คำค้นหา : ผลกระทบ

คำค้นหา : ผลกระทบ

คำนี้ค้นหามาแล้ว : 3818 ครั้ง
อิโมจิกับการพรางเจตนา: ความท้าทายของการกำกับดูแลการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อดิจิทัล
https://cas.or.th/content?id=1145
Tags : -

อิโมจิกับการพรางเจตนา: ความท้าทายของการกำกับดูแลการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อดิจิทัล

เขียนโดย:
1) อาจารย์กนิษฐา ไทยกล้า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2) รศ.ดร.นิษฐา หรุ่นเกษม คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

บทนำ: บริบทกฎหมายกับความเป็นจริงของการสื่อสารดิจิทัล

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อดิจิทัลได้พัฒนาไปในรูปแบบที่ซับซ้อนและยากต่อการตรวจจับมากขึ้น แม้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 จะมุ่งเสริมความเข้มงวดในการกำกับดูแลการโฆษณาและการสื่อสารการตลาดในสื่อดิจิทัล แต่ความเป็นจริงของการสื่อสารกลับสะท้อนว่า โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังสามารถแทรกตัวเข้าสู่พื้นที่ออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการสื่อสารลักษณะนี้คือ “อิโมจิ (emoji)” ซึ่งเป็นภาษาภาพที่กลมกลืนกับวัฒนธรรมการสื่อสารออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

อิโมจิสามารถสื่อสารอารมณ์ ตัวตน และความหมายแฝงได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังสามารถทำหน้าที่แทนชื่อแบรนด์ ราคา หรือเงื่อนไขทางการค้าในลักษณะที่ยากต่อการตรวจจับด้วยกลไกกำกับดูแลแบบเดิม คำถามสำคัญจึงมิได้อยู่ที่ว่า กลไกใดทำให้อิโมจิสามารถเล็ดลอดออกนอกนิยามของ “การโฆษณา” ตามกรอบกฎหมายเดิมได้

อิโมจิในฐานะรหัสแทนแบรนด์: การสื่อสารนอกนิยามโฆษณาแบบดั้งเดิม

อิโมจิถูกนำมาใช้ในฐานะ “รหัสแทนแบรนด์” ผ่านการถอดอัตลักษณ์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยให้กลายเป็นสัญลักษณ์ภาพ เช่น อิโมจิช้าง แทนเบียร์ช้าง หรือ อิโมจิเสือ แทนเบียร์สิงห์และลีโอ อิโมจิชพระอาทิตย์ เพื่อสื่อถึงสุราสีอย่างแสงโสม หรือ อิโมจิหงส์ และ อิโมจิช้างนกยูง เพื่อแทนแบรนด์หงส์ทอง รหัสเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นภาษาเฉพาะกลุ่มที่ผู้รับสารสามารถถอดความหมายได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องปรากฏชื่อ ตราสินค้า หรือภาพผลิตภัณฑ์อย่างตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตาม การแทนแบรนด์ด้วยอิโมจิไม่ได้ถูกใช้เพื่อสร้างการจดจำสินค้าโดยตรงแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่อิโมจิแทนแบรนด์นั้นยังถูกฝังให้อยู่ในบริบททางอารมณ์และไลฟ์สไตล์ที่ผู้รับสารคุ้นชิน ด้วยสัญลักษณ์ที่สื่อถึงบรรยากาศและกิจกรรมทางสังคม เช่น อิโมจิพลุ ไฟ ดนตรี คนเต้นรำ หรือกิจกรรมทางสังคมอย่าง อิโมจิบอล ช่วยเชื่อมโยงการดื่มเข้ากับความสนุก ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ร่วมในชีวิตประจำวัน

รูปแบบการจัดวางอิโมจิในลักษณะดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่สะท้อนรูปแบบและกลยุทธ์การสื่อสารที่เป็นรูปแบบซ้ำ เช่น การใช้สูตร “อิโมจิแทนแบรนด์ + จำนวน + ราคา” หรือ การนำเสนออิโมจิแทนแบรนด์ ผสมผสานกับสัญลักษณ์อื่น ๆ เพื่อดึงสายตาและเน้นย้ำ “ข้อมูล” หรือสารทางการตลาดที่เชื่อมโยงกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่ต้องใช้ถ้อยคำ การจัดวางในลักษณะนี้ทำให้อิโมจิทำหน้าที่กำหนดโทน อารมณ์ และกรอบการตีความของผู้รับสาร พร้อมทั้งขยายความหมายของอิโมจิจากการเป็นเพียงรหัสแทนสินค้าไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าเชิงไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้เนื้อหาดังกล่าวถูกอ่านในฐานะคอนเทนต์ทั่วไปมากกว่าการโฆษณา

เมื่อรหัสแทนแบรนด์และบริบททางอารมณ์ถูกนำมาผสานกันอย่างเป็นระบบ การสื่อสารทางการตลาดของอิโมจิจึงแปรสภาพเป็น “การพรางโฆษณา” อีกทั้งยังลดแรงต้านทานของผู้รับสารต่อการโฆษณา เนื่องจากผู้บริโภคไม่ได้รู้สึกว่าตนเองกำลังถูก “ขายของ” หรือรู้สึกว่าได้รับโฆษณาที่เชิญชวนให้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง แต่รับสารในฐานะคอนเทนต์ที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมออนไลน์ที่คุ้นเคย

สำหรับผู้ใช้สื่อออนไลน์ทั่วไป รวมถึงระบบตรวจจับการโฆษณาแบบอัตโนมัติ การสื่อสารโดยใช้อิโมจิในธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รูปแบบนี้อาจมีความเสี่ยงที่จะไม่ถูกตีความว่าเป็นการโฆษณา เนื่องจากไม่ปรากฏคำต้องห้าม ชื่อแบรนด์ หรือภาพผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในสายตาของกลุ่มเป้าหมาย รหัสและบริบทที่ถูกจัดวางอย่างตั้งใจกลับสามารถสื่อสารสารเพื่อโน้มน้าวและชักจูงใจได้อย่างชัดเจนและมีพลัง

กลไกการฝังอิโมจิในการสื่อสารการตลาดเช่นนี้จึงทำให้เส้นแบ่งระหว่างการสื่อสารทั่วไปกับการโฆษณาแฝงมีความพร่าเลือนในเชิงโครงสร้าง อีกทั้งยังสอดคล้องกับตรรกะของแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งให้คุณค่ากับคอนเทนต์ที่หยุดสายตาและกระตุ้นการมีส่วนร่วม ส่งผลให้อิโมจิทำงานทั้งในเชิงความหมายและสอดรับกับตรรกะของแพลตฟอร์มดิจิทัลไปพร้อม ๆ กัน

บทสรุป: ผลกระทบต่อเยาวชนและโจทย์ใหม่ของการกำกับดูแล

อิโมจิอาจเปรียบได้กับ “ม้าไม้เมืองทรอย” ของการสื่อสารการตลาดร่วมสมัย ซึ่งภายนอกปรากฏตัวในฐานะภาษาวัฒนธรรมออนไลน์ที่มีลักษณะเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ หากแต่ภายในบรรจุกลไกทางการตลาดที่สามารถเล็ดลอดเข้าสู่การรับรู้ของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้อิโมจิในการสื่อสารการตลาดของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงมิได้เป็นเพียงเทคนิคการนำเสนอรูปแบบใหม่ หากแต่เป็นการปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับข้อจำกัดทางกฎหมายและตรรกะของแพลตฟอร์มดิจิทัลในเวลาเดียวกัน

ผลกระทบของการสื่อสารลักษณะนี้มีนัยสำคัญต่อกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเมื่อภาพอิโมจิแทนแบรนด์ถูกใช้ซ้ำร่วมกับอิโมจิที่แสดงถึงความสนุกสนาน หรือไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ การใช้รหัสอิโมจิที่เข้าใจเฉพาะกลุ่มระหว่างอินฟลูเอนเซอร์กับผู้ติดตามยังช่วยเสริมความรู้สึกเป็น “คนใน” และผูกโยงแบรนด์เข้ากับอัตลักษณ์และเครือข่ายทางสังคมได้อย่างแนบเนียน การใช้อิโมจิในการสื่อสารธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงสามารถอธิบายได้ในฐานะกลไกการสร้าง “Brand Association แบบแฝง” ที่ทำงานผ่านทั้งการวางเงื่อนไขทางอารมณ์และแรงจูงใจทางสังคม การสื่อสารในลักษณะนี้ไม่เพียงลดแรงต้านทานทางจิตวิทยาของผู้รับสาร แต่ยังทำให้เยาวชนค่อย ๆ ซึมซับทัศนคติเชิงบวกต่อแบรนด์และผลิตภัณฑ์โดยไม่รู้ตัว

ข้อค้นพบดังกล่าวสะท้อนว่า ความท้าทายของการกำกับดูแลการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อดิจิทัลมิได้อยู่ที่การขาดกฎหมาย หากแต่อยู่ที่การเปลี่ยนผ่านของรูปแบบการสื่อสารจากสิ่งที่ “ปรากฏชัด” ไปสู่การใช้สัญญะ ภาษาภาพ และการตีความเชิงบริบท

ในระดับนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแลอาจพิจารณาปรับกรอบการนิยาม “การโฆษณา” จากการตรวจจับถ้อยคำหรือภาพผลิตภัณฑ์อย่างตรงไปตรงมา ไปสู่การพิจารณาเจตนาเชิงการสื่อสารและผลกระทบต่อการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะในกรณีการใช้สัญญะ อิโมจิ และคอนเทนต์เชิงไลฟ์สไตล์ที่มีการสื่อสารซ้ำอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของผู้บังคับใช้กฎหมายให้สามารถอ่านและประเมินการสื่อสารเชิงสัญญะในระดับโครงสร้างได้อย่างรอบด้าน

ภายใต้กรอบการกำกับดูแลดังกล่าว การดำเนินการในระดับแพลตฟอร์มผ่านความร่วมมือในการพัฒนากลไกตรวจจับเนื้อหาที่คำนึงถึงบริบทและรูปแบบการจัดวางสัญญะเชิงซ้ำ จะช่วยลดช่องว่างของการกำกับดูแลการสื่อสารการตลาดแฝงในสื่อดิจิทัลได้ในทางปฏิบัติ

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการกำกับดูแลเชิงกฎหมายและกลไกของแพลตฟอร์มแล้ว การเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อในสังคมดิจิทัลแก่ผู้ปกครอง ครู และเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะทักษะการอ่านภาษาภาพและการตีความบริบทของการสื่อสาร จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันและรับมือกับการสื่อสารการตลาดแฝงในระยะยาวอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง: กนิษฐา ไทยกล้า และนิษฐา หรุ่นเกษม. (2567). การศึกษาแนวโน้ม กลยุทธ์ และวาทกรรมในการสื่อสารการตลาดออนไลน์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์. สงขลา : ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.).

ประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ภาคใต้ ประจำปี 2569
https://cas.or.th/content?id=1141
Tags : -

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ภาคใต้ ภายใต้หัวข้อ “สมดุลแห่งอนาคต: พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ” เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมเกาะกลาง โรงแรมกระบี่ ฟร้อนท์ เบย์ รีสอร์ท จังหวัดกระบี่ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 107 คน จากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผลงานวิจัย ประสบการณ์จากการดำเนินงานในพื้นที่ และข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การประชุมมุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคใต้ การแลกเปลี่ยนบทเรียนและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) จากหน่วยงานและเครือข่ายในพื้นที่ ตลอดจนการอภิปรายถึงความท้าทายและโอกาสในการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ผ่านกลไกระดับจังหวัด โดยใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นพื้นฐานในการกำหนดมาตรการและนโยบายสาธารณะ

นอกจากนี้ เวทีดังกล่าวยังเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน การพัฒนาการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และการส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และการพัฒนาที่ยั่งยืน

ศูนย์วิจัยปัญหาสุราขอขอบพระคุณผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ วิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนหน่วยงานทุกภาคส่วน และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ที่ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบายและการดำเนินงานด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนฐานข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสังคมไทยให้มีความปลอดภัย มีสุขภาวะที่ดี และเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสุขภาพ.

บทสรุปและข้อเสนอเชิงนโยบาย การศึกษาผลกระทบของการขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
https://cas.or.th/content?id=1131
Tags : -

บทสรุปและข้อเสนอเชิงนโยบาย: การศึกษาผลกระทบของการขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

รายงานฉบับนี้ศึกษาผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาปิดสถานบริการและการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัดของประเทศไทย โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้านอุบัติเหตุทางถนน การบาดเจ็บและการเสียชีวิต คดีเมาแล้วขับ ผลกระทบต่อชุมชน ภาระของหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนผลต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงและผลกระทบทางสังคม สุขภาพ และความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นจากการขยายเวลา พร้อมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อประกอบการตัดสินใจของภาครัฐในการกำหนดมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน


Policy Brief: Impact Assessment of Extended Alcohol Sales Hours in Thailand

This report examines the impacts of extending alcohol sales and entertainment venue operating hours in five pilot provinces of Thailand. The study analyzes road traffic injuries and fatalities, drink-driving cases, community and public safety concerns, the burden on public services, as well as tourism and economic outcomes. The findings highlight potential health, social, and safety risks associated with extended alcohol sales hours and provide policy recommendations to support evidence-based decision-making on alcohol control measures and sustainable tourism development.

รายงานวิจัย การศึกษา ผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงหลังจากการเปลี่ยน กฎหมายเกี่ยวกับสุราพื้นบ้าน/ชุมชนต่อพลวัตการผลิต การจําหน่ายและการบริโภคสุราในประเทศไทย: กรณีศึกษาเชิงพื้นที่แบบพหุภูมิภาค
https://cas.or.th/content?id=1126
Tags : -

การศึกษา ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงหลังจากการเปลี่ยนกฎหมายเกี่ยวกับสุราพื้นบ้าน/ชุมชนต่อพลวัตการผลิต การจำหน่าย และการบริโภคสุราในประเทศไทย: กรณีศึกษาเชิงพื้นที่แบบพหุภูมิภาค

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายหลังการปรับปรุงกฎหมายการผลิตสุราพื้นบ้าน/ชุมชน พ.ศ. 2565 โดยสำรวจสถานการณ์การผลิต การจำหน่าย และการบริโภคสุราในพื้นที่ 4 ภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และการดำเนินนโยบายในระดับพื้นที่ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่ากฎหมายใหม่ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าสู่ระบบของผู้ผลิตรายย่อยและเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนมากขึ้น แต่ยังคงมีความท้าทายด้านมาตรฐานการผลิต กระบวนการอนุญาต การบังคับใช้กฎหมาย และการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์สุรา งานวิจัยนี้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากกับการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนอย่างยั่งยืน


A Study of the Impacts and Changes Following the Reform of Traditional/Community Liquor Laws on the Dynamics of Alcohol Production, Distribution, and Consumption in Thailand: A Multi-Regional Case Study

This research examines the impacts and changes following the reform of Thailand’s community liquor production regulations in 2022. The study investigates alcohol production, distribution, and consumption across four regions of Thailand, as well as the economic, social, and policy implications of the legal changes at the local level. Findings indicate that the revised law has reduced barriers for small-scale producers and created new economic opportunities for communities. However, challenges remain regarding production standards, licensing procedures, law enforcement, public understanding, and product quality control. The study provides policy recommendations aimed at balancing grassroots economic development with the protection of public health and consumer safety in a sustainable manner.

รายงานวิจัย การประมาณการผลกระทบและต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์จากมาตรการลดภาษีไวน์และสุราแช่
https://cas.or.th/content?id=1124
Tags : -

การประมาณการผลกระทบและต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์จากมาตรการลดภาษีไวน์และสุราแช่

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของมาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าไวน์และการลดภาษีสรรพสามิตไวน์และสุราแช่ของประเทศไทยที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 โดยวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงด้านราคา การนำเข้า และพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงประเมินต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์และผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลให้การบริโภคไวน์และสุราแช่เพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจต่อสังคมในระดับที่มีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายภาษีและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคต


The Impact and Economic Cost of Wine and Local Liquor Tax Reduction

This study examines the effects of Thailand’s wine import tariff exemption and excise tax reductions on wine and local fermented alcoholic beverages implemented in February 2024. The research analyzes changes in alcohol prices, wine imports, and consumption patterns, and estimates the economic and social costs associated with increased alcohol consumption. The findings indicate that the tax reduction measures contributed to higher consumption of wine and local alcoholic beverages, leading to substantial economic and social costs. The study provides evidence to support policymaking on alcohol taxation and alcohol control measures in Thailand.

รายงานวิจัย โครงการสํารวจความคิดเห็นและผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 ของประชาชนในย่านสถานบันเทิง และนักท่องเที่ยว
https://cas.or.th/content?id=1119
Tags : -

รายงานวิจัย
โครงการสำรวจความคิดเห็นและผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 ของประชาชนในย่านสถานบันเทิง และนักท่องเที่ยว
(Public Opinion Survey and Impact Assessment of the 4 A.M. Entertainment Venue Closing-Time Extension Policy among Local Residents and Tourists)

รายงานวิจัยฉบับนี้ศึกษาความคิดเห็น การรับรู้ และผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. ในพื้นที่นำร่องและพื้นที่เปรียบเทียบ โดยสำรวจทั้งประชาชนในย่านสถานบันเทิงและนักท่องเที่ยว เพื่อประเมินผลกระทบด้านสังคม ความปลอดภัย พฤติกรรมการดื่ม การท่องเที่ยว และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ตลอดจนจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการดำเนินมาตรการในอนาคต


Research Report
Public Opinion Survey and Impact Assessment of the 4 A.M. Entertainment Venue Closing-Time Extension Policy among Local Residents and Tourists

This research report examines public perceptions and the impacts of the policy extending entertainment venue operating hours until 4:00 a.m. in pilot and comparison areas. The study surveys both local residents and tourists to assess social and safety impacts, drinking behaviors, tourism-related outcomes, and economic benefits, providing evidence-based recommendations for future policy implementation.

รายงานวิจัย โครงการสํารวจผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อบุคคลรอบข้าง (ภัยเหล้ามือสอง) : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
https://cas.or.th/content?id=1125
Tags : -

โครงการสำรวจผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อบุคคลรอบข้าง (ภัยเหล้ามือสอง): กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลรอบข้าง หรือ “ภัยเหล้ามือสอง” ในประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 3,927 คน จาก 12 จังหวัดทั่วประเทศ โดยสำรวจทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นในครอบครัว ชุมชน สถานที่ทำงาน และต่อเด็ก รวมถึงการได้รับผลกระทบจากผู้ดื่มหนักและคนแปลกหน้าที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผลการศึกษาเป็นข้อมูลสำคัญที่สะท้อนภาระทางสังคมและสุขภาพจากการดื่มของผู้อื่น เพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในประเทศไทย


Survey of Alcohol’s Harm to Others (AHTO): A Study of People Aged 15 Years and Older in 12 Provinces Across Thailand

This study examined the impacts of alcohol consumption on people other than the drinkers themselves, commonly referred to as “Alcohol’s Harm to Others (AHTO)” or secondhand alcohol harm. The survey included 3,927 respondents aged 15 years and older from 12 provinces across Thailand. It explored the effects of others’ drinking on families, communities, workplaces, and children, as well as harms associated with heavy drinkers and intoxicated strangers. The findings provide important evidence on the social and health burdens caused by alcohol use and can support the development of more effective alcohol control policies and public health interventions in Thailand.

รายงานวิจัย การศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพในประเด็นเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
https://cas.or.th/content?id=1128
Tags : -

การศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพในประเด็นเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย: กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

งานวิจัยนี้สำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พฤติกรรมการบริโภค ความคิดเห็นต่อนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และประสบการณ์จากการบังคับใช้กฎหมายของประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 3,924 คน ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังศึกษาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกระบบภาษี เพื่อสะท้อนระดับความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติของประชาชนต่อผลกระทบจากการดื่มและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนานโยบาย การสื่อสารสาธารณะ และการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนไทย


Health Literacy on Alcohol-Related Issues and Alcohol Control Policies among Thai People: A Case Study of Individuals Aged 15 Years and Older in 12 Provinces Across Thailand

This research examines health literacy related to alcoholic beverages, drinking behaviors, public attitudes toward alcohol control policies, and experiences with law enforcement among Thai people aged 15 years and older. The survey collected data from 3,924 respondents across 12 provinces representing all regions of Thailand. The study also investigates the consumption of untaxed and informal alcohol products to better understand public knowledge, perceptions, and attitudes regarding alcohol-related harms and regulatory measures. The findings provide valuable evidence for strengthening alcohol control policies, public communication strategies, and health promotion efforts in Thailand.

รายงานวิจัย การศึกษาผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
https://cas.or.th/content?id=1120
Tags : -

การศึกษาผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
(The Impact of Alcohol Consumption on Economic Growth in Thailand)

รายงานวิจัยฉบับนี้ศึกษาผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลรายปีระหว่างปี ค.ศ. 1990–2019 และวิเคราะห์ทั้งการบริโภคในภาพรวมและจำแนกตามประเภท ได้แก่ เบียร์ สุรา และไวน์ ผลการศึกษาพบว่า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์และสุรา มีผลเชิงลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว สะท้อนถึงภาระทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรการควบคุมและส่งเสริมสุขภาพเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน


Research Report: The Impact of Alcohol Consumption on Economic Growth in Thailand This research report examines the impact of alcohol consumption on Thailand’s economic growth using annual data from 1990–2019. The analysis covers overall alcohol consumption as well as specific beverage categories, including beer, spirits, and wine. The findings indicate that alcohol consumption, particularly beer and spirits, has a significant negative effect on long-term economic growth. The study highlights the substantial social and economic costs associated with alcohol consumption and emphasizes the importance of effective alcohol control measures and public health policies for sustainable economic development.

รายงานวิจัย ประเมินผลกระทบของพื้นที่ขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
https://cas.or.th/content?id=1121
Tags : -

ประเมินผลกระทบของพื้นที่ขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


การวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาการเปิดสถานบริการและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่นำร่องของประเทศไทย โดยประเมินทั้งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ ความปลอดภัยทางถนน สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายภาคส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และภูเก็ต เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่สมดุลระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน


Health and Social Impacts Assessment of Extending Alcohol Sales Hours

This research examines the impacts of extending alcohol sales and entertainment venue operating hours in Thailand’s pilot tourism areas. The study explores economic, health, road safety, social, and environmental consequences through qualitative interviews with stakeholders in Bangkok, Chonburi, and Phuket. The findings provide evidence to support policy decisions that balance tourism promotion with public health and community safety.

รายงานวิจัย โครงการมุมมองต่อเหตุผลการไม่ดื่มแอลกอฮอล์สู่การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบ เพื่อส่งเสริมการปฏิเสธการดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นและเยาวชน
https://cas.or.th/content?id=1112
Tags : -

งานวิจัยเรื่อง “โครงการมุมมองต่อเหตุผลการไม่ดื่มแอลกอฮอล์สู่การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบ เพื่อส่งเสริมการปฏิเสธการดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นและเยาวชน” ศึกษาปัจจัยและเหตุผลที่ทำให้วัยรุ่นและเยาวชนเลือกที่จะไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งในกลุ่มผู้ที่ไม่เคยดื่มและผู้ที่เคยดื่ม ผ่านการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อทำความเข้าใจบทบาทของค่านิยมส่วนบุคคล บรรทัดฐานทางสังคม ผลกระทบจากการดื่ม กฎหมาย และปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ พร้อมทั้งพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมและแนวทางส่งเสริมการปฏิเสธการดื่มที่เหมาะสมกับวัยรุ่นและเยาวชนไทย อันเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการออกแบบมาตรการป้องกันการดื่มแอลกอฮอล์ในระยะยาว


The study “Perspectives on the reasons for alcohol abstinence toward developing an innovative prototype to promote alcohol refusal among adolescentsand youth” explores the factors and motivations that lead young people to refrain from alcohol consumption, including both non-drinkers and those with drinking experience. Using quantitative and qualitative approaches, the study examines the roles of personal values, social norms, perceived consequences of drinking, legal factors, and environmental influences. It also develops and evaluates prototype innovations aimed at strengthening alcohol refusal among Thai adolescents and youth, providing evidence to support long-term alcohol prevention strategies.

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)

Centre for Alcohol Studies (CAS)

สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน อาคารศรีเวชวัฒน์ ชั้น 11 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่ 15 ถนนกาญจนวนิช ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110

083-5775533

https://www.facebook.com/cas.org.th

เข้าชมแล้ว 0 ครั้ง
Copyright © 2026 CAS All rights reserved.