คำค้นหา : แอลกอฮอล์

คำค้นหา : แอลกอฮอล์

คำนี้ค้นหามาแล้ว : 10247 ครั้ง
ในบ้านที่มีเสียงดังจากความเมา ไม่มีเสียงหัวเราะของความสุขได้จริง
https://cas.or.th/content?id=1021
Tags : -

ในบ้านที่มีเสียงดังจากความเมา ไม่มีเสียงหัวเราะของความสุขได้จริง


 

 

ข่าวชายทำร้ายภรรยาในร้านไก่ทอดในจังหวัดนครราชสีมา กลายเป็นไวรัลภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะฝ่ายหญิงที่โดนทำร้ายนั้นหนีออกจากบ้านแล้ว และการร้องขอความเห็นใจจากทั้งแม่และลูกไม่ได้รับการตอบสนองจากพ่อเลย ที่มันไวรัลอย่างรวดเร็วไม่ใช่เพราะมันเป็นเรื่องแปลกใหม่ของสังคมไทย แต่เพราะผู้หญิงอีกนับล้านคนรู้สึกเช่นเดียวกันกับผู้ถูกกระทำในข่าว พวกเขาเข้าใจดีเกินไป ว่าความเจ็บปวดแบบนั้นคืออะไร

ประเทศไทยมีผู้หญิงจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับความรุนแรงในครอบครัว ถูกตี ถูกผลัก ถูกข่มขู่ ถูกทำให้กลัว โดยคนที่เรียกตัวเองว่า “คนรัก” และในหลายกรณี “แอลกอฮอล์” คือฉากหลังที่คุ้นตาเกินไปของความรุนแรงเหล่านั้น

องค์การอนามัยโลก (WHO, 2021) ประเมินว่า ร้อยละ 80–90 ของเหตุความรุนแรงในครอบครัวทั่วโลก มีผู้ชายเป็นผู้กระทำ และมีความสัมพันธ์ชัดเจนระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์กับโอกาสใช้ความรุนแรงในบ้าน ชายที่ดื่มมีแนวโน้มทำร้ายคู่รักมากกว่าชายที่ไม่ดื่มถึง 2–3 เท่า (Kearns et al., 2015; BMC Public Health, 2022)

ปัญหานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ หรือความเมาแต่มันคือ มายาคติเรื่องอำนาจของเพศชาย ความเชื่อที่ว่าผู้ชายมีสิทธิ์ควบคุมผู้หญิง มีสิทธิ์ลงโทษ มีสิทธิ์ใช้กำลัง และเมื่อเมา ก็ใช้คำว่า “เพราะเมา” เป็นข้ออ้างให้พ้นผิดจากสิ่งที่ตนตั้งใจทำ แต่ความจริงก็คือ “แอลกอฮอล์ไม่เคยสร้างปีศาจตัวใหม่” มันเพียงแค่ปลดล็อกสิ่งที่อยู่ในใจคนคนนั้นอยู่แล้ว และน่ากังวลใจอย่างยิ่งว่าสถาบันครอบครัวของไทยกำลังถูกคุกคามจากเรื่องนี้ ในสังคมที่ผู้หญิงถูกคาดหวังให้เลี้ยงลูก ดูแลบ้าน และยืนหยัดทำงาน แต่ในขณะเดียวกัน ยังต้องทนถูกทำร้ายในบ้านของตัวเอง นี่คือสัญญาณของความผิดปกติทางวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่ปัญหาครอบครัว

เราต้องเลิกมองว่า “การดื่มในบ้าน” เป็นเรื่องปกติ เพราะในบ้านที่แอลกอฮอล์กลายเป็นเรื่องปกติ ความรุนแรงก็จะกลายเป็นเรื่องปกติไปด้วย สังคมที่ดีต้องปกป้องผู้หญิงให้พ้นจากความรุนแรง ไม่ใช่เพียงเพราะผู้หญิงอ่อนแอกว่า แต่เพราะความรุนแรงทุกครั้งที่เกิดขึ้นในบ้าน มันทำลายความอบอุ่นของบ้านนั้นทั้งชีวิต และในบ้านที่มีเสียงดังจากความเมา ไม่มีทางมีเสียงหัวเราะของความสุขได้จริงเลย

เอกสารอ้างอิง:

  1. World Health Organization (2021). Global status report on violence prevention.
  2. Kearns, M., Reidy, D., & Valle, L. (2015). The Role of Alcohol Policies in Preventing Intimate Partner Violence. Alcohol Research: Current Reviews.
  3. BMC Public Health (2022). Unhealthy alcohol use and intimate partner violence among men.

เรียบเรียงโดย ดร.นพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานรินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ศวส. ห่วง เปิดผับตีสี่-เลิกโซนนิ่ง "ทางลัดเศรษฐกิจ หรือ ทางตันสาธารณสุข!?"
https://cas.or.th/content?id=1020
Tags : -

ศวส. ห่วง เปิดผับตีสี่-เลิกโซนนิ่ง "ทางลัดเศรษฐกิจ หรือ ทางตันสาธารณสุข!?"


 

ข้อสั่งการล่าสุดของท่านนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสาธารณสุขร่วมหารือศึกษาแนวทาง “เปิดเสรีแอลกอฮอล์” ไม่ว่าจะเป็น การยกเลิกโซนนิ่งพื้นที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. และยกเลิกข้อห้ามขายช่วงบ่าย 14.00–17.00 น. ภายในเดือนมกราคม 2569 ถูกนำเสนอในฐานะมาตรการการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของรัฐและการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว แต่คำถามสำคัญคือ — เรากำลังแลกเศรษฐกิจด้วยชีวิตคนไทยหรือไม่?

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรามีความห่วงกังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากมีหลักฐานวิชาการที่มีการประเมินนโยบายในลักษณะเดียวกันที่ดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัดในปี 2567 บ่งชี้ชัดว่า การผ่อนคลายกฎหมายลักษณะนี้ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ตั้งเป้า แต่กลับสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ

หลักฐานจากพื้นที่นำร่อง: บทเรียนที่ไม่ควรมองข้าม
การประเมินผลกระทบจากการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงใน 5 จังหวัดนำร่อง ปี 2567 พบข้อค้นพบที่ควรทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องทบทวนอย่างจริงจัง

  • อุบัติเหตุและการบาดเจ็บเพิ่มขึ้นทันที หลังจากขยายเวลา ผู้บาดเจ็บทางถนนเพิ่มขึ้น 12% และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 13% โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวใหญ่ที่มีสถานบันเทิงจำนวนมากอย่างกรุงเทพฯ ชลบุรี และภูเก็ต การเสียชีวิตพุ่งสูงถึง 22%
  • คดีเมาแล้วขับเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เพิ่มขึ้นถึง 115% ในช่วงเวลาเดียวกัน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่นำร่อง
  • ภาระระบบสาธารณสุขและความปลอดภัย โรงพยาบาลต้องรองรับผู้บาดเจ็บฉุกเฉินเพิ่มกว่า 740 ราย ภายในไม่กี่เดือนแรก และเจ้าหน้าที่ต้องแบกรับภาระตรวจตราความสงบเรียบร้อยมากกว่าที่ผ่านมา
  • เศรษฐกิจไม่ได้เติบโตตามที่อ้าง จังหวัดที่ไม่ได้ขยายเวลาปิดสถานบันเทิงกลับมีอัตราการเติบโตด้านรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวสูงกว่าเกือบ 2 เท่า แสดงว่าการท่องเที่ยวคุณภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดื่มแอลกอฮอล์จนดึก

ความเสี่ยงใหม่: เยาวชนและกลุ่มเปราะบาง
หากข้อสั่งการใหม่นี้ถูกขยายทั่วประเทศ ผลกระทบย่อมรุนแรงขึ้นหลายเท่า

  • การเลิกโซนนิ่ง จะทำให้สถานบันเทิงกระจายไปทั่ว เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ควบคุมยากขึ้น
  • การขยายเวลาเปิดถึงตีสี่ จะเพิ่มการดื่มต่อเนื่องยาวนาน ความเสี่ยงเมาแล้วขับสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด
  • การยกเลิกห้ามขายช่วงบ่าย จะเปิดช่องให้เยาวชนและผู้ใช้แรงงานเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในช่วงเวลาที่เดิมออกแบบมาเพื่อป้องกันการดื่มต่อเนื่อง

นี่ไม่ใช่เพียงประเด็น “เศรษฐกิจ” แต่คือเรื่อง “สุขภาพและความปลอดภัยของคนทั้งประเทศ” โดยเฉพาะเยาวชนและกลุ่มเปราะบางที่มักเป็นผู้รับผลกระทบโดยตรง

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

  1. รัฐบาลควรทบทวนและไม่ขยายเสรีการขายเหล้า เนื่องจากหลักฐานชี้ชัดว่า “ต้นทุนทางสุขภาพและสังคมสูงกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ”
  2. หากมีการดำเนินการใด ๆ ต้อง คงระบบโซนนิ่ง และเสริมมาตรการควบคุม เช่น การตรวจบัตรจริงจัง การตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนออกจากสถานบันเทิง และบทลงโทษที่ชัดเจน
  3. ควรหันไป พัฒนาเศรษฐกิจท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เช่น วัฒนธรรม ธรรมชาติ และสุขภาพ ที่สร้างรายได้ระยะยาวโดยไม่เพิ่มภาระต่อสุขภาพและความปลอดภัยของสังคม

 

นโยบายเปิดเสรีแอลกอฮอล์อาจถูกเสนอว่าเป็น “ทางลัดทางเศรษฐกิจ” แต่หลักฐานเชิงวิชาการยืนยันแล้วว่านี่คือ ทางตันด้านสาธารณสุขและความปลอดภัย ศวส. จึงขอเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพราะเศรษฐกิจที่ได้เพียงเล็กน้อย ไม่ควรแลกด้วยสุขภาพและความมั่นคงทางสังคมของประชาชนทั้งประเทศและที่สำคัญ ความย้อนแย้งเชิงนโยบายนี้ยิ่งตอกย้ำข้อกังวล รัฐบาลนี้เป็นพรรคที่คัดค้าน พ.ร.บ. Entertainment Complex โดยอ้างความห่วงใยผลกระทบต่อสังคม แต่กลับใช้เหตุผลอีกแบบในการขยายเวลาขายและยกเลิกโซนนิ่ง แม้จะมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชี้ชัดถึงผลเสีย หากการใช้ข้อมูลยังมีสองมาตรฐานเช่นนี้ ประชาชนจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าการตัดสินใจด้านนโยบายทำขึ้นเพื่อสาธารณะประโยชน์อย่างแท้จริง

เอกสารอ้างอิง: คณะผู้ทรงคุณวุฒิอิสระเพื่อศึกษานโยบายการขยายเวลา. การประเมินผลกระทบของนโยบายการขยายเวลาปิดสถานบริการจากตีสองเป็นตีสี่ในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัดของประเทศไทย 2567. วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย. 2567;3(2):1–6

 

รับสมัครงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประสานงาน ประจำศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)
https://cas.or.th/content?id=1003
Tags : -

ตำแหน่ง: เจ้าหน้าที่ประสานงาน (1 อัตรา)
หน่วยงาน: ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คุณสมบัติ

  • วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ทุกสาขา

  • เพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารหรือ นศท.

  • มีทักษะการสื่อสาร ประสานงาน วิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้ดี

  • บุคลิกภาพดี มนุษยสัมพันธ์ดี ทำงานเป็นทีม

  • พร้อมทำงานนอกเวลา/เดินทางต่างจังหวัด

  • หากมีความรู้ด้านงานวิจัย/การควบคุมแอลกอฮอล์ จะพิจารณาเป็นพิเศษ

ค่าตอบแทนและสวัสดิการ

  • เงินเดือน 18,000 บาท

  • ประกันสังคม + สิทธิลาตามระเบียบ

กำหนดการ

  • เปิดรับสมัคร: วันนี้ – 25 ต.ค. 2568 สามารถสมัครได้ที่: https://forms.gle/NZRvLMgBJ4sxGjsM9

  • ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ: 27 ต.ค. 2568 ผ่านเว็ปไซต์ของ ศวส.

  • สอบข้อเขียน: 28 ต.ค. 2568 ณ สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

  • สอบสัมภาษณ์: 30 ต.ค. 2568 ณ สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

  • ประกาศผล: 31 ต.ค. 2568 ผ่านเว็ปไซต์ของ ศวส.

  • รายงานตัว: 1 พ.ย. 2568 

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ร่วมสร้างเครือข่ายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับภูมิภาค ในงาน APAPA-SEAAPA Regional Networking Meeting 2025
https://cas.or.th/content?id=1002
Tags : -

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ร่วมสร้างเครือข่ายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับภูมิภาค

รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา และ ศ.ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ได้เข้าร่วม APAPA-SEAAPA Regional Networking Meeting 2025 ระหว่างวันที่ 8–10 ตุลาคม 2568 ณ กรุงเทพฯ

การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนภาคีรวม 26 คน จาก ประเทศไทย อินเดีย เนปาล ศรีลังกา นอร์เวย์ และฟิลิปปินส์ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสริมสร้างความร่วมมือ และระดมความคิดเห็นเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างมีประสิทธิภาพในระดับภูมิภาค

7 ตุลาคม วันมะเร็งเต้านม (World Breast Cancer Day)
https://cas.or.th/content?id=1060
Tags : -

7 ตุลาคม วันมะเร็งเต้านม (World Breast Cancer Day)

รู้หรือไม่ว่า…แม้จะดื่มแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อย ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งเต้านมในผู้หญิงได้!!

หากพูดถึงแอลกอฮอล์กับสังคมไทยปัจจุบัน พบว่าหลายคนยังไม่ได้ตระหนักถึงภัยร้ายมากนัก เช่นเมื่อเทียบกับคนสูบบุหรี่ที่อาจดูน่ากลัวหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า คำพูดที่บอกว่า”ดื่มเพื่อเข้าสังคม” ก็ดูเป็นเรื่องธรรมดาของวัยทำงานหรือแม้กระทั่งวัยเรียน ทั้งยังไม่ได้จำกัดเพศอีกด้วย

หลายคนเชื่อว่า ดื่มนิดหน่อยคงไม่เป็นไร แต่จากงานวิจัยล่าสุด ที่รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยขนาดใหญ่ทั่วโลก ยืนยันตรงกันว่า "ไม่มีระดับการดื่มแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยเฉพาะต่อมะเร็งเต้านมในผู้หญิง" นักวิจัยทำการวิเคราะห์งานวิจัยแบบติดตามระยะยาวรวมกว่า 40 งานวิจัย เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์กับการเกิดมะเร็งเต้านม พบว่า

  • แม้ดื่มน้อยกว่า 1 แก้วต่อวัน (เช่นไวน์ เบียร์ หรือเหล้าในปริมาณมาตรฐาน) ก็ทำให้ความเสี่ยงมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น ยิ่งดื่มมากความเสี่ยงยิ่งเพิ่มมากตามลำดับ
  • ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนและหลังหมดประจำเดือน
  • การดื่มแบบ “ดื่มหนักเป็นครั้งคราว HED” (เช่น ดื่มเยอะในงานเลี้ยงฉลอง) ทำให้ความเสี่ยงสูงขึ้นกว่าปกติถึง 40%

ทำไมแอลกอฮอล์ถึงเพิ่มความเสี่ยง

  • แอลกอฮอล์เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 (group 1 carcinogen) ตามการจัดประเภทขององค์การอนามัยโลก
  • เมื่อร่างกายเผาผลาญแอลกอฮอล์จะเกิดสาร acetaldehyde ที่สามารถทำลาย DNA และเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง
  • รบกวนการทำงานของฮอรืโมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งเต้านม

ข้อเสนอแนะ

  • ทุกปริมาณที่ดื่มคือความเสี่ยง การงดหรือลดดื่มคือทางเลือกที่ดีที่สุด
  • หน่วยงานรัฐสามารถช่วยสร้างคลื่นลูกใหญ่ในการผลักดันการตระหนักรู้ของสังคมต่อแอลกอฮอล์ได้ เช่นการมีนโยบายสาธารณะ การปรับฉลากสินค้าให้น่ากลัวเหมือนบนซองบุหรี่

โดย นพ.นครินทร์ นิยมเดชา
แพทย์ประจำบ้าน สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เอกสารอ้างอิง: Sohi I, Rehm J, Saab M, Virmani L, Franklin A, Sánchez G, Jhumi M, Irshad A, Shah H, Correia D, Ferrari P, Ferreira-Borges C, Lauby-Secretan B, Galea G, Gapstur S, Neufeld M, Rumgay H, Soerjomataram I, Shield K. Alcoholic beverage consumption and female breast cancer risk: A systematic review and meta-analysis of prospective cohort studies. Alcohol Clin Exp Res (Hoboken). 2024 Dec;48(12):2222-2241. doi: 10.1111/acer.15493.

เชิดชูบุคคลต้นแบบ "พี่สมมิตร" จากงดเหล้า 3 เดือน สู่งดเหล้าตลอดชีวิต
https://cas.or.th/content?id=1061
Tags : -

เชิดชูบุคคลต้นแบบ "พี่สมมิตร" จากงดเหล้า 3 เดือน สู่งดเหล้าตลอดชีวิต

เนื่องใน #วันออกพรรษา

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ขอหยิบยกเรื่องราวดี ๆ จากบุคคลต้นแบบ “พี่สมมิตร” หนึ่งใน ร้อยคนหัวใจเพชร ผู้สามารถเลิกเหล้าได้ตลอดชีวิต

มีหลายคนสามารถเลิกเหล้าได้สำเร็จและใช้ชีวิตที่ดีขึ้นหลังจากนั้น นี่คือแรงบันดาลใจที่อาจช่วยให้คุณเลิกเหล้าได้ตลอดชีวิต วันนี้เรามีเรื่องราวของ พี่สมมิตร อายุ 56 ปี จากบ้านดอนแก้ว จังหวัดลำปาง มาเล่าให้ฟัง

สำหรับประวัติการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นับย้อนไปปีที่เริ่มดื่ม พ.ศ. 2534 ราวอายุได้ 31 ปี ด้วยความที่อยากรู้ อยากลองสัมผัสความเมาบ้าง เพราะเพื่อนฝูง ดื่ม วัยที่เริ่มอยากรู้ ดื่มเหล้าเหมือนเป็นกิจกรรมที่มักเกิดขึ้นในงานสังสรรค์หรืองานปาร์ตี้ ฉลองกัน และรู้สึกว่ามีเพื่อนหรือคนรู้จักที่ดื่มเหล้ามาก

แรงบันดาลใจที่ทำให้เลิกดื่ม เมื่อปี 2534 ตนเองคิดว่าเป็นหัวหน้าครอบครัวทำไมไม่มีความรับผิดชอบต่อครอบครัวและลูก เวลากลับบ้านไม่เป็นเวลากินจนเมาไม่รู้เรื่องและไม่สนใจ จึงคิดที่อยากทำเพื่อลูกและครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อแม่ลูกต่างมีความสุขและสังคมรอบข้างที่ดีเพราะว่าการกินเหล้าสร้างความเดือนร้อนมาตลอดทำให้ครอบครัวและญาติพี่น้องผิดกัน

เทคนิคสำคัญที่ทำให้เลิกดื่ม (หักดิบ) การเลิกดื่มหักดิบอาจเป็นเรื่องที่ยากตนเองนึกถึงลูกนึกถึงครอบครัว และสุขภาพร่างกายของเรา หากเราดื่ม เราไม่สามารถสอนลูกได้และสังคมไม่ยอมรับ

ชีวิตที่เปลี่ยนไปหลังเลิกดื่ม พี่สมมิตร เล่าให้เราฟัง และมีรอยยิ้ม ตนเองภูมิใจมากที่ผ่านจุดนั้นมาได้ สิ่งที่เห็นได้ชัดมากคือ การสุขภาพดีทำให้ครอบครัวอุ่นใจ และสังคมไม่รังเกียจ ตอนนั้นเป็นโรคความดัน หลังเลิกเหล้า ความดันปกติ เป็นตัวอย่างให้ลูกได้ มีเวลาทำงานสดใส ครอบครัวมีความสุข มีความอบอุ่นและเป็นต้นแบบที่ดีและเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และประหยัดเงินไป 3,000 บาทต่อเดือน

พี่สมมิตร ทิ้งท้ายด้วยว่าการเป็นตัวอย่างตัวเองเป็นแนวทางที่เลิกเหล้า ทำให้สุขภาพดี และสามารถสอนลูกๆ ได้ เป็นกำลังใจให้เลิกดื่มที่ยังไม่สามารถเลิกได้ ขอให้ ลด ละเป็นให้มีความพยายามต่อสู้ ขอมีจิตใจที่เข้มแข็งจะผ่านจุดได้ไปได้

เรียบเรียงโดย นายสมควร ทะนะ (ผู้ช่วยผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน)

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)

Centre for Alcohol Studies (CAS)

สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน อาคารศรีเวชวัฒน์ ชั้น 11 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่ 15 ถนนกาญจนวนิช ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110

083-5775533

https://www.facebook.com/cas.org.th

เข้าชมแล้ว 0 ครั้ง
Copyright © 2026 CAS All rights reserved.