คำค้นหา : การสำรวจ

คำค้นหา : การสำรวจ

คำนี้ค้นหามาแล้ว : 902 ครั้ง
รายงานวิจัย การสำรวจความเห็นต่อแนวคิด เปิดให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟของรัฐบาล
https://cas.or.th/content?id=1132
Tags : -

การสำรวจความเห็นต่อแนวคิดเปิดให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟของรัฐบาล

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อแนวคิดของรัฐบาลในการเปิดให้มีการจำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟและในสถานีรถไฟ รวมถึงศึกษาความกังวลด้านความปลอดภัย ความคิดเห็นต่อการพัฒนาบริการรถไฟ และปัจจัยที่สัมพันธ์กับการสนับสนุนหรือคัดค้านนโยบายดังกล่าว โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนจำนวน 3,055 คน ใน 25 สถานีรถไฟทั่วประเทศ ผลการศึกษาพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดให้ขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟ เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย เสียงรบกวน และความเสี่ยงจากการคุกคามทางเพศ พร้อมเสนอให้การรถไฟให้ความสำคัญกับการพัฒนาความปลอดภัย ความสะอาด และความตรงต่อเวลามากกว่า


Public Opinion Survey on the Government's Proposal to Allow Alcohol Sales on Trains

This study aimed to examine public opinions regarding the government's proposal to permit the sale and consumption of alcoholic beverages on trains and at railway stations in Thailand. The survey also explored concerns related to safety, perceptions of railway service improvement, and factors associated with support for or opposition to the proposed policy. Data were collected from 3,055 respondents across 25 railway stations nationwide. The findings revealed that the majority of respondents opposed allowing alcohol sales and consumption on trains, primarily due to concerns about passenger safety, noise disturbance, and risks of sexual harassment. Respondents also emphasized that railway authorities should prioritize improvements in safety, cleanliness, and punctuality over introducing alcohol sales on trains.

รายงานวิจัย โครงการสํารวจความคิดเห็นและผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 ของประชาชนในย่านสถานบันเทิง และนักท่องเที่ยว
https://cas.or.th/content?id=1119
Tags : -

รายงานวิจัย
โครงการสำรวจความคิดเห็นและผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 ของประชาชนในย่านสถานบันเทิง และนักท่องเที่ยว
(Public Opinion Survey and Impact Assessment of the 4 A.M. Entertainment Venue Closing-Time Extension Policy among Local Residents and Tourists)

รายงานวิจัยฉบับนี้ศึกษาความคิดเห็น การรับรู้ และผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. ในพื้นที่นำร่องและพื้นที่เปรียบเทียบ โดยสำรวจทั้งประชาชนในย่านสถานบันเทิงและนักท่องเที่ยว เพื่อประเมินผลกระทบด้านสังคม ความปลอดภัย พฤติกรรมการดื่ม การท่องเที่ยว และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ตลอดจนจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการดำเนินมาตรการในอนาคต


Research Report
Public Opinion Survey and Impact Assessment of the 4 A.M. Entertainment Venue Closing-Time Extension Policy among Local Residents and Tourists

This research report examines public perceptions and the impacts of the policy extending entertainment venue operating hours until 4:00 a.m. in pilot and comparison areas. The study surveys both local residents and tourists to assess social and safety impacts, drinking behaviors, tourism-related outcomes, and economic benefits, providing evidence-based recommendations for future policy implementation.

รายงานวิจัย การพัฒนาเครื่องมือช่วยในการถามปริมาณการดื่ม
https://cas.or.th/content?id=1118
Tags : -

รายงานวิจัย
การพัฒนาเครื่องมือช่วยในการถามปริมาณการดื่ม “THAI Drinking Survey Guide v.9”
(Development of the THAI Drinking Survey Guide v.9 for Alcohol Consumption Assessment)

รายงานวิจัยฉบับนี้มุ่งพัฒนาเครื่องมือช่วยในการประเมินและสอบถามปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชากรไทย โดยสำรวจข้อมูลประเภทเครื่องดื่ม ตรายี่ห้อ ปริมาตร และความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อนำมาปรับปรุง “THAI Drinking Survey Guide v.9” ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับรูปแบบผลิตภัณฑ์ในตลาดปัจจุบัน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการสำรวจพฤติกรรมการดื่มของคนไทย


Research Report
Development of the THAI Drinking Survey Guide v.9 for Alcohol Consumption Assessment

This research report focuses on developing and updating the THAI Drinking Survey Guide v.9, a tool designed to improve the assessment of alcohol consumption among Thai populations. The study surveyed alcoholic beverage types, brands, volumes, and alcohol content available in Thailand to create an up-to-date reference guide that enhances the accuracy and reliability of alcohol consumption surveys.

การเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้สุรา ยาสูบ สารเสพติด และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าของประเทศไทย
https://cas.or.th/content?id=1117

การเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้สุรา ยาสูบ สารเสพติด และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าของประเทศไทย
(National school surveillances of alcohol, substance use, and health-risk behaviors among  secondary students or equivalent.)

รายงานวิจัยฉบับนี้นำเสนอผลการสำรวจระดับประเทศเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มสุรา การสูบบุหรี่ การใช้บุหรี่ไฟฟ้า สารเสพติด การพนัน การเล่นเกม การใช้สื่อสังคมออนไลน์ และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาของไทย เพื่อเฝ้าระวังแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมเสี่ยงและสนับสนุนการกำหนดนโยบายและมาตรการส่งเสริมสุขภาพเยาวชนไทยอย่างมีประสิทธิภาพ


Research Report
National School Surveillance of Alcohol, Substance Use, and Health-Risk Behaviors among Secondary Students or Equivalent in Thailand

This research report presents findings from a nationwide survey of alcohol consumption, tobacco and e-cigarette use, substance use, gambling, gaming, social media use, and other health-risk behaviors among Thai secondary and vocational school students. The study aims to monitor trends in youth risk behaviors and provide evidence to support effective health promotion policies and interventions for young people in Thailand.

รายงานวิจัย โครงการสํารวจผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อบุคคลรอบข้าง (ภัยเหล้ามือสอง) : กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
https://cas.or.th/content?id=1125
Tags : -

โครงการสำรวจผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อบุคคลรอบข้าง (ภัยเหล้ามือสอง): กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปใน 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลรอบข้าง หรือ “ภัยเหล้ามือสอง” ในประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 3,927 คน จาก 12 จังหวัดทั่วประเทศ โดยสำรวจทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นในครอบครัว ชุมชน สถานที่ทำงาน และต่อเด็ก รวมถึงการได้รับผลกระทบจากผู้ดื่มหนักและคนแปลกหน้าที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผลการศึกษาเป็นข้อมูลสำคัญที่สะท้อนภาระทางสังคมและสุขภาพจากการดื่มของผู้อื่น เพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในประเทศไทย


Survey of Alcohol’s Harm to Others (AHTO): A Study of People Aged 15 Years and Older in 12 Provinces Across Thailand

This study examined the impacts of alcohol consumption on people other than the drinkers themselves, commonly referred to as “Alcohol’s Harm to Others (AHTO)” or secondhand alcohol harm. The survey included 3,927 respondents aged 15 years and older from 12 provinces across Thailand. It explored the effects of others’ drinking on families, communities, workplaces, and children, as well as harms associated with heavy drinkers and intoxicated strangers. The findings provide important evidence on the social and health burdens caused by alcohol use and can support the development of more effective alcohol control policies and public health interventions in Thailand.

จับเข่าคุย: "ตรวจสุขภาพ" นโยบายคุมเหล้าอาเซียน ปี 2026 เราแข็งแรงแค่ไหน?
https://cas.or.th/content?id=1073
Tags : -

งานวิจัยล่าสุดจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) จับเข่าคุย: "ตรวจสุขภาพ" นโยบายคุมเหล้าอาเซียน ปี 2026 เราแข็งแรงแค่ไหน?

ทีมวิจัยนำโดย ศ.ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย และคณะ ได้ทำการสำรวจนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน 10 ประเทศอาเซียน โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานโลก "SAFER" ขององค์การอนามัยโลก

ภาพรวม: เศรษฐกิจโต คนมีกำลังซื้อ ก็ดื่มกันมากขึ้น แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ "เหล้านอกระบบ" (เหล้าเถื่อน/หนีภาษี) ในเพื่อนบ้านบางประเทศที่สูงน่าตกใจ

3 ประเด็นสำคัญที่ค้นพบ:

  1. กฎหมายมี แต่การบังคับใช้ต่างกัน: ทุกประเทศมีกฎหมายเรื่องอายุขั้นต่ำ (ส่วนใหญ่ 18 ปี, ไทย 20 ปี) และกฎหมายเมาไม่ขับ แต่ความเข้มข้นและการบังคับใช้ยังแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
  2. "ออนไลน์" คือช่องโหว่ใหญ่: มาตรการควบคุมโฆษณาในสื่อหลักทำได้ดีระดับหนึ่ง แต่ในแพลตฟอร์มออนไลน์และการตลาดข้ามพรมแดนยังเป็นความท้าทายใหญ่ที่ทุกประเทศเจอเหมือนกัน
  3. "ระบบบำบัด" คือจุดอ่อนที่สุดของภูมิภาค: นี่คือข้อค้นพบที่น่ากังวลที่สุด บริการช่วยเลิกบุหรี่และยาสำหรับผู้ติดสุรายังเข้าถึงยากและไม่เพียงพอในเกือบทุกประเทศ รวมถึงไทย

ทิศทางในอนาคต: งานวิจัยชี้ว่า ลำพังมาตรการในประเทศอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีความร่วมมือระดับภูมิภาคอาเซียนเพื่อจัดการปัญหาโฆษณาข้ามชาติ และเร่งพัฒนาระบบบริการสุขภาพเพื่อรองรับผู้ต้องการเลิกดื่มอย่างจริงจัง

ผลการตรวจ SAFER Check-up:

  • จุดแข็ง: เรื่องกฎหมาย "เมาไม่ขับ" และ "ภาษี" ทุกประเทศมีมาตรการชัดเจน (บางประเทศเข้มกว่าไทยคือต้อง 0.00% เลยทีเดียว!)
  • จุดที่ต้องระวัง: "การควบคุมโฆษณา" แม้สื่อหลักจะคุมได้ แต่ในโลกออนไลน์และโฆษณาแฝงยังรั่วไหลเยอะมาก
  • จุดอ่อนสำคัญที่สุด: "ระบบบำบัดรักษา (F-Facilitate)" คือจุดที่อ่อนแอที่สุดในภูมิภาค คนอยากเลิกเหล้ายังเข้าถึงความช่วยเหลือและยาได้ยาก

บทสรุป: เรามีกฎหมายที่ดีหลายข้อ แต่การจะสู้กับปัญหานี้ได้จริง อาเซียนต้องจับมือกัน โดยเฉพาะการอุดรูรั่วในโลกออนไลน์ และที่เร่งด่วนคือการพัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเลิกดื่มให้เข้าถึงง่ายขึ้นครับ

อ่านเพิ่มเติม: https://doi.org/10.1177/10105395251414918

 

สถานการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทย: สัญญาณเตือนสุขภาพและความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
https://cas.or.th/content?id=1042
Tags : -

สถานการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทย: สัญญาณเตือนสุขภาพและความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย พบว่า คนไทยกว่า 17 ล้านคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอีก 11 ล้านคนสูบบุหรี่ โดยมีถึง 6 ล้านคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่: ภาคเหนือเสี่ยงสูงสุด

เมื่อพิจารณาเชิงพื้นที่ ภาคเหนือมีอัตราการดื่มปัจจุบัน การดื่มหนัก การดื่มเสี่ยง และเมาแล้วขับ สูงที่สุดในหลายตัวชี้วัด สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการออกมาตรการเชิงพื้นที่และการบังคับใช้นโยบายที่เข้มข้นมากขึ้น

 

20 ปีผ่านไป ผู้หญิงดื่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน:

แนวโน้มในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า อัตราการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้หญิงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนเข้าใกล้ผู้ชาย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ช่องว่างระหว่างเพศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ผู้หญิงยังกลายเป็น กลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มากขึ้น

 

ดื่มหนักเพิ่มขึ้นทุกช่วงวัย:

ข้อมูลปี 2557 เทียบกับปี 2568 ชี้ว่า การดื่มสุราอย่างหนักเพิ่มขึ้นในทุกช่วงวัย ทั้งชายและหญิง

  • ผู้ชายอายุ 35–44 ปี เป็นกลุ่มที่ดื่มหนักสูงที่สุด

  • ผู้หญิงอายุ 35–44 ปี เป็นช่วงวัยที่ดื่มหนักมากที่สุดในเพศหญิง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกช่วงอายุ

 

ดื่มเสี่ยง = ความเสี่ยงมะเร็ง

ข้อมูลทางชีวเคมีพบว่า กว่าร้อยละ 50 ของผู้ที่ดื่มสุราในระดับเสี่ยง มีค่าเอนไซม์ตับสูงผิดปกติ (>65 IU/L) และยิ่งดื่มมาก ค่าเอนไซม์ตับยิ่งสูง ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งตับ ทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ เต้านม ต่อมน้ำเหลือง และระบบทางเดินปัสสาวะ

ค่าเอนไซม์ตับที่สูงในวันนี้ อาจเป็น “สัญญาณเตือนมะเร็ง” ในอนาคต


ข้อเสนอเชิงนโยบาย:

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเสริมมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างรอบด้าน ทั้งการคุ้มครองเด็กและเยาวชน การลดการตลาดที่มุ่งเป้าผู้หญิง การป้องกันการดื่มหนัก และการเชื่อมโยงระบบเฝ้าระวังสุขภาพ เพื่อหยุดยั้งวิกฤตโรค NCDs ในระยะยาว

 

เอกสารอ้างอิง: 

1) เปิดผลสำรวจ พฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของคนไทย แนวโน้มและข้อเสนอเชิงนโยบาย [PowerPoint presentation]. บรรยายในการประชุมงานแถลงผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567-2568; 2568 พฤศจิกายน 7; กรุงเทพฯ.

2) เริงฤดี ปธานวนิช. (บก.). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567–2568. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล; 2568.

นักวิชาการ เตือนทุก 10 วินาที มีคนตายจากน้ำเมา 1 คน ชี้ “แอลกอฮอล์” ปัจจัยเร่งป่วยโรค NCDs เกินครึ่งป่วยไม่รู้ตัว
https://cas.or.th/content?id=1035

นักวิชาการ เตือนทุก 10 วินาที มีคนตายจากน้ำเมา 1 คน ชี้ “แอลกอฮอล์” ปัจจัยเร่งป่วยโรค NCDs เกินครึ่งป่วยไม่รู้ตัว สร้างความเสี่ยหายทางเศรษฐกิจ 1.65 แสนล้านบาท สสส.-ศวส. หนุนมาตรการป้องกันที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่-บูรณาการทุกภาคส่วน หวังลดผลกระทบจากน้ำเมา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ธ.ค. 2568 ที่โรงแรมเบสเวสเทิร์น กรุงเทพฯ ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ร่วมกับ สมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อแห่งประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีสาธารณะ “แอลกอฮอล์ : ตัวเร่งโรค NCDs และทางออกเพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย”

โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ “ภาวะวิกฤต NCDs” จากโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสร้างภาระทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง เฉพาะปี 2564 ไทยสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 165,450 ล้านบาท และเกือบ 80% ของคนไทย เคยได้รับผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และครอบครัว แอลกอฮอล์ได้ถูกจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 เชื่อมโยงกับมะเร็งอย่างน้อย 8 ชนิด ได้แก่ มะเร็งช่องปาก กล่องเสียง คอหอย เต้านม (ในผู้หญิง) หลอดอาหาร ลำไส้ใหญ่/ทวารหนัก ตับ และตับอ่อน

“แต่ที่น่ากังวลจากงานวิจัยของศวส. สำรวจประชาชนไทย 3,924 คน จาก 12 จังหวัดทั่วประเทศ ในปี 2568 พบคนไทยกว่า 90% ไม่รู้ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อมะเร็งได้ สะท้อนความจำเป็นของการสื่อสารความเสี่ยงที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ เพราะปัญหานี้ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมของทั้งสังคม ทุกคนจึงควรช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ภาระโรคจะลดลง และคุณภาพชีวิตของคนไทยจะดีขึ้นอย่างยั่งยืน” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 ปี2567-2568 พบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา จำนวน 17.1 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ ดื่มอย่างหนัก 7.7 ล้านคน หรือ 45% ส่วนอัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยในทุกกลุ่มอายุ แต่เป็นที่น่าสังเกตคือ แนวโน้มการดื่มในกลุ่มวัยรุ่นมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันระหว่างวัยรุ่นชายและหญิง ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มวัยผู้ใหญ่หรือสูงอายุที่พบว่า เพศชายมักจะมีอัตราการดื่มสูงกว่าเพศหญิง ความแตกต่างของความชุกของการดื่มระหว่างชายและหญิงมีแนวโน้มแคบลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งใกล้เคียงกับสถานการณ์ในประเทศแถบยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งความเชื่อ หรือการมองว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งช่วยในการเข้าสังคม หรือความเท่าเทียม

“ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ยังมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสัดส่วนที่สูง และคนที่ยังดื่มส่วนมากไม่รู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคเรื้อรังแล้ว เช่น ผู้ป่วยเบาหวานที่ยังดื่มแอลกอฮอล์1.4 ล้านคน ในจำนวนนี้ ยังไม่รู้ตัวเองว่าป่วยเป็นเบาหวาน 5.9 แสนคน และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ยังดื่มแอลกอฮอล์ 4.8 ล้านคน ในจำนวนนี้ ยังไม่รู้ตัวเองว่าป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง 3.1 ล้านคน ซึ่งการดื่มแอลกอฮอล์จะส่งผลเสียต่อการควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังพบว่าคนที่ดื่มแอลกอฮอล์มีระดับค่าเอนไซม์ตับที่ผิดปกติสูงกว่าคนที่ไม่ดื่มโดยเฉลี่ย 3-5 เท่า และมีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ที่สูงขึ้นโดยเฉลี่ย 1-2 เท่า ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด” รศ.พญ.เริงฤดี กล่าว

ด้าน รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร ผู้อำนวยการ ศวส. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า คนไทยดื่มแอลกอฮอล์สูงเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน และเป็นอันดับ 1 ของประเทศรายได้ปานกลางระดับบน ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 ร่วมกับการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 ชี้ตรงกันว่า ปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยยังคงสูงมาก ปัจจุบันคนไทยเริ่มดื่มเร็วขึ้น มีอายุเฉลี่ยที่ดื่มครั้งแรกอยู่ที่ 19.9 ปี สะท้อนว่า “ผู้หญิงและเยาวชน” กลายเป็นกลุ่มเปราะบาง และเป้าหมายทางการตลาดของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ที่มีอัตราการดื่มสูงที่สุดเมื่อเทียบกับภาคอื่น ความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นว่ามาตรการควบคุมต้องตอบโจทย์บริบทแต่ละพื้นที่ควบคู่ไปกับนโยบายระดับชาติ

“ทุก 10 วินาที มีคนตายจากแอลกอฮอล์ 1 คน หากยังปล่อยให้การดื่มเป็นเรื่องปกติ ความสูญเสียจะทวีขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาระโรคที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ในไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มากกว่า 1 ใน 10 ของการตาย หรือปีสุขภาวะที่สูญเสีย (DALYs) เกิดจากแอลกอฮอล์ ทั้งก่อให้เกิดการบาดเจ็บ และป่วยจากโรค NCDs เช่น โรคหัวใจ-หลอดเลือด โรคตับ และมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะผู้ชายที่มีอัตราเสียชีวิตสูงกว่าผู้หญิงอย่างชัดเจน ดังนั้น ไทยจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมแอลกอฮอล์ที่เข้มแข็งขึ้น พร้อมบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ นักวิชาการ แพทย์ ภาคประชาชน และชุมชน เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนในระยะยาว และลดภาระ NCDs ที่กำลังทวีความรุนแรง” ผู้อำนวยการ ศวส. กล่าว

------------------------------
เวทีสาธารณะ “แอลกอฮอล์: ตัวเร่งโรค NCDs และทางออกเพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย”
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมเบสเวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพฯ

 

เวทีสาธารณะ “แอลกอฮอล์: ตัวเร่งโรค NCDs และทางออกเพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย”
https://cas.or.th/content?id=1033


เวทีสาธารณะ“แอลกอฮอล์: ตัวเร่งโรค NCDs และทางออกเพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย”

ร่วมทำความเข้าใจความเสี่ยงจากแอลกอฮอล์ต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านข้อมูลวิชาการล่าสุด และแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายจากผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00–12.00 น.
ณ โรงแรมเบสเวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร
ถ่ายทอดสดทางเพจเฟซบุ๊ก: Centre for Alcohol Studies : CAS

ภายในงานพบกับ

  • ปาฐกถาเปิดเวที โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส.
  • นำเสนอข้อมูลสำคัญจากการสำรวจสุขภาพคนไทยและสถิติการดื่ม
  • เวทีเสวนาโดยแพทย์และนักวิชาการจากหลายสถาบัน

เพื่อร่วมกันมองหาทางออกในการลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์และปกป้องสุขภาพคนไทย

อย่าพลาด! รับชมสดเพื่อร่วมเรียนรู้ ร่วมคิด และร่วมผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายไปด้วยกัน


 

วิจัยชี้ "คนไทยไม่เห็นด้วยขยายเวลาขายเหล้า"
https://cas.or.th/content?id=1028

วิจัยชี้ "คนไทยไม่เห็นด้วยขยายเวลาขายเหล้า"

จากการสำรวจการรับรู้ของประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป สุ่มตัวอย่าง จาก 12 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 7-21 มีนาคม 2568 จำนวน 3,924 ตัวอย่าง ร้อยละ 82.8 เห็นด้วยให้ “คงมาตรการห้ามขายนอกเวลา 11.00–14.00 และ 17.00–24.00 น.”

ผลการวิจัย "การเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้สุรา ยาสูบ สารเสพติด และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าของประเทศไทย"
https://cas.or.th/content?id=937

ผลการวิจัย "การเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้สุรา ยาสูบ สารเสพติด และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าของประเทศไทย"

ดำเนินการสำรวจในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าทั่วประเทศ 106 แห่ง มีนักเรียนเข้าร่วมและตอบแบบสอบถามอย่างครบถ้วน จำนวน 23,931 คน

การเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง อาทิ

  • การใช้ สุรา
  • การใช้ ยาสูบ/บุหรี่ไฟฟ้า
  • การใช้ สารเสพติด
  • พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อื่น ๆ

อ้างอิง: วิทย์ วิชัยดิษฐ. (2568) การเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้สุรา ยาสูบ สารเสพติด และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าของประเทศไทย. สงขลา: ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา.

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)

Centre for Alcohol Studies (CAS)

สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน อาคารศรีเวชวัฒน์ ชั้น 11 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่ 15 ถนนกาญจนวนิช ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110

083-5775533

https://www.facebook.com/cas.org.th

เข้าชมแล้ว 0 ครั้ง
Copyright © 2026 CAS All rights reserved.