คำค้นหา : พฤติกรรม

คำค้นหา : พฤติกรรม

คำนี้ค้นหามาแล้ว : 3107 ครั้ง
ผลการทบทวนวรรณกรรม เรื่อง นโยบายจำกัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดระดับต่ำ กลไก ผลกระทบ และการบังคับใช้ในต่างประเทศและประเทศไทย
https://cas.or.th/content?id=1146
Tags : -

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) เผยผลการทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับนโยบายจำกัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดระดับต่ำ พบหลักฐานจากต่างประเทศชี้ว่า การลดเกณฑ์ BAC สามารถสัมพันธ์กับการลดพฤติกรรมดื่มแล้วขับ อุบัติเหตุ และการบาดเจ็บ แต่ประสิทธิผลของนโยบายไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ตัวเลข BAC” เพียงอย่างเดียว หากขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมาย เทคโนโลยี ระบบข้อมูล การฟื้นฟูผู้กระทำผิด และการสื่อสารสาธารณะที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

24 ประเทศใช้เกณฑ์ BAC ≤ 0.02 g/dL หรือ Zero Tolerance

ผลการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบครอบคลุมการศึกษา 39 เรื่อง จาก 5 ภูมิภาคทั่วโลก โดยพิจารณา 3 มิติสำคัญ ได้แก่ กลไกและการดำเนินนโยบาย BAC ระดับต่ำในต่างประเทศ ผลกระทบเชิงประจักษ์ของการลดเกณฑ์ BAC ต่ำกว่า 0.05 g/dL และ Zero Tolerance รวมถึงบริบทกฎหมายและระบบบังคับใช้ของประเทศไทย งานวิจัยส่วนใหญ่อยู่ในระดับความเสี่ยงปานกลางตามการประเมินด้วย ROBINS-I และไม่พบการศึกษาที่มีความเสี่ยงวิกฤต

การทบทวนพบว่า มี 24 ประเทศ ที่กำหนด BAC สำหรับผู้ขับขี่ทั่วไปที่ระดับไม่เกิน 0.02 g/dL หรือใช้แนวทาง Zero Tolerance โดยแบ่งเป็นประเทศที่ใช้เกณฑ์ BAC 0.02 g/dL จำนวน 10 ประเทศ เช่น นอร์เวย์ สวีเดน โปแลนด์ เอสโตเนีย โปรตุเกส และจีน และประเทศที่ใช้ Zero Tolerance หรือ BAC 0.00 g/dL จำนวน 14 ประเทศ สะท้อนแนวโน้มของนโยบายเชิงป้องกันที่เข้มงวดขึ้นเพื่อมุ่งลดการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน

หลักฐานต่างประเทศชี้ “ลด BAC” มีผล แต่บริบทการบังคับใช้สำคัญ

หลักฐานที่ทบทวนชี้ว่า การลดเกณฑ์ BAC จากระดับเดิมลงสู่ 0.03 หรือ 0.02 g/dL สามารถสัมพันธ์กับการลดพฤติกรรมดื่มแล้วขับ อุบัติเหตุ และการบาดเจ็บ ขณะที่ Zero Tolerance ให้ผลแตกต่างกันไปตามบริบท โดยความเข้มแข็งของระบบบังคับใช้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จ

ตัวอย่างเช่น ชิลี หลังลดเกณฑ์ BAC เหลือ 0.03 g/dL พบการบาดเจ็บลดลง 31–36% และอุบัติเหตุลดลง 32% ทันที ขณะที่ ไต้หวัน หลังลดเกณฑ์เหลือ 0.03 g/dL พบการเสียชีวิตและการบาดเจ็บลดลง 18% ในเวลากลางคืน ส่วน นอร์เวย์ ภายใต้เกณฑ์ BAC 0.02 g/dL พบสัดส่วนผู้ขับขี่ที่งดดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาดก่อนขับเพิ่มขึ้นจาก 82% เป็น 91% ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานไปสู่แนวคิด “ดื่มแล้วไม่ขับ” และ จีน พบว่าสัดส่วนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ลดลง 7% ภายใต้เกณฑ์ BAC 0.02 g/dL

สำหรับ Zero Tolerance หรือ BAC 0.00 g/dL ผลลัพธ์ในประชากรทั่วไปมีความหลากหลายตามบริบทและความเข้มข้นของการบังคับใช้ ตัวอย่างเช่น บราซิล เมื่อใช้นโยบาย Zero Tolerance ควบคู่กับการบังคับใช้อย่างเข้มงวด พบว่าสามารถป้องกันการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ถึง 440,599 ครั้ง ขณะที่ อุรุกวัย หลังใช้ BAC 0.00 g/dL พบอุบัติเหตุรุนแรงถึงชีวิตลดลง 21% ในช่วง 12 เดือนแรก

ไม่ใช่แค่ “ลดตัวเลข” แต่ต้องสร้างระบบบังคับใช้ให้พร้อม

การกำหนด BAC ระดับต่ำทำงานผ่านหลายกลไกร่วมกัน ทั้งการสร้างบรรทัดฐานใหม่เพื่อลด “พื้นที่สีเทา” ในการตัดสินใจและส่งสัญญาณว่า “ดื่มแล้วไม่ขับ” การเพิ่มความแน่นอนในการถูกตรวจจับผ่านการสุ่มตรวจลมหายใจหรือ Random Breath Testing (RBT) การใช้บทลงโทษแบบขั้นบันไดที่ได้สัดส่วนกับระดับ BAC และประวัติการกระทำผิด ตลอดจนการใช้เทคโนโลยี เช่น Alcohol Interlock ควบคู่กับโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการฟื้นฟูผู้กระทำผิดซ้ำ

ดังนั้น การลดเกณฑ์เพียงอย่างเดียวจึงมีข้อจำกัด โดยเฉพาะต่อกลุ่มผู้ดื่มหนักและผู้กระทำผิดซ้ำ ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการเสริมและการบังคับใช้อย่างจริงจัง เอกสารสรุปว่า ประสิทธิผลสูงสุดเกิดขึ้นเมื่อการกำหนด BAC ดำเนินควบคู่กับ การบังคับใช้กฎหมาย เทคโนโลยี การฟื้นฟู การสื่อสารสาธารณะ และระบบสนับสนุนอื่นอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

ประเทศไทยยังมี “5 ช่องว่าง” ของระบบบังคับใช้

ปัจจุบันประเทศไทยกำหนดเกณฑ์ BAC แตกต่างกันตามกลุ่มผู้ขับขี่ โดยผู้ขับขี่ทั่วไปอยู่ที่ 0.05 g/dL ขณะที่กลุ่มเฉพาะ 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ผู้ใช้ใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราว ผู้ใช้ใบอนุญาตผิดประเภท และผู้ไม่มีหรือถูกพักใช้ใบอนุญาต อยู่ที่ 0.02 g/dL ส่วนรถสาธารณะ/รถพาณิชย์กำหนดที่ 0.00 g/dL ตามข้อมูลที่รายงานในเอกสาร

อย่างไรก็ตาม การทบทวนพบช่องว่างเชิงระบบของการบังคับใช้กฎหมาย BAC ในประเทศไทย 5 ประการ ได้แก่ (1) การตรวจไม่ครอบคลุม โดยมักเข้มข้นในช่วงเทศกาล (2) ผลตรวจล่าช้าในคดีรุนแรง ซึ่งอาจทำให้ค่าที่ตรวจได้คลาดเคลื่อนจากระดับขณะขับขี่ (3) ฐานข้อมูลผู้กระทำผิดซ้ำไม่เชื่อมโยง (4) บทลงโทษไม่ผูกกับระดับ BAC ทำให้ผู้มีความเสี่ยงสูงอาจได้รับโทษใกล้เคียงกับผู้ที่เกินเกณฑ์เพียงเล็กน้อย และ (5) การสื่อสารไม่ต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้ประชาชนมองว่าการบังคับใช้มุ่งจับผิดเพื่อค่าปรับมากกว่าการสร้างความปลอดภัย

จาก “การลดตัวเลข BAC” สู่ “การสร้างระบบที่พร้อม”

ผลการศึกษาจึงเสนอให้ประเทศไทยพิจารณาความพร้อมของระบบควบคู่ไปกับการตัดสินใจเรื่องเกณฑ์ BAC โดยมีทางเลือกเชิงนโยบายตั้งแต่การคงเกณฑ์ 0.05 g/dL แต่เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้ การลดเหลือ 0.02 g/dL ทันทีทุกกลุ่ม การปรับลดแบบเป็นระยะ (Phased-in) ไปจนถึงการควบคุมเข้มเฉพาะกลุ่มหรือพื้นที่เสี่ยง ทั้งนี้ เอกสารเตือนว่า หากระบบยังไม่มีความพร้อม การประกาศลดเกณฑ์ทันทีอาจเพิ่มภาระต่อระบบศาลและโรงพยาบาลมากกว่าการสร้างผลลัพธ์ด้านความปลอดภัย

ข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติประกอบด้วย การสุ่มตรวจตลอดปี (RBT) ให้เป็นมาตรการประจำวัน ไม่ใช่เฉพาะเทศกาล การจัดทำแนวปฏิบัติกลาง (SOP) และมาตรฐานเดียวในการตรวจ BAC ในกรณีอุบัติเหตุรุนแรง การกำหนดบทลงโทษแบบขั้นบันไดให้สอดคล้องกับปริมาณแอลกอฮอล์และประวัติคดี การพัฒนาฐานข้อมูลบูรณาการเชื่อมโยงตำรวจ–ศาล–ขนส่ง–คุมประพฤติ–สาธารณสุข การใช้มาตรการฟื้นฟูและบำบัดรักษาควบคู่กับการลงโทษสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำ และการประเมินความพร้อมของระบบก่อนประกาศใช้เกณฑ์ 0.02 g/dL ทั่วประเทศ

ท้ายที่สุด เป้าหมายของนโยบายไม่ควรหยุดอยู่ที่การถกเถียงว่า “ตัวเลข BAC ควรเป็นเท่าไร” แต่ควรมุ่งไปสู่การสร้างระบบที่ทำให้มาตรการเกิดผลจริง ทั้งการตรวจจับที่ครอบคลุม การบังคับใช้ที่แน่นอนและเป็นธรรม ระบบข้อมูลที่เชื่อมโยง และการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ เพื่อบรรลุเป้าหมายปลายทาง คือ “ลดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเสียชีวิตจากการดื่มแล้วขับ”

อ้างอิง: พลเทพ วิจิตรคุณากร, อัจฉรา ประจงจีบ, และชฎาบุญ เจียรธนกฤติ. (2569). รายงานการศึกษาและทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ เรื่อง กลไกและผลกระทบการดำเนินนโยบายจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดระดับต่ำในต่างประเทศ และสถานการณ์การบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทย. ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

รายงานวิจัย โครงการประเมินผลการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษาปี 2568” : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
https://cas.or.th/content?id=1143
Tags : -

โครงการประเมินผลการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2568” : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
ผู้วิจัย: ดร.สุริยัน บุญแท้
งานวิจัยนี้ประเมินผลการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา โดยศึกษาการรับรู้สื่อประชาสัมพันธ์ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมรณรงค์ ความคิดเห็นของประชาชน พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในช่วงเข้าพรรษา ตลอดจนผลลัพธ์ด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และความตั้งใจในการลดหรือเลิกดื่มในอนาคต จากประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย

รายงานวิจัย การประมาณการผลกระทบและต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์จากมาตรการลดภาษีไวน์และสุราแช่
https://cas.or.th/content?id=1124
Tags : -

การประมาณการผลกระทบและต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์จากมาตรการลดภาษีไวน์และสุราแช่

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของมาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าไวน์และการลดภาษีสรรพสามิตไวน์และสุราแช่ของประเทศไทยที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 โดยวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงด้านราคา การนำเข้า และพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงประเมินต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์และผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลให้การบริโภคไวน์และสุราแช่เพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจต่อสังคมในระดับที่มีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายภาษีและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคต


The Impact and Economic Cost of Wine and Local Liquor Tax Reduction

This study examines the effects of Thailand’s wine import tariff exemption and excise tax reductions on wine and local fermented alcoholic beverages implemented in February 2024. The research analyzes changes in alcohol prices, wine imports, and consumption patterns, and estimates the economic and social costs associated with increased alcohol consumption. The findings indicate that the tax reduction measures contributed to higher consumption of wine and local alcoholic beverages, leading to substantial economic and social costs. The study provides evidence to support policymaking on alcohol taxation and alcohol control measures in Thailand.

รายงานวิจัย โครงการสํารวจความคิดเห็นและผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 ของประชาชนในย่านสถานบันเทิง และนักท่องเที่ยว
https://cas.or.th/content?id=1119
Tags : -

รายงานวิจัย
โครงการสำรวจความคิดเห็นและผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 ของประชาชนในย่านสถานบันเทิง และนักท่องเที่ยว
(Public Opinion Survey and Impact Assessment of the 4 A.M. Entertainment Venue Closing-Time Extension Policy among Local Residents and Tourists)

รายงานวิจัยฉบับนี้ศึกษาความคิดเห็น การรับรู้ และผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. ในพื้นที่นำร่องและพื้นที่เปรียบเทียบ โดยสำรวจทั้งประชาชนในย่านสถานบันเทิงและนักท่องเที่ยว เพื่อประเมินผลกระทบด้านสังคม ความปลอดภัย พฤติกรรมการดื่ม การท่องเที่ยว และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ตลอดจนจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการดำเนินมาตรการในอนาคต


Research Report
Public Opinion Survey and Impact Assessment of the 4 A.M. Entertainment Venue Closing-Time Extension Policy among Local Residents and Tourists

This research report examines public perceptions and the impacts of the policy extending entertainment venue operating hours until 4:00 a.m. in pilot and comparison areas. The study surveys both local residents and tourists to assess social and safety impacts, drinking behaviors, tourism-related outcomes, and economic benefits, providing evidence-based recommendations for future policy implementation.

รายงานวิจัย การพัฒนาเครื่องมือช่วยในการถามปริมาณการดื่ม
https://cas.or.th/content?id=1118
Tags : -

รายงานวิจัย
การพัฒนาเครื่องมือช่วยในการถามปริมาณการดื่ม “THAI Drinking Survey Guide v.9”
(Development of the THAI Drinking Survey Guide v.9 for Alcohol Consumption Assessment)

รายงานวิจัยฉบับนี้มุ่งพัฒนาเครื่องมือช่วยในการประเมินและสอบถามปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชากรไทย โดยสำรวจข้อมูลประเภทเครื่องดื่ม ตรายี่ห้อ ปริมาตร และความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อนำมาปรับปรุง “THAI Drinking Survey Guide v.9” ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับรูปแบบผลิตภัณฑ์ในตลาดปัจจุบัน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการสำรวจพฤติกรรมการดื่มของคนไทย


Research Report
Development of the THAI Drinking Survey Guide v.9 for Alcohol Consumption Assessment

This research report focuses on developing and updating the THAI Drinking Survey Guide v.9, a tool designed to improve the assessment of alcohol consumption among Thai populations. The study surveyed alcoholic beverage types, brands, volumes, and alcohol content available in Thailand to create an up-to-date reference guide that enhances the accuracy and reliability of alcohol consumption surveys.

การเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้สุรา ยาสูบ สารเสพติด และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าของประเทศไทย
https://cas.or.th/content?id=1117

การเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้สุรา ยาสูบ สารเสพติด และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าของประเทศไทย
(National school surveillances of alcohol, substance use, and health-risk behaviors among  secondary students or equivalent.)

รายงานวิจัยฉบับนี้นำเสนอผลการสำรวจระดับประเทศเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มสุรา การสูบบุหรี่ การใช้บุหรี่ไฟฟ้า สารเสพติด การพนัน การเล่นเกม การใช้สื่อสังคมออนไลน์ และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาของไทย เพื่อเฝ้าระวังแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมเสี่ยงและสนับสนุนการกำหนดนโยบายและมาตรการส่งเสริมสุขภาพเยาวชนไทยอย่างมีประสิทธิภาพ


Research Report
National School Surveillance of Alcohol, Substance Use, and Health-Risk Behaviors among Secondary Students or Equivalent in Thailand

This research report presents findings from a nationwide survey of alcohol consumption, tobacco and e-cigarette use, substance use, gambling, gaming, social media use, and other health-risk behaviors among Thai secondary and vocational school students. The study aims to monitor trends in youth risk behaviors and provide evidence to support effective health promotion policies and interventions for young people in Thailand.

รายงานวิจัย การพัฒนารูปแบบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน อําเภอปัว จังหวัดน่าน
https://cas.or.th/content?id=1110

งานวิจัยเรื่อง “การพัฒนารูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน” ศึกษาสถานการณ์และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดื่มของผู้สูงอายุ รวมถึงบทบาทของทัศนคติ การสนับสนุนจากครอบครัว ชุมชน และหน่วยบริการสุขภาพ ตลอดจนการรับรู้ความสามารถของตนเองในการลดการดื่ม เพื่อนำไปสู่การพัฒนารูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาศัยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนอย่างเหมาะสม อันจะช่วยส่งเสริมการลด ละ เลิกการดื่ม และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน


The study “Development of a Behavioral Change Model for Alcohol Consumption among Older Adults through Family and Community Participation” examines alcohol consumption patterns and the factors influencing drinking behavior among older adults. It explores the roles of attitudes toward drinking, social support from families, communities, and healthcare services, as well as self-efficacy in reducing alcohol use. Based on these findings, the study develops a participatory behavioral change model aimed at promoting alcohol reduction and cessation, thereby enhancing the health and quality of life of older adults through sustainable family and community support.

รายงานวิจัย การศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพในประเด็นเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
https://cas.or.th/content?id=1128
Tags : -

การศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพในประเด็นเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย: กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

งานวิจัยนี้สำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พฤติกรรมการบริโภค ความคิดเห็นต่อนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และประสบการณ์จากการบังคับใช้กฎหมายของประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 3,924 คน ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังศึกษาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกระบบภาษี เพื่อสะท้อนระดับความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติของประชาชนต่อผลกระทบจากการดื่มและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนานโยบาย การสื่อสารสาธารณะ และการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนไทย


Health Literacy on Alcohol-Related Issues and Alcohol Control Policies among Thai People: A Case Study of Individuals Aged 15 Years and Older in 12 Provinces Across Thailand

This research examines health literacy related to alcoholic beverages, drinking behaviors, public attitudes toward alcohol control policies, and experiences with law enforcement among Thai people aged 15 years and older. The survey collected data from 3,924 respondents across 12 provinces representing all regions of Thailand. The study also investigates the consumption of untaxed and informal alcohol products to better understand public knowledge, perceptions, and attitudes regarding alcohol-related harms and regulatory measures. The findings provide valuable evidence for strengthening alcohol control policies, public communication strategies, and health promotion efforts in Thailand.

รายงานวิจัย โครงการประเมินผลการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษาปี 2567” : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
https://cas.or.th/content?id=1123
Tags : -

โครงการประเมินผลการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2567” : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

งานวิจัยนี้ประเมินผลการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2567” โดยสำรวจประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 3,909 คน จาก 12 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อศึกษาการรับรู้สื่อรณรงค์ ทัศนคติต่อการงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดื่มในช่วงเข้าพรรษา ผลการศึกษาพบว่าการรณรงค์สามารถสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และมีส่วนช่วยให้ประชาชนจำนวนมากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่ม ทั้งการงด ลด หรือเลิกดื่ม ส่งผลดีต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการประหยัดค่าใช้จ่ายของครัวเรือน โดยผลการวิจัยสามารถนำไปใช้พัฒนาแนวทางการรณรงค์และมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคตได้


Evaluation of the 2024 Buddhist Lent Alcohol Abstinence Campaign: A Case Study of People Aged 15 Years and Older in 12 Provinces Across Thailand

This study evaluated the effectiveness of the 2024 Buddhist Lent Alcohol Abstinence Campaign through a survey of 3,909 individuals aged 15 years and older from 12 provinces across Thailand. The research examined public exposure to campaign messages, attitudes toward alcohol abstinence, and changes in drinking behaviors during the Buddhist Lent period. The findings indicate that the campaign achieved broad public awareness and contributed to positive behavioral changes, including reduced alcohol consumption, temporary abstinence, and cessation among many drinkers. These changes were associated with improved health, enhanced well-being, and household cost savings. The study provides valuable evidence for strengthening future alcohol control policies and public health campaigns in Thailand.

รายงานวิจัย โครงการการประเมินมูลค่าความเต็มใจจ่ายเพื่อลดการสูญเสียจากพฤติกรรมการเมาแล้วขับ กรณีศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี
https://cas.or.th/content?id=1107
Tags : -

งานวิจัยเรื่อง “การประเมินมูลค่าความเต็มใจจ่ายเพื่อลดการสูญเสียจากพฤติกรรมการเมาแล้วขับ: กรณีศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี” ศึกษาทัศนคติและความคิดเห็นของประชาชนและผู้ประกอบการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อประเมินมูลค่าความเต็มใจจ่ายและมูลค่าชีวิตเชิงสถิติในการลดผลกระทบจากการเมาแล้วขับ รวมทั้งวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อสนับสนุนการพัฒนามาตรการและนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


The study “Valuation of Willingness to Pay for Reducing Losses from Drunk Driving Behavior: A Case Study of Surat Thani Province” examines the attitudes and perceptions of the public and alcohol retailers in Surat Thani Province regarding drunk driving. It evaluates the willingness to pay and the statistical value of life associated with reducing drunk-driving-related harms, and identifies factors related to preventing road traffic losses. The findings provide evidence to support the development of more effective road safety measures and public policies.

รายงานวิจัย วาทกรรม เพศภาวะและอำนาจในตนของวัยรุ่นและเยาวชนหญิงที่ดื่มแอลกอฮอล์
https://cas.or.th/content?id=1100

งานวิจัยเรื่อง “วาทกรรม เพศภาวะ และอำนาจในตนของวัยรุ่นและเยาวชนหญิงที่ดื่มแอลกอฮอล์” ศึกษามุมมอง ประสบการณ์ และการตัดสินใจของวัยรุ่นและเยาวชนหญิงอายุ 16–24 ปีที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อทำความเข้าใจว่าปัจจัยทางสังคม วัฒนธรรม เพศภาวะ ศาสนา เศรษฐกิจ และนโยบายสาธารณะ มีอิทธิพลต่อการรับรู้และพฤติกรรมการดื่มอย่างไร ผลการศึกษาพบว่าวัยรุ่นหญิงต้องเผชิญและต่อรองกับวาทกรรมทางสังคมหลายรูปแบบ ทั้งด้านเพศ บทบาททางสังคม ศีลธรรม สุขภาพ และสิทธิส่วนบุคคล พร้อมเสนอแนวทางลดอันตรายจากการดื่มที่คำนึงถึงบริบทชีวิตและความเปราะบางของวัยรุ่นหญิง เพื่อพัฒนามาตรการป้องกันและนโยบายสาธารณะที่เหมาะสมยิ่งขึ้น


The study “Discourse, Gender, and Agency of Female Adolescent and Youth Drinkers” explores the perspectives, experiences, and decision-making processes of female adolescents and young women aged 16–24 who consume alcohol. Using a qualitative approach, the research examines how social, cultural, gender, religious, economic, and policy-related factors shape attitudes toward alcohol use. The findings reveal that young women negotiate multiple social discourses concerning gender norms, morality, health, social expectations, and individual rights. The study also proposes harm-reduction strategies and policy recommendations that are sensitive to the lived experiences and vulnerabilities of young female drinkers, aiming to support more effective alcohol prevention and control measures.

ข้อเท็จจริงและตัวเลขเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย พ.ศ. 2565–2568: ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
https://cas.or.th/content?id=1099

ข้อเท็จจริงและตัวเลขเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย พ.ศ. 2565–2568: ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นหนังสือที่รวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย ในช่วงปี พ.ศ. 2565–2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญทั้งด้านนโยบาย กฎหมาย เศรษฐกิจ และสังคมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

บรรณาธิการ

  • ศ.ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย
  • รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร
  • ชฎาบุญ เจียรธนกฤติ

วัตถุประสงค์ของหนังสือ

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและบริบททางสังคมอย่างสำคัญ โดยครอบคลุมทั้งพฤติกรรมการบริโภค ผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ การตลาดและวาทกรรมทางสังคม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับนักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงสนับสนุนการกำหนดนโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน

เนื้อหาภายในหนังสือ

หนังสือประกอบด้วย 6 บทหลัก ได้แก่

  1. พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
    • ปริมาณการบริโภคต่อหัว
    • ความชุกของนักดื่ม
    • พฤติกรรมการดื่มในวัยรุ่น
    • การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกระบบภาษี
  2. ผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ภาวะผิดปกติจากการดื่มสุรา
    • การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
    • ภาระโรคและการเสียชีวิต
    • ผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น (ภัยเหล้ามือสอง)
  3. อุตสาหกรรมและตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สถานการณ์ระดับโลกและในประเทศไทย
    • สถานการณ์ตลาดโลกและประเทศไทย
    • แนวโน้มอุตสาหกรรม
    • การตลาดออนไลน์
    • การปรับตัวของผู้ผลิตรายใหญ่และรายย่อย
  4. พลวัตของนโยบายแอลกอฮอล์ในประเทศไทย
    • ความเคลื่อนไหวด้านนโยบาย พ.ศ. 2565–2568
    • กฎหมายและระเบียบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  5. ผลของนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย
    • ประสิทธิผลของมาตรการควบคุม
    • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สุขภาพ และสังคม
    • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษี
    • การผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการขายและการผลิตสุรา
  6. ความคิดเห็นและความรอบรู้ของประชาชนไทยต่อสถานการณ์และนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ความคิดเห็นต่อนโยบายภาครัฐ
    • ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์
    • วาทกรรมทางสังคมเกี่ยวกับนโยบายแอลกอฮอล์

 


Facts and Figures on Alcohol in Thailand 2022–2025: Amidst the Evolution of Alcohol Control Policies provides a comprehensive overview of alcohol-related situations in Thailand during 2022–2025, a period marked by significant changes in alcohol policies, legislation, economic conditions, and social contexts. The book compiles and analyzes the latest evidence to support informed policy discussions and public health decision-making.

Editors

  • Prof. Dr. Sawitri Assanangkornchai
  • Assoc. Dr. Prof. Polathep Vichitkunakorn
  • Chadaboon Jiaratanakrit

Objectives

The book was developed to compile, analyze, and present up-to-date information on alcohol consumption, alcohol-related harms, market dynamics, social discourse, and policy developments in Thailand. It aims to serve as a key reference for researchers, policymakers, government agencies, civil society organizations, and other stakeholders working to prevent and reduce alcohol-related harm through evidence-based policies and interventions.

Contents

The publication is organized into six main chapters:

  1. Alcohol Consumption Patterns: Current Situation and Trends
    • Per capita alcohol consumption
    • Prevalence of alcohol use
    • Youth drinking behaviors
    • Unrecorded alcohol consumption
  2. Impacts of Alcohol Consumption
    • Alcohol use disorders
    • Hospital admissions
    • Alcohol-attributable diseases and deaths
    • Harm to others from drinking
  3. Alcohol Industry and Market Trends
    • Global and Thai alcohol markets
    • Industry developments
    • Online alcohol marketing
    • Adaptation strategies of major and small-scale producers
  4. Dynamics of Alcohol Policy in Thailand
    • Policy developments during 2022–2025
    • New alcohol-related laws and regulations
  5. Effects of Alcohol Control Policies
    • Policy effectiveness
    • Economic, health, and social impacts
    • Excise tax reforms
    • Regulatory changes related to alcohol sales and production
  6. Public Opinions and Alcohol Literacy in Thailand
    • Public attitudes toward alcohol policies
    • Knowledge and awareness of alcohol-related harms
    • Social discourse surrounding alcohol control policies

This book serves as an important evidence-based resource for understanding the evolving alcohol landscape in Thailand and the challenges of balancing economic interests with public health priorities.

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)

Centre for Alcohol Studies (CAS)

สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน อาคารศรีเวชวัฒน์ ชั้น 11 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่ 15 ถนนกาญจนวนิช ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110

083-5775533

https://www.facebook.com/cas.org.th

เข้าชมแล้ว 0 ครั้ง
Copyright © 2026 CAS All rights reserved.