คำค้นหา : นโยบายแอลกอฮอล์

คำค้นหา : นโยบายแอลกอฮอล์

คำนี้ค้นหามาแล้ว : 505 ครั้ง
ข้อเท็จจริงและตัวเลขเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย พ.ศ. 2565–2568: ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
https://cas.or.th/content?id=1099

ข้อเท็จจริงและตัวเลขเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย พ.ศ. 2565–2568: ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นหนังสือที่รวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย ในช่วงปี พ.ศ. 2565–2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญทั้งด้านนโยบาย กฎหมาย เศรษฐกิจ และสังคมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

บรรณาธิการ

  • ศ.ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย
  • รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร
  • ชฎาบุญ เจียรธนกฤติ

วัตถุประสงค์ของหนังสือ

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลสถานการณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและบริบททางสังคมอย่างสำคัญ โดยครอบคลุมทั้งพฤติกรรมการบริโภค ผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ การตลาดและวาทกรรมทางสังคม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายและมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับนักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงสนับสนุนการกำหนดนโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน

เนื้อหาภายในหนังสือ

หนังสือประกอบด้วย 6 บทหลัก ได้แก่

  1. พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
    • ปริมาณการบริโภคต่อหัว
    • ความชุกของนักดื่ม
    • พฤติกรรมการดื่มในวัยรุ่น
    • การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกระบบภาษี
  2. ผลกระทบของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ภาวะผิดปกติจากการดื่มสุรา
    • การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
    • ภาระโรคและการเสียชีวิต
    • ผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น (ภัยเหล้ามือสอง)
  3. อุตสาหกรรมและตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สถานการณ์ระดับโลกและในประเทศไทย
    • สถานการณ์ตลาดโลกและประเทศไทย
    • แนวโน้มอุตสาหกรรม
    • การตลาดออนไลน์
    • การปรับตัวของผู้ผลิตรายใหญ่และรายย่อย
  4. พลวัตของนโยบายแอลกอฮอล์ในประเทศไทย
    • ความเคลื่อนไหวด้านนโยบาย พ.ศ. 2565–2568
    • กฎหมายและระเบียบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  5. ผลของนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย
    • ประสิทธิผลของมาตรการควบคุม
    • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สุขภาพ และสังคม
    • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษี
    • การผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการขายและการผลิตสุรา
  6. ความคิดเห็นและความรอบรู้ของประชาชนไทยต่อสถานการณ์และนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ความคิดเห็นต่อนโยบายภาครัฐ
    • ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของแอลกอฮอล์
    • วาทกรรมทางสังคมเกี่ยวกับนโยบายแอลกอฮอล์

 


Facts and Figures on Alcohol in Thailand 2022–2025: Amidst the Evolution of Alcohol Control Policies provides a comprehensive overview of alcohol-related situations in Thailand during 2022–2025, a period marked by significant changes in alcohol policies, legislation, economic conditions, and social contexts. The book compiles and analyzes the latest evidence to support informed policy discussions and public health decision-making.

Editors

  • Prof. Dr. Sawitri Assanangkornchai
  • Assoc. Dr. Prof. Polathep Vichitkunakorn
  • Chadaboon Jiaratanakrit

Objectives

The book was developed to compile, analyze, and present up-to-date information on alcohol consumption, alcohol-related harms, market dynamics, social discourse, and policy developments in Thailand. It aims to serve as a key reference for researchers, policymakers, government agencies, civil society organizations, and other stakeholders working to prevent and reduce alcohol-related harm through evidence-based policies and interventions.

Contents

The publication is organized into six main chapters:

  1. Alcohol Consumption Patterns: Current Situation and Trends
    • Per capita alcohol consumption
    • Prevalence of alcohol use
    • Youth drinking behaviors
    • Unrecorded alcohol consumption
  2. Impacts of Alcohol Consumption
    • Alcohol use disorders
    • Hospital admissions
    • Alcohol-attributable diseases and deaths
    • Harm to others from drinking
  3. Alcohol Industry and Market Trends
    • Global and Thai alcohol markets
    • Industry developments
    • Online alcohol marketing
    • Adaptation strategies of major and small-scale producers
  4. Dynamics of Alcohol Policy in Thailand
    • Policy developments during 2022–2025
    • New alcohol-related laws and regulations
  5. Effects of Alcohol Control Policies
    • Policy effectiveness
    • Economic, health, and social impacts
    • Excise tax reforms
    • Regulatory changes related to alcohol sales and production
  6. Public Opinions and Alcohol Literacy in Thailand
    • Public attitudes toward alcohol policies
    • Knowledge and awareness of alcohol-related harms
    • Social discourse surrounding alcohol control policies

This book serves as an important evidence-based resource for understanding the evolving alcohol landscape in Thailand and the challenges of balancing economic interests with public health priorities.

ขยายเวลาขายแอลกอฮอล์ถาวร: รัฐบาลใช้หลักฐานอะไรในการตัดสินใจ?
https://cas.or.th/content?id=1094
Tags : -

วันนี้ (28/5/69) มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ “ขยายเวลาช่วงบ่ายจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” อย่างถาวร

คำถามสำคัญคือ การตัดสินใจครั้งนี้อ้างอิง “ข้อมูลชุดใด” และได้ชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สุขภาพ ความปลอดภัย และต้นทุนทางสังคมอย่างรอบด้านแล้วหรือไม่

ช่วงต้นปี (มีค-เมษ 69) ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ มีการศึกษาวิจัย โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (แหล่งทุนไม่มีบทบาทในการเลือกพื้นที่ สุ่มตัวอย่าง การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการสรุปผล) เรื่อง ผลกระทบจากการผ่อนปรนช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ใน 12 จังหวัด ครอบคลุมเมืองหลักและเมืองรอง 6 ภูมิภาค โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วไป 2,445 คน ผู้ประกอบการ 378 ราย และนักท่องเที่ยว 1,238 คน

ผลสำรวจพบว่า

  • ประชาชนทั่วไป 41.4% “ไม่เห็นด้วย” ขณะที่มีเพียง 31.3% ที่ “เห็นด้วย”
  • ประชาชน 43.3% มองว่า “ผลเสียมากกว่าผลดี” เช่น อุบัติเหตุ ทะเลาะวิวาท เสียงดังรบกวน และผลกระทบต่อสุขภาพ
  • นักท่องเที่ยวชาวไทย 69.7% และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 68.7% ระบุว่า มาตรการนี้ “ไม่มีผลหรือไม่ค่อยมีผล” ต่อการมาเที่ยวไทย
  • เดือนมีนาคม 2569 ผู้ประกอบการเพียง 6.9% ระบุว่ายอดขายเพิ่มขึ้น ขณะที่ 59.5% ระบุว่ายอดขายลดลง

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า “ห้ามเปลี่ยนนโยบาย”

แต่หมายความว่า การเปลี่ยนนโยบายระดับประเทศควรตอบคำถามสำคัญให้ได้ว่า

  1. เศรษฐกิจได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นจริงแค่ไหน
  2. การท่องเที่ยวได้ประโยชน์มากพอหรือไม่
  3. ต้นทุนด้านอุบัติเหตุ ความรุนแรง สุขภาพเด็กและเยาวชน และผลกระทบต่อชุมชน ถูกนำมาคิดครบแล้วหรือยัง
  4. หลังประกาศใช้ถาวร จะมีระบบติดตามและประเมินผลอย่างไร
  5. หากพบผลกระทบมากกว่าผลดี รัฐบาลจะปรับนโยบายอย่างไร

นโยบายแอลกอฮอล์ไม่ใช่เพียงเรื่อง “เวลาขาย”

แต่คือเรื่องชีวิต ความปลอดภัย เศรษฐกิจ และอนาคตของสังคมไทย

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) เห็นว่า หลังจากนี้รัฐบาลควรเปิดเผยข้อมูล เหตุผล และตัวชี้วัดที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ พร้อมวางระบบติดตามผลกระทบอย่างโปร่งใส เพื่อให้สังคมมั่นใจว่านโยบายนี้ตั้งอยู่บนหลักฐาน ไม่ใช่เพียงแรงกดดันทางเศรษฐกิจระยะสั้น

#ศวส #แอลกอฮอล์ #นโยบายสาธารณะ #AlcoholPolicy #PublicHealth #Thailand

การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาองค์ความรู้และประเด็นวิจัยด้านผลกระทบจากการตลาด และวาทกรรมทางสังคม ในบริบทพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2”
https://cas.or.th/content?id=1080
Tags : -

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาองค์ความรู้และประเด็นวิจัยด้านผลกระทบจากการตลาด และวาทกรรมทางสังคม ในบริบทพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2” ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องฮิลล์เครส ชั้น 5 โรงแรมดิควอเตอร์ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

การประชุมครั้งนี้มีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ อัปเดตสถานการณ์ และร่วมกันระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับ ผลกระทบของการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และวาทกรรมทางสังคม ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับปรับปรุง

ภายในเวทีมีการนำเสนอข้อมูลวิชาการและการอภิปรายถึง

  • แนวโน้มและกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์
  • ช่องว่างองค์ความรู้และ โจทย์วิจัยสำคัญที่ควรศึกษาในช่วงปี 2569–2570 เพื่อสนับสนุนการพัฒนานโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • การวิเคราะห์ วาทกรรมและความเข้าใจผิดของสังคมเกี่ยวกับนโยบายแอลกอฮอล์ และการพัฒนาข้อเท็จจริงเชิงวิชาการเพื่อสื่อสารต่อสาธารณะ

ผลจากการประชุมทำให้เกิดการ ตกผลึกประเด็นวิจัยสำคัญด้านการตลาดและการสื่อสารของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงแนวทางการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม อันจะเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนโยบายด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคต

ศวส. ขอขอบคุณวิทยากร นักวิจัย และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ที่ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์อันมีคุณค่า เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และสนับสนุนการพัฒนานโยบายสาธารณะที่มุ่งลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสังคมไทย

เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้นโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มุมมองจากนานาชาติ
https://cas.or.th/content?id=622
Tags : -

กำหนดการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้นโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มุมมองจากนานาชาติ


Mr. Dag Rekve เจ้าหน้าที่อาวุโส องค์การอนามัยโลกสำนักงานใหญ่ (World Health Organization) นำเสนอข้อมูลความท้าทายในจัดการปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับนานาชาติและระดับประเทศ และทิศทางในอนาคต ชี้ว่าคนทั่วโลกกว่าร้อยละ 56 ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ พฤติกรรมการดื่มไม่ใช่เรื่องปกติของสังคม ร้อยละ 4.7 ของการเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์หรือกว่า 2.6 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่าครึ่งหนึ่งเสียชีวิตก่อนวัยหกสิบซึ่งนับเป็นความสูญเสียมหาศาล ทั้งที่ป้องกันได้ด้วยนโยบายแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมราคา การจำกัดการเข้าถึงทางกายภาพ และควบคุมกิจกรรมการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามยุทธศาสตร์โลกและแผนปฏิบัติการระดับโลก แต่อุปสรรคที่สำคัญในบางประเทศที่ทำให้ไม่สามารถออกนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มุ่งเน้นการปกป้องสุขภาพของประชาชนได้ คือ อิทธิพลของกลุ่มธุรกิจในกระบวนการตัดสินทางนโยบาย การปรับแก้กฎหมายใดๆ ต้องไม่เปิดช่องให้ธุรกิจเข้ามาแทรกแซง ซึ่งตอนนี้องค์การอนามัยโลกกำลังเตรียมออกแนวปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหานี้

“นโยบายควบคุมเหล้าไทยจัดว่าก้าวหน้า การแก้กฎหมายครั้งนี้ควรมองไปอนาคตระยะยาวเอาสวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตประชากรเป็นตัวตั้ง ข้อมูลภาระโรคปี 2019 ร้อยละ 7.7 ของการเสียชีวิตของประชากรไทยเกิดจากแอลกอฮอล์ หรือกว่า 38,073 ราย รัฐควรตัดสินใจว่าจะลดความสูญเสียนี้อย่างไรต่อไป การจัดการปัญหาแอลกอฮอล์ต้องร่วมกันหลายภาคส่วนและทำในทุกระดับ การลดหย่อนความเข้มข้นของกฎหมายควบคุมเหล้าเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวควรต้องทบทวนให้ดี นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทยไม่ได้มาเพื่อดื่มในประเทศสวยงามทั้งสถานที่ วัฒนธรรม และผู้คน”
 


Professor Thomas F. Babor จาก University of Connecticut School of Medicine สหรัฐอเมริกา นักวิชาการอาวุโสระดับโลกและหัวหน้าบรรณาธิการวารสารวิชาการชั้นนำด้านการเสพติดหลายสำนักและบรรณาธิการหนังสือ “สุราไม่ใช่สินค้าธรรมดา” ให้ข้อมูลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลประโยชน์และต้นทุนผลกระทบของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจยามราตรีด้วยการส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศ ที่เนเธอแลนด์พบผลจากขยายเวลาขายเพิ่ม 1 ชั่วโมงในช่วงกลางคืนทำให้มีการเรียกรถพยาบาลจากเหตุการณ์บาดเจ็บจากแอลกอฮอล์มากขึ้นถึง 34% ที่นอร์เวย์ขยายเวลาขายเพิ่ม 1-2 ชั่วโมงทำให้อุบัติการณ์การทำร้ายร่างกายเพิ่มขึ้น 25% การท่องเที่ยวสายปาร์ตี้ (party tourisms) นี้ผลประโยชน์อาจไม่ได้สูงเพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มวัยรุ่นกำลังซื้อไม่สูงและอยู่มาเพียงระยะสั้น ในขณะที่สร้างต้นทุนทางสังคมที่เพิ่มขึ้นต่อห้องฉุกเฉินและสถานีตำรวจ และอาจมีความเสี่ยงปัญหายาเสพติดเพิ่มขึ้นด้วย หากไทยจะกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจควรเน้นไปที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness tourism) และวัฒนธรรมมากกว่า ซึ่งเป็นที่นิยม ไม่สร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดี และสร้างมูลค่าสูงกว่าจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังซื้อสูงกว่า

การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การลดหย่อนนโยบายควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้จริงหรือ?
https://cas.or.th/content?id=633

การลดหย่อนนโยบายควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วยการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้จริงหรือ

โดย นางสาวจินตนา จันทร์โคตรแก้ว สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ

รัฐบาลได้มีความพยายามลดหย่อนนโยบายควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อเอื้อประโยชน์ในการกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา เช่น มาตรการขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การลดภาษีไวน์ การสนับสนุนการผลิตสุราชุมชน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่การดำเนินมาตรการดังกล่าวเกิดประโยชน์มากกว่าความสูญเสียของประเทศจริงหรือ

ประเทศไทยประสบความสูญเสียทางเศรษฐศาสตร์ที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปีละ 165,450.5 ล้านบาทหรือประมาณร้อยละ 1.05 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (1) รัฐบาลกลับมองผลระยะสั้นที่เกิดขึ้น ผลเสียที่ตามมา กลับทวีคูณ การสูญเสียดังกล่าวเกิดจากการสูญเสียผลิตภาพที่เกิดจากการตายก่อนวัยอันควรและความพิการที่ไม่สามารถทำงานได้ ทั้งที่ประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ การดำเนินมาตรการที่ก่อให้การตายก่อนวัยอันควรและความพิการที่เกิดขึ้นย่อมนำไปสู่ผลเสียต่อเศรษฐกิจและสังคมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ไม่คุ้มเสีย แต่ละปีมีประชากรไทยเสียชีวิตเนื่องจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 4 หมื่นคนต่อปีทั้งที่เกิดจากโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บทางถนน (2) โดยเฉพาะในชายไทยอายุ 30-59 ปีที่อยู่ในวัยทำงานเกิดการสูญเสียปีสุขภาวะที่จะมีสุขภาพดีทั้งที่เกิดจากความพิการและการตายก่อนวัยอันควร เนื่องจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 163,000 ปี หรือคิดเป็นร้อยละ 3 ของการสูญเสียปีสุขภาวะทั้งหมด จำนวนปีดังกล่าวแทนที่ชายไทยจะนำไปสร้างผลิตภาพให้กับเศรษฐกิจไทย (3) แทนที่รัฐบาลจะลงทุนกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตในระยะยาว เช่น การพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่กลับใช้นโยบายที่หวังผลระยะสั้น ที่นำไปสู่การสูญเสียทางเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนี้การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหลักนำไปสู่โรคไม่ติดต่อหลายสาเหตุ เช่น มะเร็ง โรคตับ โรคหัวใจ (4) ประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำไปสู่ภาระทางสุขภาพที่รัฐบาลจะต้องแบกรับในปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทยและกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการดำเนินนโยบายแอลกอฮอล์ประกอบไปด้วย การควบคุมวัน เวลา สถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการควบคุมโฆษณา การควบคุมการดื่มแล้วขับและการคัดกรองและบำบัดรักษาให้มีประสิทธิภาพ ภายใน 5 ปีหากภาครัฐลงทุนเพียง 22 ล้านล้านบาทจะได้ผลประโยชน์จากการรักษาประสิทธิภาพของคนวัยทำงานที่ไม่ต้องลางานขาดงานสูงถึง 59 ล้านล้านบาท โดยทุก 1 บาทที่รัฐลงทุนในการดำเนินมาตรการจะได้รับประโยชน์กลับมา 2.64 บาท (5)

การลดภาษีไวน์กระตุ้นเศรษฐกิจจริงเหรอ ผู้บริโภคไวน์ส่วนใหญ่ คือ ผู้มีรายได้สูง แทนที่รัฐบาลจะเก็บภาษีจากการจำหน่ายไวน์เพื่อเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ให้เกิดขึ้นในสังคม แต่กลับเอื้อผลประโยชน์ให้บริษัทผลิตไวน์และผู้บริโภคที่มีรายได้สูง จากหลักฐานองค์การอนามัยโลกได้ยืนยันชัดเจนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการทางภาษีและราคาในการลดการบริโภคการดื่มและความสูญเสียทางสุขภาพและสังคม นอกจากนี้การลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำไปสู่การเพิ่มความเหลื่อมล้ำ คนที่ได้รับผลกระทบจากการดื่มมากที่สุด คือ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทั้งค่าใช้จ่ายทางสุขภาพที่ต้องแบกรับจากโรคไม่ติดต่อ และปัญหาทางสังคม เช่น ปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัวที่พบมากในกลุ่มครัวเรือนที่ยากจน(6) การลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำไปสู่ความถ่างกว้างของความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยโดยไม่จำเป็น ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินมาตรการราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน คือ ประเทศสกอตแลนด์ เมื่อรัฐบาลประกาศใช้มาตรการนโยบายการกำหนดราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขั้นต่ำ รวมทั้งไวน์ นำไปสู่การลดการตายที่เกิดจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงถึงร้อยละ 13.4 และอัตราการผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลได้ร้อยละ 4.1 (7) จากการศึกษาที่ถูกรวบรวมอย่างเป็นระบบได้ยืนยันประสิทธิผลของมาตรการภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นำไปสู่การลดการป่วยและการตายจากโรคและการบาดเจ็บ (8)

การเพิ่มเวลาขายกระตุ้นให้มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น ในทางกลับกัน ประเทศกลับเสียผลประโยชน์จากค่ารักษาพยาบาลและความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนและการทะเลาะวิวาท รวมทั้งอาชญากรรมที่ตามมา รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศในการเป็นประเทศท่องเที่ยวแบบปลอดภัย จากประสบการณ์ของประเทศออสเตรเลียในรัฐนิวเซาท์เวลส์ในเขตเมืองนิวคาสเซิล ได้มีการลดเวลาเปิดผับจากตี 5 เป็นตี 3.30 และห้ามรับลูกค้าเพิ่มหลังเวลาตี 1.30 แต่ยังนั่งดื่มได้จนถึงตี 3.30 หลังจากการดำเนินมาตรการมีการศึกษาพบว่าคดีทำร้ายร่างกายลดลงร้อยละ 34 เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนดำเนินมาตรการ(9) เช่นเดียวกันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่กรุงอัมสเตอร์ดัมประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้มีการประกาศขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกไป 1 ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยว[1] แต่เมื่อมีการขยายเวลาขายกลับพบว่า อัตราของการเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นร้อยละ 34 ในพื้นที่ที่มีการขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ไม่ได้ขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (10) นอกจากนี้การขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำไปสู่อาชญากรรม อุบัติเหตุซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในการท่องเที่ยว

การผลิตสุราชุมชน กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ถึงแม้การผลิตสุราชุมชนจะเป็นการกระจายรายได้จากรายใหญ่ไปสู่รายย่อย แต่ผลที่ตามมาอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย ทั้งการควบคุมมาตรฐานของสุราที่ส่งผลเสียต่อผู้บริโภคในภายหลัง (11) การที่ต้องเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจโรงผลิตสุราชุมชนที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

สรุป
รัฐบาล มองแห็นผลประโยชน์ระยะสั้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ประเทศจะต้องทนรับผลเสียจากนโยบายที่เล็งเห็นเฉพาะผลระยะสั้นไปอีกยาว และส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว เพราะการดำเนินมาตรการขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดภาษีไวน์ และการสนับสนุนการผลิตสุราชุมชน นำไปสู่ความสูญเสียทางสุขภาพและสังคมของประชากรไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาว


เอกสารอ้างอิง
1. Luangsinsiri C, Youngkong S, Chaikledkaew U, Pattanaprateep O, Thavorncharoensap M. Economic costs of alcohol consumption in Thailand, 2021. Glob Health Res Policy. 2023;8(1):51.
2. สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ. รายงานภาระโรคจากปัจจัยเสี่ยงของประชากรไทย พ.ศ.2562. นนทบุรี: สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ 2566.
3. สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ. รายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย พ.ศ.2562. นนทบุรี: สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ; 2566.
4. Babor TF, Casswell S, Graham K, Huckle T, Livingston M, Österberg E, et al. Alcohol: No Ordinary Commodity: Research and public policy: Oxford University Press; 2022. Available from: https://doi.org/10.1093/oso/9780192844484.001.0001.
5. United Nations Thailand, Ministry of Public Health, United Nations Development Programme (UNDP), United Nations Inter-Agency Task Force (UNIATF) on the Prevention and Control of NCDs. Prevention and control of noncommunicable diseases in Thailand: The case for investment. Bangkok; 2021.
6. Bryant L, Lightowlers C. The socioeconomic distribution of alcohol-related violence in England and Wales. PLOS ONE. 2021;16(2):e0243206.
7. Wyper GMA, Mackay DF, Fraser C, Lewsey J, Robinson M, Beeston C, et al. Evaluating the impact of alcohol minimum unit pricing on deaths and hospitalisations in Scotland: a controlled interrupted time series study. The Lancet. 2023;401(10385):1361-70.
8. Wagenaar AC, Tobler AL, Komro KA. Effects of alcohol tax and price policies on morbidity and mortality: a systematic review. American Journal of Public Health. 2010;100(11):2270-8.
9. Kypri K, Jones C, McElduff P, Barker D. Effects of restricting pub closing times on night-time assaults in an Australian city. Addiction. 2011;106(2):303-10.
10. de Goeij MC, Veldhuizen EM, Buster MC, Kunst AE. The impact of extended closing times of alcohol outlets on alcohol-related injuries in the nightlife areas of Amsterdam: a controlled before-and-after evaluation. Addiction. 2015;110(6):955-64.
11. Manning L, Kowalska A. Illicit alcohol: public health risk of methanol poisoning and policy mitigation strategies. Foods. 2021;10(7).

สุราไม่ใช่สินค้าธรรมดา
https://cas.or.th/content?id=32
Tags : สุรา

ปัญหาแอลกอฮอล์มิใช่เป็นเพียงปัญหาระดับประเทศเท่านั้น หากแต่เป็นปัญหาระดับโลกที่แต่ละประเทศต่างมุ่งแก้ไขปัญหานี้ให้หมดสิ้นไป แนวคิดยุทธศาสตร์ มาตรการและนโยบายการแก้ไขปัญหาแอลกอฮอล์ของโลกในช่วงที่ผ่านมาที่มีประสิทธิผล และเป็นแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมที่สุด คือ แนวทางการจำากัดการเข้าถึง ความสามารถในการซื้อและกิจกรรมการตลาดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการผสมผสานยุทธศาสตร์และมาตรการเพื่อจัดการกับมิติต่าง ๆ ของแอลกอฮอล์ได้อย่างครบวงจร นโยบายเข้มแข็งเหล่านี้เป็นความหวังของหลายประเทศที่จะขจัดปัญหาแอลกอฮอล์ให้หมดสิ้นอย่างได้ผล แต่ในช่วงห้าสิบปีมานี้ หลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์นับร้อยฉบับกลับทำาให้เห็นภาพที่ไม่สอดคล้องกันในเรื่องนัยยะต่อนโยบายแอลกอฮอล์ เนื่องจากเกือบทุกประเทศยังคงกำาหนดให้ปัญหาแอลกอฮอล์ถูกจัดให้เป็นภารกิจของหน่วยงานด้านสาธารณสุข และไม่ใช่งานของภาค
ส่วนอื่น ๆ ในสังคม รวมถึงการที่ธุรกิจแอลกอฮอล์เข้ามามีบทบาทในการกำาหนดนโยบายแอลกอฮอล์ทั่วโลก กลับทำาให้ปัญหาแอลกอฮอล์ขยายตัว มีความซับซ้อน จนดูเหมือนว่าหากดำาเนินนโยบายนี้ต่อไป ก็ยากที่จะประสบผลสำเร็จ

การสัมมนาวิชาการ นโยบายแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19
https://cas.or.th/content?id=492

การสัมมนาวิชาการ นโยบายแอลกอฮอ์ในยุคโควิด-19

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) จัดการสัมมนาวิชาการ นโยบายแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ผ่านระบบ Zoom Video Conference

เอกสารประกอบการสัมมนา

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย และต่างประเทศ และผลพ่วงต่อการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ PDF

ผลกระทบของวิกฤติโควิด-19 ต่อการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย PDF

สถานการณ์เด่นและบทเรียนนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในยุคโควิด-19 จากทั่วโลก  PDF

แนวทางการปรับตัวเข้าสู่ new normal ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบไทยๆ PDF

ความท้าทายและโอกาสการพัฒนาในการทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของภาครัฐในยุคโควิด-19 PDF

ความท้าทายและโอกาสการพัฒนาในการทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของภาคประชาสังคมในยุคโควิด-19 PDF

 

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)

Centre for Alcohol Studies (CAS)

สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน อาคารศรีเวชวัฒน์ ชั้น 11 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่ 15 ถนนกาญจนวนิช ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110

083-5775533

https://www.facebook.com/cas.org.th

เข้าชมแล้ว 0 ครั้ง
Copyright © 2026 CAS All rights reserved.