอฮอล์กับปัญหาสุขภาพจิตอย่างชัดเจน โดยมีข้อมูลระบุว่า ร้อยละ 20 ของผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในประเทศไทยมีประวัติการดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วย

แม้บางบุคคลจะใช้แอลกอฮอล์เป็นเครื่องมือในการบรรเทาความทุกข์หรือ “self-medication” แต่นายแพทย์ปราการเสนอแนวทางที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์มากกว่า ได้แก่ การพูดคุยกับบุคคลที่ไว้วางใจหรือสายด่วนสุขภาพจิต 1323 การใช้แอปพลิเคชันให้คำปรึกษาทางจิต เช่น Line: @Khuikun หรือแอปจากสถาบันการศึกษา เช่น DMIND การทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น ร้องเพลง เดินเล่น สวดมนต์ หรือออกกำลังกาย การฝึกคิดเชิงบวกและมีเมตตาต่อตนเอง รวมถึงการฝึกขอบคุณสิ่งรอบตัว เพื่อเสริมสร้างพลังใจและความมั่นคงทางอารมณ์ โดยนายแพทย์ปราการเน้นย้ำว่า “ทุกคนผิดพลาดได้ อย่าโทษตัวเองซ้ำ ๆ จนหมดพลัง” พร้อมเสนอว่าการช่วยเหลือผู้อื่นและการคิดบวกจะเป็นพลังสะท้อนกลับมาช่วยเยียวยาตนเองในยามที่ต้องการมากที่สุด

ในด้านนโยบายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ องค์การอนามัยโลกได้เสนอกรอบแนวทาง “SAFER” เพื่อควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยการห้ามส่งเสริมและโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทุกช่องทาง การจำกัดการเข้าถึงโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน การเพิ่มภาษีเพื่อควบคุมการบริโภค การบังคับใช้กฎหมาย “ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม” อย่างเข้มงวด และการส่งต่อผู้มีปัญหาการดื่มเข้าสู่ระบบบำบัดอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยมีการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวในระดับหนึ่ง เช่น การห้ามโฆษณา การจำกัดอายุผู้ซื้อ และการลงโทษผู้ฝ่าฝืน อย่างไรก็ตาม ยังมีความจำเป็นต้องขยายผลกระทบของนโยบายไปสู่ระดับครอบครัวและชุมชน เพื่อป้องกันผลกระทบทางอ้อม เช่น ความรุนแรงในครอบครัวและภาวะซึมเศร้าในผู้ใกล้ชิด

แม้รายได้จากการจำหน่ายแอลกอฮอล์ในประเทศไทยจะสูงถึง 500,000 ล้านบาทต่อปี แต่ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ อุบัติเหตุ และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์สูงถึง 170,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสะท้อนถึงภาระทางเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

ในด้านการรณรงค์ สมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายไทยมีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานเชิงวิชาการ การสร้างเครือข่าย และการผลักดันนโยบายสาธารณะ โดยเน้นการให้ความรู้เรื่องสุขภาพจิต การลดการใช้แอลกอฮอล์ในสังคม และการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจในกลุ่มเสี่ยง เช่น เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้ประสบปัญหาชีวิต นอกจากนี้ สมาคมยังสนับสนุนการรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ เช่น การงดให้ของขวัญเป็นแอลกอฮอล์ และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลและคำปรึกษาได้อย่างเท่าเทียม โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการลดอัตราการฆ่าตัวตายและส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจของประชาชนในระยะยาว

โดย ผศ.(พิเศษ) นพ.ปราการ ถมยางกูร
นายกสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายไทย

สุราในสังคมไทย: เมื่อความรุนแรงและความสร้างสรรค์เดินทางร่วมกันในนโยบายสาธารณะ
https://cas.or.th/content?id=990
Tags : -

สุราในสังคมไทย: เมื่อความรุนแรงและความสร้างสรรค์เดินทางร่วมกันในนโยบายสาธารณะ

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน สังคมไทยได้รับรู้ข่าวสองเรื่องที่สะท้อนภาพต่างขั้วของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชีวิตประจำวัน

  • ข่าวเศร้าจากนครศรีธรรมราช: พระรูปหนึ่งใช้ขวดสุราฟาดศีรษะลูกศิษย์วัดจนเสียชีวิต โดยมีรายงานว่าเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องเงินซื้อเหล้า
  • ข่าวสร้างสรรค์จากสงขลา: รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชน “ตาคียะ (TAKIYA)” ซึ่งผลิตสุราพื้นบ้านจากน้ำตาลโตนดอย่างมีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันเป็นต้นแบบ soft power ไทย

สองข่าวนี้ไม่ได้ขัดแย้งกันโดยตรง แต่สะท้อนความซับซ้อนของบทบาทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสังคมไทย—ทั้งในฐานะ “ปัจจัยเสี่ยง” และ “ทรัพยากรชุมชน”

 

เรากำลังเดินไปในทิศทางเดียวกันหรือสวนทางกัน?

ในขณะที่ภาครัฐส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนผ่านสุราพื้นบ้านอย่างมีเป้าหมายและความหวัง หลายชุมชนยังเผชิญกับปัญหาความรุนแรง ความยากจน และการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างไร้การควบคุม

บทบาทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “ผลิตภัณฑ์” แต่เป็นเรื่องของ “บริบท” และ “ระบบสนับสนุน” ที่ต้องพิจารณาร่วมกัน

 

พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่: ความหวังที่ต้องมีทิศทาง

ในช่วงที่สังคมกำลังรอประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับใหม่ และการออกกฎหมายลำดับรอง

คำถามสำคัญคือ:

  • นโยบายสาธารณะในปัจจุบันตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชุมชนหรือไม่?
  • หน่วยงานรัฐควรมีบทบาทอย่างไรในการกำกับดูแลและเป็นแบบอย่างต่อการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะ?

การตั้งคำถามแบบนี้ไม่ใช่การต่อต้าน แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้สังคมร่วมกันออกแบบนโยบายที่ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ได้รับผลกระทบ แน่นอนว่าสุราพื้นบ้านสามารถเป็น soft power ได้ หากอยู่ในระบบที่มีความรับผิดชอบ มีมาตรฐาน และมีการควบคุมที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน การควบคุมการเข้าถึงและการบริโภคสุราในบริบทเปราะบาง เช่น วัด ชุมชนยากจน หรือกลุ่มเสี่ยง ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้จึงไม่ใช่การตัดสิน แต่เป็นการชวนให้สังคมไทยร่วมกันตั้งคำถาม และออกแบบอนาคตของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศอย่างมีสติ มีความหวัง และมีความรับผิดชอบร่วมกัน

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)

Centre for Alcohol Studies (CAS)

สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน อาคารศรีเวชวัฒน์ ชั้น 11 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่ 15 ถนนกาญจนวนิช ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110

083-5775533

https://www.facebook.com/cas.org.th

เข้าชมแล้ว 0 ครั้ง
Copyright © 2026 CAS All rights reserved.