คำค้นหา : มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

คำค้นหา : มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

คำนี้ค้นหามาแล้ว : 1150 ครั้ง
บทสรุปและข้อเสนอเชิงนโยบาย การศึกษาผลกระทบของการขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
https://cas.or.th/content?id=1131
Tags : -

บทสรุปและข้อเสนอเชิงนโยบาย: การศึกษาผลกระทบของการขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

รายงานฉบับนี้ศึกษาผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาปิดสถานบริการและการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัดของประเทศไทย โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้านอุบัติเหตุทางถนน การบาดเจ็บและการเสียชีวิต คดีเมาแล้วขับ ผลกระทบต่อชุมชน ภาระของหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนผลต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงและผลกระทบทางสังคม สุขภาพ และความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นจากการขยายเวลา พร้อมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อประกอบการตัดสินใจของภาครัฐในการกำหนดมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน


Policy Brief: Impact Assessment of Extended Alcohol Sales Hours in Thailand

This report examines the impacts of extending alcohol sales and entertainment venue operating hours in five pilot provinces of Thailand. The study analyzes road traffic injuries and fatalities, drink-driving cases, community and public safety concerns, the burden on public services, as well as tourism and economic outcomes. The findings highlight potential health, social, and safety risks associated with extended alcohol sales hours and provide policy recommendations to support evidence-based decision-making on alcohol control measures and sustainable tourism development.

รายงานวิจัย การประมาณการผลกระทบและต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์จากมาตรการลดภาษีไวน์และสุราแช่
https://cas.or.th/content?id=1124
Tags : -

การประมาณการผลกระทบและต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์จากมาตรการลดภาษีไวน์และสุราแช่

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของมาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าไวน์และการลดภาษีสรรพสามิตไวน์และสุราแช่ของประเทศไทยที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 โดยวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงด้านราคา การนำเข้า และพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงประเมินต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์และผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลให้การบริโภคไวน์และสุราแช่เพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจต่อสังคมในระดับที่มีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายภาษีและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคต


The Impact and Economic Cost of Wine and Local Liquor Tax Reduction

This study examines the effects of Thailand’s wine import tariff exemption and excise tax reductions on wine and local fermented alcoholic beverages implemented in February 2024. The research analyzes changes in alcohol prices, wine imports, and consumption patterns, and estimates the economic and social costs associated with increased alcohol consumption. The findings indicate that the tax reduction measures contributed to higher consumption of wine and local alcoholic beverages, leading to substantial economic and social costs. The study provides evidence to support policymaking on alcohol taxation and alcohol control measures in Thailand.

รายงานวิจัย โครงการเผยแพร่ข้อมูลด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับสากลสู่ประชาชนทั่วไป
https://cas.or.th/content?id=1116
Tags : -

รายงานวิจัย "โครงการเผยแพร่ข้อมูลด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับสากลสู่ประชาชนทั่วไป" นำเสนอการดำเนินงานเผยแพร่ข้อมูลและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากนานาประเทศสู่สาธารณชนไทยผ่านสื่อออนไลน์ โดยประเมินการเข้าถึง การมีส่วนร่วม และประสิทธิผลของการสื่อสารบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อส่งเสริมความรู้ ความตระหนัก และการสนับสนุนนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสังคมไทย


This research report "Dissemination of international alcohol control measures to Thai public" presents the dissemination of international alcohol control information and policies to the Thai public through digital media platforms. The study evaluates audience reach, engagement, and communication effectiveness to enhance public awareness, knowledge, and support for alcohol control policies in Thailand.

รายงานวิจัย การศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพในประเด็นเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
https://cas.or.th/content?id=1128
Tags : -

การศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพในประเด็นเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนไทย: กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

งานวิจัยนี้สำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พฤติกรรมการบริโภค ความคิดเห็นต่อนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และประสบการณ์จากการบังคับใช้กฎหมายของประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 3,924 คน ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังศึกษาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกระบบภาษี เพื่อสะท้อนระดับความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติของประชาชนต่อผลกระทบจากการดื่มและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนานโยบาย การสื่อสารสาธารณะ และการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนไทย


Health Literacy on Alcohol-Related Issues and Alcohol Control Policies among Thai People: A Case Study of Individuals Aged 15 Years and Older in 12 Provinces Across Thailand

This research examines health literacy related to alcoholic beverages, drinking behaviors, public attitudes toward alcohol control policies, and experiences with law enforcement among Thai people aged 15 years and older. The survey collected data from 3,924 respondents across 12 provinces representing all regions of Thailand. The study also investigates the consumption of untaxed and informal alcohol products to better understand public knowledge, perceptions, and attitudes regarding alcohol-related harms and regulatory measures. The findings provide valuable evidence for strengthening alcohol control policies, public communication strategies, and health promotion efforts in Thailand.

รายงานวิจัย โครงการสํารวจผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อบุคคลรอบข้าง (ภัยเหล้ามือสอง) : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
https://cas.or.th/content?id=1125
Tags : -

โครงการสำรวจผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อบุคคลรอบข้าง (ภัยเหล้ามือสอง): กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลรอบข้าง หรือ “ภัยเหล้ามือสอง” ในประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 3,927 คน จาก 12 จังหวัดทั่วประเทศ โดยสำรวจทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นในครอบครัว ชุมชน สถานที่ทำงาน และต่อเด็ก รวมถึงการได้รับผลกระทบจากผู้ดื่มหนักและคนแปลกหน้าที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผลการศึกษาเป็นข้อมูลสำคัญที่สะท้อนภาระทางสังคมและสุขภาพจากการดื่มของผู้อื่น เพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในประเทศไทย


Survey of Alcohol’s Harm to Others (AHTO): A Study of People Aged 15 Years and Older in 12 Provinces Across Thailand

This study examined the impacts of alcohol consumption on people other than the drinkers themselves, commonly referred to as “Alcohol’s Harm to Others (AHTO)” or secondhand alcohol harm. The survey included 3,927 respondents aged 15 years and older from 12 provinces across Thailand. It explored the effects of others’ drinking on families, communities, workplaces, and children, as well as harms associated with heavy drinkers and intoxicated strangers. The findings provide important evidence on the social and health burdens caused by alcohol use and can support the development of more effective alcohol control policies and public health interventions in Thailand.

รายงานวิจัย โครงการประเมินผลการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษาปี 2567” : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
https://cas.or.th/content?id=1123
Tags : -

โครงการประเมินผลการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2567” : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

งานวิจัยนี้ประเมินผลการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2567” โดยสำรวจประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 3,909 คน จาก 12 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อศึกษาการรับรู้สื่อรณรงค์ ทัศนคติต่อการงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดื่มในช่วงเข้าพรรษา ผลการศึกษาพบว่าการรณรงค์สามารถสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และมีส่วนช่วยให้ประชาชนจำนวนมากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่ม ทั้งการงด ลด หรือเลิกดื่ม ส่งผลดีต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการประหยัดค่าใช้จ่ายของครัวเรือน โดยผลการวิจัยสามารถนำไปใช้พัฒนาแนวทางการรณรงค์และมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคตได้


Evaluation of the 2024 Buddhist Lent Alcohol Abstinence Campaign: A Case Study of People Aged 15 Years and Older in 12 Provinces Across Thailand

This study evaluated the effectiveness of the 2024 Buddhist Lent Alcohol Abstinence Campaign through a survey of 3,909 individuals aged 15 years and older from 12 provinces across Thailand. The research examined public exposure to campaign messages, attitudes toward alcohol abstinence, and changes in drinking behaviors during the Buddhist Lent period. The findings indicate that the campaign achieved broad public awareness and contributed to positive behavioral changes, including reduced alcohol consumption, temporary abstinence, and cessation among many drinkers. These changes were associated with improved health, enhanced well-being, and household cost savings. The study provides valuable evidence for strengthening future alcohol control policies and public health campaigns in Thailand.

รายงานวิจัย การทำความเข้าใจประสบการณ์การบริโภคเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ในผู้ใหญ่ตอนต้น ในประเทศไทยจากมุมมองจิตวิทยาการเมือง
https://cas.or.th/content?id=1105

งานวิจัยเรื่อง “การทำความเข้าใจประสบการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในผู้ใหญ่ตอนต้น ในประเทศไทยจากมุมมองจิตวิทยาการเมือง” ศึกษาประสบการณ์การดื่มของผู้ใหญ่ตอนต้นผ่านมุมมองด้านจิตวิทยาการเมือง เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการดื่ม อำนาจของรัฐ นโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และภาวะความอยู่ดีมีสุขของผู้ดื่ม ผลการศึกษาช่วยสะท้อนมิติทางสังคมและจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการดื่ม และสนับสนุนการพัฒนานโยบายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีความละเอียดอ่อนและสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยมากยิ่งขึ้น


The study “Understanding Alcohol Consumption Experiences among Young Adults in Thailand from a psychopolitical perspective explores the drinking experiences of young adults through a psychopolitical perspective. It examines the relationships between alcohol consumption, state power, alcohol control policies, and the well-being of drinkers. The findings provide insights into the social and psychological dimensions of drinking and contribute to the development of more context-sensitive and effective alcohol control policies and interventions in Thailand.

ข้อเท็จจริงและตัวเลขเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย พ.ศ. 2565–2568: ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
https://cas.or.th/content?id=1099

ข้อเท็จจริงและตัวเลขเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย พ.ศ. 2565–2568: ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นหนังสือที่รวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย ในช่วงปี พ.ศ. 2565–2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญทั้งด้านนโยบาย กฎหมาย เศรษฐกิจ และสังคมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

บรรณาธิการ

  • ศ.ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย
  • รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร
  • ชฎาบุญ เจียรธนกฤติ

วัตถุประสงค์ของหนังสือ

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและบริบททางสังคมอย่างสำคัญ โดยครอบคลุมทั้งพฤติกรรมการบริโภค ผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ การตลาดและวาทกรรมทางสังคม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับนักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงสนับสนุนการกำหนดนโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน

เนื้อหาภายในหนังสือ

หนังสือประกอบด้วย 6 บทหลัก ได้แก่

  1. พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
    • ปริมาณการบริโภคต่อหัว
    • ความชุกของนักดื่ม
    • พฤติกรรมการดื่มในวัยรุ่น
    • การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกระบบภาษี
  2. ผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ภาวะผิดปกติจากการดื่มสุรา
    • การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
    • ภาระโรคและการเสียชีวิต
    • ผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น (ภัยเหล้ามือสอง)
  3. อุตสาหกรรมและตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สถานการณ์ระดับโลกและในประเทศไทย
    • สถานการณ์ตลาดโลกและประเทศไทย
    • แนวโน้มอุตสาหกรรม
    • การตลาดออนไลน์
    • การปรับตัวของผู้ผลิตรายใหญ่และรายย่อย
  4. พลวัตของนโยบายแอลกอฮอล์ในประเทศไทย
    • ความเคลื่อนไหวด้านนโยบาย พ.ศ. 2565–2568
    • กฎหมายและระเบียบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  5. ผลของนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย
    • ประสิทธิผลของมาตรการควบคุม
    • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สุขภาพ และสังคม
    • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษี
    • การผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการขายและการผลิตสุรา
  6. ความคิดเห็นและความรอบรู้ของประชาชนไทยต่อสถานการณ์และนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ความคิดเห็นต่อนโยบายภาครัฐ
    • ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์
    • วาทกรรมทางสังคมเกี่ยวกับนโยบายแอลกอฮอล์

 


Facts and Figures on Alcohol in Thailand 2022–2025: Amidst the Evolution of Alcohol Control Policies provides a comprehensive overview of alcohol-related situations in Thailand during 2022–2025, a period marked by significant changes in alcohol policies, legislation, economic conditions, and social contexts. The book compiles and analyzes the latest evidence to support informed policy discussions and public health decision-making.

Editors

  • Prof. Dr. Sawitri Assanangkornchai
  • Assoc. Dr. Prof. Polathep Vichitkunakorn
  • Chadaboon Jiaratanakrit

Objectives

The book was developed to compile, analyze, and present up-to-date information on alcohol consumption, alcohol-related harms, market dynamics, social discourse, and policy developments in Thailand. It aims to serve as a key reference for researchers, policymakers, government agencies, civil society organizations, and other stakeholders working to prevent and reduce alcohol-related harm through evidence-based policies and interventions.

Contents

The publication is organized into six main chapters:

  1. Alcohol Consumption Patterns: Current Situation and Trends
    • Per capita alcohol consumption
    • Prevalence of alcohol use
    • Youth drinking behaviors
    • Unrecorded alcohol consumption
  2. Impacts of Alcohol Consumption
    • Alcohol use disorders
    • Hospital admissions
    • Alcohol-attributable diseases and deaths
    • Harm to others from drinking
  3. Alcohol Industry and Market Trends
    • Global and Thai alcohol markets
    • Industry developments
    • Online alcohol marketing
    • Adaptation strategies of major and small-scale producers
  4. Dynamics of Alcohol Policy in Thailand
    • Policy developments during 2022–2025
    • New alcohol-related laws and regulations
  5. Effects of Alcohol Control Policies
    • Policy effectiveness
    • Economic, health, and social impacts
    • Excise tax reforms
    • Regulatory changes related to alcohol sales and production
  6. Public Opinions and Alcohol Literacy in Thailand
    • Public attitudes toward alcohol policies
    • Knowledge and awareness of alcohol-related harms
    • Social discourse surrounding alcohol control policies

This book serves as an important evidence-based resource for understanding the evolving alcohol landscape in Thailand and the challenges of balancing economic interests with public health priorities.

สถานการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทย: สัญญาณเตือนสุขภาพและความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
https://cas.or.th/content?id=1042
Tags : -

สถานการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทย: สัญญาณเตือนสุขภาพและความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย พบว่า คนไทยกว่า 17 ล้านคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอีก 11 ล้านคนสูบบุหรี่ โดยมีถึง 6 ล้านคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่: ภาคเหนือเสี่ยงสูงสุด

เมื่อพิจารณาเชิงพื้นที่ ภาคเหนือมีอัตราการดื่มปัจจุบัน การดื่มหนัก การดื่มเสี่ยง และเมาแล้วขับ สูงที่สุดในหลายตัวชี้วัด สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการออกมาตรการเชิงพื้นที่และการบังคับใช้นโยบายที่เข้มข้นมากขึ้น

 

20 ปีผ่านไป ผู้หญิงดื่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน:

แนวโน้มในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า อัตราการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้หญิงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนเข้าใกล้ผู้ชาย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ช่องว่างระหว่างเพศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ผู้หญิงยังกลายเป็น กลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มากขึ้น

 

ดื่มหนักเพิ่มขึ้นทุกช่วงวัย:

ข้อมูลปี 2557 เทียบกับปี 2568 ชี้ว่า การดื่มสุราอย่างหนักเพิ่มขึ้นในทุกช่วงวัย ทั้งชายและหญิง

  • ผู้ชายอายุ 35–44 ปี เป็นกลุ่มที่ดื่มหนักสูงที่สุด

  • ผู้หญิงอายุ 35–44 ปี เป็นช่วงวัยที่ดื่มหนักมากที่สุดในเพศหญิง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกช่วงอายุ

 

ดื่มเสี่ยง = ความเสี่ยงมะเร็ง

ข้อมูลทางชีวเคมีพบว่า กว่าร้อยละ 50 ของผู้ที่ดื่มสุราในระดับเสี่ยง มีค่าเอนไซม์ตับสูงผิดปกติ (>65 IU/L) และยิ่งดื่มมาก ค่าเอนไซม์ตับยิ่งสูง ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งตับ ทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ เต้านม ต่อมน้ำเหลือง และระบบทางเดินปัสสาวะ

ค่าเอนไซม์ตับที่สูงในวันนี้ อาจเป็น “สัญญาณเตือนมะเร็ง” ในอนาคต


ข้อเสนอเชิงนโยบาย:

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเสริมมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างรอบด้าน ทั้งการคุ้มครองเด็กและเยาวชน การลดการตลาดที่มุ่งเป้าผู้หญิง การป้องกันการดื่มหนัก และการเชื่อมโยงระบบเฝ้าระวังสุขภาพ เพื่อหยุดยั้งวิกฤตโรค NCDs ในระยะยาว

 

เอกสารอ้างอิง: 

1) เปิดผลสำรวจ พฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของคนไทย แนวโน้มและข้อเสนอเชิงนโยบาย [PowerPoint presentation]. บรรยายในการประชุมงานแถลงผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567-2568; 2568 พฤศจิกายน 7; กรุงเทพฯ.

2) เริงฤดี ปธานวนิช. (บก.). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567–2568. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล; 2568.

ความคิดเห็นต่อการยกเลิกประกาศ ปว.253
https://cas.or.th/content?id=992
Tags : -

 

ความคิดเห็นต่อการยกเลิกประกาศ ปว.253

การยกเลิก คำสั่ง ปว.253 ก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคมอย่างกว้างขวาง หลายคนตีความว่า ประเทศไทย “ปลดล็อก” เวลาการขายเหล้าเบียร์แล้ว สามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแท้จริงแล้ว ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

การยกเลิก ปว. 253 ถูกตราไว้ใน พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 เป็นการลบข้อกฎหมายเดิมที่ซ้ำซ้อน ส่วนพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2568 ยังคงให้จำหน่ายสุราในเวลา 11.00 น.-14.00 น.และเวลา 17.00 น.-24.00 น. เท่านั้น โดยมีข้อยกเว้นเพียง 3 กรณีคือ (1) การขายในอาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ (2) การขายในสถานบริการซึ่งเป็นไปตามกำหนดเวลาเปิดปิดของสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และ (3) การขายในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ดังนั้นสถานที่ขายสุราอื่นนอกจากสามข้อดังกล่าว ต้องขายในเวลาที่กำหนดไว้เดิมทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการควบคุมฯ ที่จะมีขึ้นตาม พรบ.ใหม่ จะมีมติในเรื่องนี้อย่างไร ก็ต้องติดตามกันต่อไป

 

ทำไมเวลาห้ามขายจึงสำคัญต่อสังคมไทย

  1. ลดความสะดวกในการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หลังเลิกงานหรือช่วงกลางคืน การจำกัดเวลาเป็น “เกราะบาง” สำคัญในการชะลอการบริโภค
  2. ลดอุบัติเหตุและความรุนแรงทางสังคม งานวิจัยจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศยืนยันว่า ความพร้อมในการซื้อเครื่องดื่มทุกเวลา สัมพันธ์กับอัตราอุบัติเหตุบนท้องถนน การทะเลาะวิวาท และอาชญากรรมที่สูงขึ้น
  3. คุ้มครองเยาวชน เวลาห้ามขายช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มได้ง่ายเกินไป โดยเฉพาะในชั่วโมงที่ครอบครัวและโรงเรียนไม่สามารถดูแลได้เต็มที่
  4. เป็นต้นแบบด้านนโยบายสาธารณะ ประเทศไทยได้รับการยกย่องในเวทีโลกว่าเป็นประเทศที่มีมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มแข็งและสร้างสมดุลระหว่างเสรีภาพกับประโยชน์สาธารณะ การคงไว้ซึ่งเวลาห้ามขายถือเป็นเสาหลักสำคัญที่ไม่ควรถูกบั่นทอน

ดังนั้นข้อสรุปของเรื่องนี้คือ การยกเลิกคำสั่ง ปว.253 มิได้แปลว่าประชาชนจะซื้อขายสุราได้ตลอดเวลา เวลาห้ามขายยังคงอยู่ และยังคงจำเป็น ประเทศไทยไม่ควรเดินย้อนกลับไปสู่สังคมที่เปิดช่องให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกซื้อขายได้อย่างไร้ขอบเขต เพราะนั่นหมายถึงต้นทุนทางสุขภาพ อุบัติเหตุ และความรุนแรงที่จะตกกับครอบครัวและสังคมโดยรวม

การจำกัดเวลาขายจึงไม่ใช่การจำกัดเสรีภาพ หากแต่เป็น ภูมิคุ้มกันทางสังคมที่สำคัญ ที่ช่วยให้สังคมไทยปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โดย ดร.นพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานรินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

มาตรการควบคุมการบริโภคและปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
https://cas.or.th/content?id=13

องค์การอนามัยโลกและวงการแพทย์และสาธารณสุขทั่วโลก จัดให้แอลกอฮอล์ เป็นสารเสพติดและเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างไม่มีข้อถกเถียง โดยสามารถ ส่งเสริมให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้กว่า 200 ชนิด ที่สำคัญ เช่น โรคมะเร็งหลอดอาหารจนถึง ลำ ไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม และมะเร็งตับ โรคของระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะโรค ตับและโรคตับอ่อน โรคติดเชื้อ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคสมองเสื่อม รวมถึง โรคเก๊าท์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุทำ ให้เกิดการบาดเจ็บทางถนนและเสียชีวิต อีกปีละหลายหมื่นคน ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทและความรุนแรง ดังที่ปรากฎเป็น ข่าวเกือบทุกวัน ประเทศต่าง ๆ จึงถือว่าแอลกอฮอล์ไม่ใช่สินค้าธรรมดา แต่เป็นสินค้า ที่ต้องมีการควบคุมไม่สามารถปล่อยให้ขายแบบเสรีไร้ข้อกำ หนดเหมือนเครื่องดื่ม ต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ดีกระแสประชาธิปไตยที่เติบโตขึ้นในสังคมและประเทศต่าง ๆ ทำ ให้ ผู้ประกอบการผลิต การขาย ได้เรียกร้องให้ลดการควบคุมหรือให้ปล่อยเสรีโดยให้ เหตุผลว่า เป็นความรับผิดชอบของคนดื่มต่างหากที่ต้องดื่มอย่างมีสติและรับผิดชอบ แม้ว่าจะฟังดูดี แต่เนื่องจากผลของแอลกอฮอล์นั้นก่อให้เกิดการเสพติดและไปลด การมีสติสัมปชัญญะโดยตรง ดังนั้นการจะปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของผู้ดื่มฝ่าย เดียวจึงไม่ถูกต้อง และยังเป็นการทำ ให้ผู้ไม่ดื่มต้องพลอยรับผลร้ายไปด้วย เช่น เรื่อง การดื่มแล้วขับจนเกิดเหตุ การเกิดความรุนแรงในสังคมและครอบครัว ซึ่งรัฐมีความ ชอบธรรมในการเข้าไปควบคุม ประเทศไทยเองก็อยู่ในกระแสประชาธิปไตยและกระแส ตลาดเสรี จึงเกิดความขัดแย้งจากมุมของผู้ผลิตที่รู้สึกว่ารัฐควบคุมมากไป ในขณะ เดียวกันนักวิชาการและประชาชนจำ นวนมากก็รู้สึกว่ารัฐยังสามารถทำอะไรได้มากกว่า นี้เพื่อปกป้องประชาชน ดังบทสุดท้ายซึ่งเป็นเจตนารมย์ที่แสดงออกในการประชุม วิชาการสุราแห่งชาติเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา คณะทำ งานด้านวิชาการฯ จึงได้ระดมอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เป็นนักวิจัยด้านแอลกอฮอล์ หารือกัน หลายครั้งและตกลงว่าจะรวบรวมแนวคิดและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ควรดำ เนินการและได้รวบรวมเพิ่มเติมเป็นเอกสารนี้

ประเทศไทยในสายตา WHO: ต้นแบบการควบคุมปัญหาสุรา
https://cas.or.th/content?id=932

ประเทศไทยในสายตา WHO: ต้นแบบการควบคุมปัญหาสุรา

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เผยแพร่รายงานปี 2025 ว่าด้วยกฎหมายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยยกประเทศไทยเป็นหนึ่งในตัวอย่างประเทศที่มีการดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อควบคุมผลกระทบจากการบริโภคสุรา

ในรายงานดังกล่าว WHO ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีมาตรการทางกฎหมายที่หลากหลายและมีความเข้มแข็ง เช่น การจำกัดเวลาและสถานที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ ห้ามขายในสถานที่สาธารณะสำคัญ เช่น วัด โรงเรียน และสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงการควบคุมการขายผ่านช่องทางที่ไม่เหมาะสม เช่น ตู้ขายอัตโนมัติและหาบเร่แผงลอย

นอกจากนี้ ระบบภาษีสรรพสามิตของไทยยังออกแบบให้ผสมผสานระหว่างปริมาณแอลกอฮอล์และราคาขาย เพื่อควบคุมการบริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น เบียร์มีอัตราภาษีทั้งตามราคาขายปลีกและปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์

การที่ WHO ยกตัวอย่างประเทศไทยในรายงานระดับโลก สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการใช้ “กฎหมาย” เป็นเครื่องมือหลักในการลดอันตรายจากสุรา พร้อมยืนยันว่า การป้องกันเชิงระบบสามารถทำได้จริง หากมีเจตจำนงและการบังคับใช้ที่ชัดเจน

อ้างอิง: World Health Organization. Laws and regulations addressing the acceptability, availability and affordability of alcoholic beverages [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2025 [cited 2025 May 21]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/9789240108301

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)

Centre for Alcohol Studies (CAS)

สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน อาคารศรีเวชวัฒน์ ชั้น 11 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่ 15 ถนนกาญจนวนิช ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110

083-5775533

https://www.facebook.com/cas.org.th

เข้าชมแล้ว 0 ครั้ง
Copyright © 2026 CAS All rights reserved.