คำค้นหา : ตลาดออนไลน์

คำค้นหา : ตลาดออนไลน์

คำนี้ค้นหามาแล้ว : 187 ครั้ง
อิโมจิกับการพรางเจตนา: ความท้าทายของการกำกับดูแลการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อดิจิทัล
https://cas.or.th/content?id=1145
Tags : -

อิโมจิกับการพรางเจตนา: ความท้าทายของการกำกับดูแลการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อดิจิทัล

เขียนโดย:
1) อาจารย์กนิษฐา ไทยกล้า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2) รศ.ดร.นิษฐา หรุ่นเกษม คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

บทนำ: บริบทกฎหมายกับความเป็นจริงของการสื่อสารดิจิทัล

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อดิจิทัลได้พัฒนาไปในรูปแบบที่ซับซ้อนและยากต่อการตรวจจับมากขึ้น แม้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 จะมุ่งเสริมความเข้มงวดในการกำกับดูแลการโฆษณาและการสื่อสารการตลาดในสื่อดิจิทัล แต่ความเป็นจริงของการสื่อสารกลับสะท้อนว่า โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังสามารถแทรกตัวเข้าสู่พื้นที่ออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการสื่อสารลักษณะนี้คือ “อิโมจิ (emoji)” ซึ่งเป็นภาษาภาพที่กลมกลืนกับวัฒนธรรมการสื่อสารออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

อิโมจิสามารถสื่อสารอารมณ์ ตัวตน และความหมายแฝงได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังสามารถทำหน้าที่แทนชื่อแบรนด์ ราคา หรือเงื่อนไขทางการค้าในลักษณะที่ยากต่อการตรวจจับด้วยกลไกกำกับดูแลแบบเดิม คำถามสำคัญจึงมิได้อยู่ที่ว่า กลไกใดทำให้อิโมจิสามารถเล็ดลอดออกนอกนิยามของ “การโฆษณา” ตามกรอบกฎหมายเดิมได้

อิโมจิในฐานะรหัสแทนแบรนด์: การสื่อสารนอกนิยามโฆษณาแบบดั้งเดิม

อิโมจิถูกนำมาใช้ในฐานะ “รหัสแทนแบรนด์” ผ่านการถอดอัตลักษณ์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยให้กลายเป็นสัญลักษณ์ภาพ เช่น อิโมจิช้าง แทนเบียร์ช้าง หรือ อิโมจิเสือ แทนเบียร์สิงห์และลีโอ อิโมจิชพระอาทิตย์ เพื่อสื่อถึงสุราสีอย่างแสงโสม หรือ อิโมจิหงส์ และ อิโมจิช้างนกยูง เพื่อแทนแบรนด์หงส์ทอง รหัสเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นภาษาเฉพาะกลุ่มที่ผู้รับสารสามารถถอดความหมายได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องปรากฏชื่อ ตราสินค้า หรือภาพผลิตภัณฑ์อย่างตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตาม การแทนแบรนด์ด้วยอิโมจิไม่ได้ถูกใช้เพื่อสร้างการจดจำสินค้าโดยตรงแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่อิโมจิแทนแบรนด์นั้นยังถูกฝังให้อยู่ในบริบททางอารมณ์และไลฟ์สไตล์ที่ผู้รับสารคุ้นชิน ด้วยสัญลักษณ์ที่สื่อถึงบรรยากาศและกิจกรรมทางสังคม เช่น อิโมจิพลุ ไฟ ดนตรี คนเต้นรำ หรือกิจกรรมทางสังคมอย่าง อิโมจิบอล ช่วยเชื่อมโยงการดื่มเข้ากับความสนุก ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ร่วมในชีวิตประจำวัน

รูปแบบการจัดวางอิโมจิในลักษณะดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่สะท้อนรูปแบบและกลยุทธ์การสื่อสารที่เป็นรูปแบบซ้ำ เช่น การใช้สูตร “อิโมจิแทนแบรนด์ + จำนวน + ราคา” หรือ การนำเสนออิโมจิแทนแบรนด์ ผสมผสานกับสัญลักษณ์อื่น ๆ เพื่อดึงสายตาและเน้นย้ำ “ข้อมูล” หรือสารทางการตลาดที่เชื่อมโยงกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่ต้องใช้ถ้อยคำ การจัดวางในลักษณะนี้ทำให้อิโมจิทำหน้าที่กำหนดโทน อารมณ์ และกรอบการตีความของผู้รับสาร พร้อมทั้งขยายความหมายของอิโมจิจากการเป็นเพียงรหัสแทนสินค้าไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าเชิงไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้เนื้อหาดังกล่าวถูกอ่านในฐานะคอนเทนต์ทั่วไปมากกว่าการโฆษณา

เมื่อรหัสแทนแบรนด์และบริบททางอารมณ์ถูกนำมาผสานกันอย่างเป็นระบบ การสื่อสารทางการตลาดของอิโมจิจึงแปรสภาพเป็น “การพรางโฆษณา” อีกทั้งยังลดแรงต้านทานของผู้รับสารต่อการโฆษณา เนื่องจากผู้บริโภคไม่ได้รู้สึกว่าตนเองกำลังถูก “ขายของ” หรือรู้สึกว่าได้รับโฆษณาที่เชิญชวนให้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง แต่รับสารในฐานะคอนเทนต์ที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมออนไลน์ที่คุ้นเคย

สำหรับผู้ใช้สื่อออนไลน์ทั่วไป รวมถึงระบบตรวจจับการโฆษณาแบบอัตโนมัติ การสื่อสารโดยใช้อิโมจิในธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รูปแบบนี้อาจมีความเสี่ยงที่จะไม่ถูกตีความว่าเป็นการโฆษณา เนื่องจากไม่ปรากฏคำต้องห้าม ชื่อแบรนด์ หรือภาพผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในสายตาของกลุ่มเป้าหมาย รหัสและบริบทที่ถูกจัดวางอย่างตั้งใจกลับสามารถสื่อสารสารเพื่อโน้มน้าวและชักจูงใจได้อย่างชัดเจนและมีพลัง

กลไกการฝังอิโมจิในการสื่อสารการตลาดเช่นนี้จึงทำให้เส้นแบ่งระหว่างการสื่อสารทั่วไปกับการโฆษณาแฝงมีความพร่าเลือนในเชิงโครงสร้าง อีกทั้งยังสอดคล้องกับตรรกะของแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งให้คุณค่ากับคอนเทนต์ที่หยุดสายตาและกระตุ้นการมีส่วนร่วม ส่งผลให้อิโมจิทำงานทั้งในเชิงความหมายและสอดรับกับตรรกะของแพลตฟอร์มดิจิทัลไปพร้อม ๆ กัน

บทสรุป: ผลกระทบต่อเยาวชนและโจทย์ใหม่ของการกำกับดูแล

อิโมจิอาจเปรียบได้กับ “ม้าไม้เมืองทรอย” ของการสื่อสารการตลาดร่วมสมัย ซึ่งภายนอกปรากฏตัวในฐานะภาษาวัฒนธรรมออนไลน์ที่มีลักษณะเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ หากแต่ภายในบรรจุกลไกทางการตลาดที่สามารถเล็ดลอดเข้าสู่การรับรู้ของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้อิโมจิในการสื่อสารการตลาดของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงมิได้เป็นเพียงเทคนิคการนำเสนอรูปแบบใหม่ หากแต่เป็นการปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับข้อจำกัดทางกฎหมายและตรรกะของแพลตฟอร์มดิจิทัลในเวลาเดียวกัน

ผลกระทบของการสื่อสารลักษณะนี้มีนัยสำคัญต่อกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเมื่อภาพอิโมจิแทนแบรนด์ถูกใช้ซ้ำร่วมกับอิโมจิที่แสดงถึงความสนุกสนาน หรือไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ การใช้รหัสอิโมจิที่เข้าใจเฉพาะกลุ่มระหว่างอินฟลูเอนเซอร์กับผู้ติดตามยังช่วยเสริมความรู้สึกเป็น “คนใน” และผูกโยงแบรนด์เข้ากับอัตลักษณ์และเครือข่ายทางสังคมได้อย่างแนบเนียน การใช้อิโมจิในการสื่อสารธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงสามารถอธิบายได้ในฐานะกลไกการสร้าง “Brand Association แบบแฝง” ที่ทำงานผ่านทั้งการวางเงื่อนไขทางอารมณ์และแรงจูงใจทางสังคม การสื่อสารในลักษณะนี้ไม่เพียงลดแรงต้านทานทางจิตวิทยาของผู้รับสาร แต่ยังทำให้เยาวชนค่อย ๆ ซึมซับทัศนคติเชิงบวกต่อแบรนด์และผลิตภัณฑ์โดยไม่รู้ตัว

ข้อค้นพบดังกล่าวสะท้อนว่า ความท้าทายของการกำกับดูแลการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อดิจิทัลมิได้อยู่ที่การขาดกฎหมาย หากแต่อยู่ที่การเปลี่ยนผ่านของรูปแบบการสื่อสารจากสิ่งที่ “ปรากฏชัด” ไปสู่การใช้สัญญะ ภาษาภาพ และการตีความเชิงบริบท

ในระดับนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแลอาจพิจารณาปรับกรอบการนิยาม “การโฆษณา” จากการตรวจจับถ้อยคำหรือภาพผลิตภัณฑ์อย่างตรงไปตรงมา ไปสู่การพิจารณาเจตนาเชิงการสื่อสารและผลกระทบต่อการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะในกรณีการใช้สัญญะ อิโมจิ และคอนเทนต์เชิงไลฟ์สไตล์ที่มีการสื่อสารซ้ำอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของผู้บังคับใช้กฎหมายให้สามารถอ่านและประเมินการสื่อสารเชิงสัญญะในระดับโครงสร้างได้อย่างรอบด้าน

ภายใต้กรอบการกำกับดูแลดังกล่าว การดำเนินการในระดับแพลตฟอร์มผ่านความร่วมมือในการพัฒนากลไกตรวจจับเนื้อหาที่คำนึงถึงบริบทและรูปแบบการจัดวางสัญญะเชิงซ้ำ จะช่วยลดช่องว่างของการกำกับดูแลการสื่อสารการตลาดแฝงในสื่อดิจิทัลได้ในทางปฏิบัติ

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการกำกับดูแลเชิงกฎหมายและกลไกของแพลตฟอร์มแล้ว การเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อในสังคมดิจิทัลแก่ผู้ปกครอง ครู และเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะทักษะการอ่านภาษาภาพและการตีความบริบทของการสื่อสาร จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันและรับมือกับการสื่อสารการตลาดแฝงในระยะยาวอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง: กนิษฐา ไทยกล้า และนิษฐา หรุ่นเกษม. (2567). การศึกษาแนวโน้ม กลยุทธ์ และวาทกรรมในการสื่อสารการตลาดออนไลน์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์. สงขลา : ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.).

รายงานวิจัย การศึกษาแนวโน้ม กลยุทธ์และวาทกรรมในการสื่อสาร การตลาดออนไลน์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
https://cas.or.th/content?id=1122
Tags : -

การศึกษาแนวโน้ม กลยุทธ์ และวาทกรรมในการสื่อสารการตลาดออนไลน์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


งานวิจัยนี้ศึกษารูปแบบ แนวโน้ม กลยุทธ์ และวาทกรรมที่ใช้ในการสื่อสารการตลาดออนไลน์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ การใช้ผู้มีอิทธิพลทางออนไลน์ (Influencers) การสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ และการใช้ภาษาเพื่อส่งเสริมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลการศึกษาช่วยสะท้อนพลวัตของการตลาดดิจิทัลและสนับสนุนการพัฒนานโยบายและมาตรการกำกับดูแลการสื่อสารการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในยุคดิจิทัล


A Study of Trends, Strategies, and Discourses of Alcohol Online Marketing Communication


This research investigates the trends, strategies, and discourses used in online marketing communication for alcoholic beverages in Thailand. The study analyzes content from social media and digital platforms to understand how alcohol brands build awareness, utilize influencers, employ symbolic communication, and use language to shape consumer perceptions and behaviors. The findings provide insights into the evolving dynamics of digital alcohol marketing and contribute to the development of effective policies and regulatory measures for alcohol marketing communication in the digital age.

ข้อเท็จจริงและตัวเลขเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย พ.ศ. 2565–2568: ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
https://cas.or.th/content?id=1099

ข้อเท็จจริงและตัวเลขเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย พ.ศ. 2565–2568: ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นหนังสือที่รวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย ในช่วงปี พ.ศ. 2565–2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญทั้งด้านนโยบาย กฎหมาย เศรษฐกิจ และสังคมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

บรรณาธิการ

  • ศ.ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย
  • รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร
  • ชฎาบุญ เจียรธนกฤติ

วัตถุประสงค์ของหนังสือ

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและบริบททางสังคมอย่างสำคัญ โดยครอบคลุมทั้งพฤติกรรมการบริโภค ผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ การตลาดและวาทกรรมทางสังคม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับนักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงสนับสนุนการกำหนดนโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน

เนื้อหาภายในหนังสือ

หนังสือประกอบด้วย 6 บทหลัก ได้แก่

  1. พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
    • ปริมาณการบริโภคต่อหัว
    • ความชุกของนักดื่ม
    • พฤติกรรมการดื่มในวัยรุ่น
    • การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกระบบภาษี
  2. ผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ภาวะผิดปกติจากการดื่มสุรา
    • การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
    • ภาระโรคและการเสียชีวิต
    • ผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น (ภัยเหล้ามือสอง)
  3. อุตสาหกรรมและตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สถานการณ์ระดับโลกและในประเทศไทย
    • สถานการณ์ตลาดโลกและประเทศไทย
    • แนวโน้มอุตสาหกรรม
    • การตลาดออนไลน์
    • การปรับตัวของผู้ผลิตรายใหญ่และรายย่อย
  4. พลวัตของนโยบายแอลกอฮอล์ในประเทศไทย
    • ความเคลื่อนไหวด้านนโยบาย พ.ศ. 2565–2568
    • กฎหมายและระเบียบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  5. ผลของนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย
    • ประสิทธิผลของมาตรการควบคุม
    • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สุขภาพ และสังคม
    • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษี
    • การผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการขายและการผลิตสุรา
  6. ความคิดเห็นและความรอบรู้ของประชาชนไทยต่อสถานการณ์และนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ความคิดเห็นต่อนโยบายภาครัฐ
    • ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์
    • วาทกรรมทางสังคมเกี่ยวกับนโยบายแอลกอฮอล์

 


Facts and Figures on Alcohol in Thailand 2022–2025: Amidst the Evolution of Alcohol Control Policies provides a comprehensive overview of alcohol-related situations in Thailand during 2022–2025, a period marked by significant changes in alcohol policies, legislation, economic conditions, and social contexts. The book compiles and analyzes the latest evidence to support informed policy discussions and public health decision-making.

Editors

  • Prof. Dr. Sawitri Assanangkornchai
  • Assoc. Dr. Prof. Polathep Vichitkunakorn
  • Chadaboon Jiaratanakrit

Objectives

The book was developed to compile, analyze, and present up-to-date information on alcohol consumption, alcohol-related harms, market dynamics, social discourse, and policy developments in Thailand. It aims to serve as a key reference for researchers, policymakers, government agencies, civil society organizations, and other stakeholders working to prevent and reduce alcohol-related harm through evidence-based policies and interventions.

Contents

The publication is organized into six main chapters:

  1. Alcohol Consumption Patterns: Current Situation and Trends
    • Per capita alcohol consumption
    • Prevalence of alcohol use
    • Youth drinking behaviors
    • Unrecorded alcohol consumption
  2. Impacts of Alcohol Consumption
    • Alcohol use disorders
    • Hospital admissions
    • Alcohol-attributable diseases and deaths
    • Harm to others from drinking
  3. Alcohol Industry and Market Trends
    • Global and Thai alcohol markets
    • Industry developments
    • Online alcohol marketing
    • Adaptation strategies of major and small-scale producers
  4. Dynamics of Alcohol Policy in Thailand
    • Policy developments during 2022–2025
    • New alcohol-related laws and regulations
  5. Effects of Alcohol Control Policies
    • Policy effectiveness
    • Economic, health, and social impacts
    • Excise tax reforms
    • Regulatory changes related to alcohol sales and production
  6. Public Opinions and Alcohol Literacy in Thailand
    • Public attitudes toward alcohol policies
    • Knowledge and awareness of alcohol-related harms
    • Social discourse surrounding alcohol control policies

This book serves as an important evidence-based resource for understanding the evolving alcohol landscape in Thailand and the challenges of balancing economic interests with public health priorities.

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)

Centre for Alcohol Studies (CAS)

สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน อาคารศรีเวชวัฒน์ ชั้น 11 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่ 15 ถนนกาญจนวนิช ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110

083-5775533

https://www.facebook.com/cas.org.th

เข้าชมแล้ว 0 ครั้ง
Copyright © 2026 CAS All rights reserved.